วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นวัตกรสวนยาง

บุกสวนยางพารา พานวัตกรรมมีดกรีดยางที่ช่วยยืดอายุต้นยางให้อยู่ได้ถึง 50 ปี คว้ารางวัลชนะเลิศการออกแบบเชิงนวัตกรรม 2556

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

บุกสวนยางพารา พานวัตกรรมมีดกรีดยางที่ช่วยยืดอายุต้นยางให้อยู่ได้ถึง 50 ปี คว้ารางวัลชนะเลิศการออกแบบเชิงนวัตกรรม 2556

ประสบการณ์ในสวนยางพารา นายมะนายิ ราหู ชาวนราธิวาสพบปัญหาการกรีดยางด้วยมีดกรีดยางที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เพราะการกรีดยางต้องกรีดให้บาง หากกรีดโดนเยื่อเจริญของต้นยาง จะทำให้หน้ายางเสียหาย เป็นตะปุ่มตะป่ำ

จุดประกายให้เกษตรกรสวนยางพารา ขยับสู่การเป็นนวัตกรด้วยการคิดวิเคราะห์ปัญหาและพัฒนาต้นแบบมีดกรีดยางแบบใหม่

:: มีดกรีดยืดอายุต้นยาง

นายมะนายิชี้ว่า จุดด้อยของมีดกรีดยางแบบเดิม กินเปลือกไม้หนาถึง 3-4 มิลลิเมตร ทำให้อายุในการกรีดยางสั้นเพียง 25 ปี ทำให้ต้องเสียเวลาในการปลูกยางต้นใหม่ที่ต้องใช้เวลาถึง 7 ปีกว่าจะพร้อมกรีด ในขณะเดียวกันก็ต้องลับมีดทุกวันเพื่อให้คงความคม ต้องเสียค่าลับมีดอีกวันละ 20 บาท

“เราคิดและมองหารูปแบบใหม่จากสิ่งรอบตัว จนได้ไอเดียจากกบไสไม้ที่กินเปลือกไม้บางมาก และมีดโกนหนวดที่สามารถเปลี่ยนใบมีดได้ มารวมกับมีดกรีดยางแบบเก่า จนได้เป็นมีดกรีดยางที่สามารถเปลี่ยนใบมีดได้ และยังกินเปลือกไม้บางเพียง 1 มิลลิเมตรเท่านั้น ช่วยยืดอายุการกรีดยางได้ถึง 50 ปี” นวัตกรสวนยางอธิบาย

เขาใช้เวลากว่า 7 ปีในการพัฒนาและออกแบบ ลองผิดลองถูกมากกว่า 10 แบบ จนกระทั่งพัฒนาต้นแบบจนสำเร็จ ก็ได้ร่วมมือกับบริษัท แอดวานซ์คิว จำกัด ที่มีความชำนาญด้านโลหะและการกลึง มาพัฒนาร่วมกันจนสำเร็จ และจำหน่ายในชื่อ ‘มีดกรีดยางนกเงือก’

มีดกรีดยางนกเงือกพัฒนาออกมาเป็นชุดมีดที่มีด้าม 3 แบบให้เลือกคือ ด้ามไม้ ด้ามเหล็ก และด้ามไม้ยาว ที่มีฟังก์ชั่นพิเศษในการต่อด้ามมีดให้ยาวขึ้นได้ตามต้องการ เพื่อให้เหมาะกับการกรีดต้นยางที่สูงมาก ๆ

ในขณะเดียวกันก็มีใบมีด 2 แบบคือ ใบมีดมาตรฐาน สำหรับต้นยางอ่อนอายุ 7-15 ปี และใบมีดเบตง ซึ่งเหมาะกับต้นยางแก่ที่เปลือกหนา

:: เปิดตลาดนวัตกรรม

นายประยุทธ์ พุทธาโกฐิรัตน์ ประธานกรรมการแอดวานซ์คิวชี้ว่า มีดกรีดยางนกเงือก ทำตลาดมา 3 ปีแล้ว โดยมองเห็นโอกาสที่ไทยเรามีพื้นที่สวนยางพารากว่า 18 ล้านไร่ เกษตรกรมากกว่า 2 ล้านคน

นอกจากจุดเด่นด้านนวัตกรรมการออกแบบ มีดกรีดยางนี้ยังชูจุดขายความคุ้มค่า ซึ่งนายประยุทธ์อธิบายว่า มีดกรีดยางแบบเดิมราคา 200-500 บาท ในขณะที่มีดแบบใหม่ราคาเริ่มต้นที่ 350 บาท ใบมีดราคา 120-130 บาทต่อ 5 ใบมีด ซึ่งใบมีด 1 ใบใช้กรีดได้ 1500-2000 ต้น

“ปัจจุบัน มีดกรีดยางนกเงือกได้รับการตอบรับดีมาก โดยในช่วงปีแรก เป็นการเปิดตลาดที่เน้นการสร้างการรับรู้แบรนด์ จากสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เราจึงใช้การตลาดเชิงรุกผ่านการให้ความรู้ผ่านการอบรมที่ตลาดกลางเกษตรยางพาราในแต่ละจังหวัด และออกงานเกษตรแฟร์ต่าง ๆ”

ประธานกรรมการแอดวานซ์คิวเผยว่า นอกจากนี้ยังลงสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงวิทยุชุมชนอีกด้วย

การตอบรับของมีดกรีดยางใหม่นี้ เป็นไปในทางบวก และมีการบอกต่อแบบปากต่อปาก นายประยุทธ์เผยว่า ในปีที่ 3 นี้ ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 60 ล้านบาท ขายได้เฉลี่ย 1 หมื่นด้ามต่อเดือน ซึ่งยังจะขยายไปได้อีก เนื่องจากการทำยางพาราถือว่าเป็นตลาดใหญ่มาก โอกาสของมีดกรีดยางก็ยังไปได้อีกไกล

ผู้พัฒนามีดกรีดยางนกเงือกตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้น 5 เท่าใน 3 ปี จากตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ใน 11 ประเทศที่ทำสวนยางพารา เช่น พม่า มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว เขมร เวียดนาม ฟิลิปปินส์ จีน โคลัมเบีย เป็นต้น และจะเพิ่มสัดส่วนตลาดจากปัจจุบันทีเป็นในประเทศ 90% ต่างประเทศ 10% เป็น 60% สำหรับตลาดในประเทศ และ 40% สำหรับตลาดต่างประเทศ

มีดกรีดยางนกเงือกได้รับรางวัลชนะเลิศ ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ จากเวที “รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม ประจำปี 2556 (Design Innovation Contest, DIC2013)” ที่แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ การออกแบบอาหาร การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม

ผลการประกวดในปีนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ด้านการออกแบบอาหาร ไม่มีผู้ได้รับรางวัล และด้านการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ “สปัน ซิลค์ เวิลด์” ผ้าไหมยืดไม่ยับซักได้จากเศษไหม โดยบริษัท สินสมัย 1997 จำกัด