นวัตกรรมถังซัก (ล้าง)ตัวเอง

โจทย์ของเครื่องซักผ้ายุคก่อนที่ว่าเสื้อผ้าสะอาด ประหยัดน้ำ-ไฟเป็นที่สุด กำลังตกเป็นรอง เพราะเทรนด์ผู้บริโภคมากกว่าครึ่งปรารถนา "ฆ่าเชื้อโรค"
Auto Self Clean Series เทคโนโลยีปกป้องถังซักจากแบคทีเรียและเชื้อราได้ถึง 99% ของฮิตาชิ ถูกพัฒนาขึ้นจากเสียงเรียกร้องของลูกค้า พวกเขาต้องเสียค่าใช้จ่ายล้างถังใหญ่ทุกๆ 6 เดือน ครั้งละ 600-1,000 บาท เฉลี่ยปีละ 1,200-2,000 บาท อาจเป็นจำนวนไม่มากนัก แต่เมื่อเทียบกับปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ที่จะตามมา และต้องทนกับเศษผง หรือคราบสีน้ำตาลอ่อนที่ติดมากับผ้า กลิ่นอับ ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้บริโภคมองหานวัตกรรมทำความสะอาดถังซักไปพร้อมๆกับการซักผ้าทุกครั้ง
หลักฟิลิกส์ เพิ่มพลังล้าง
จากการสำรวจปัจจัยในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าของผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่น พบว่า ผู้บริโภคกว่า 54% (1,263 คน ) ต้องการถังซักที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ ควบคู่ไปกับความต้องการประหยัดพลังงาน นอกจากนั้น ปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคไม่พึงพอใจมากที่สุดคือ เชื้อราที่เกิดขึ้นเพราะการซัก จึงเป็นที่มาให้ฮิตาชิ ต้องเร่งหาเทคโนโลยีมาตอบสนอง
บุญชัย พุทธาโกฐิรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ฮิตาชิ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าทุกครั้งที่เครื่องซักผ้าถังเดียวทั้งฝาหน้าและฝาบนเริ่มทำงาน ถังภายนอกจะมีน้ำเข้าไปทุกครั้ง นำมาด้วยเชื้อราและคราบสกปรก เหงื่อไคล แบคทีเรียจากเสื้อผ้า รวมถึงสิ่งตกค้างจากผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม และมันสะสมอยู่ในนั้นโดยไม่มีทางทำความสะอาดออก
หลังจากนั้นจึงมีเครื่องมือทำความสะอาดถังซักที่ใช้ระบบ Tub Cleaning (ระบบท่อล้างถังนอก) แต่ไม่สะดวก และขาดความน่าเชื่อถือ เพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่าสะอาดจริง จึงได้พัฒนาระบบใหม่ อย่าง Auto Self Clean Series เพื่อแก้ที่ต้นทางและทำให้ผู้บริโภคสะดวกที่สุด
เทคโนโลยีที่นำมาใช้ เกิดจากการสังเกตลักษณะการทำงานของเครื่องซักผ้าที่จะต้องหมุนทำให้มีแรงเหวี่ยงตลอดเวลา จึงเพิ่มช่องท่อน้ำไหลลงไปที่ช่องว่างระหว่างถังนอกและถังใน โดยตั้งระบบการทำงานล้างถังอัตโนมัติไว้ในช่วงหลังซักน้ำสะอาดและก่อนปั่น ขณะที่เครื่องกำลังซักน้ำสะอาดสุดท้าย น้ำที่อยู่ระหว่างถังในและถังนอกก็จะทำหน้าที่ซักล้างไปพร้อมกัน
"เทคนิคพิเศษอยู่ที่หลักการหมุนและความเร็วในการหมุนแต่ละครั้ง การตั้งระดับน้ำและความเร็วของการหมุนของถังนอกและถังในให้แตกต่างกัน โดยรอบหมุนที่เร็วขึ้นสลับเบาลงของทั้งสองถัง จะมีแรงเหวี่ยงของกันและกัน บวกกับการตั้งองศาท่อประมาณ 45 องศา เพื่อกำหนดทิศทางไหลของน้ำ ส่งผลให้พลังน้ำที่เกิดขึ้นนั้นจะซอกซอนเข้าไปทุกพื้นที่ของถัง"
ทั้งนี้ ได้มีการทดสอบทาสีไว้รอบถังเพื่อพิสูจน์ว่ามีประสิทธิภาพล้างคราบสกปรกได้จริง ผลปรากฎว่ามีเปอร์เซ็นต์ตกค้างเพียง 1% เท่านั้น และเมื่อส่งทดสอบสถาบันเชี่ยวชาญเกี่ยวกับภูมิแพ้ (Allergy UK) พบว่าสามารถลดปริมาณเชื้อราและแบคทีเรียได้กว่า 99%
เทคโนโลยีทำความสะอาดตัวเอง Auto Self Clean Series ยังมีข้อด้อยที่ต้องเพิ่มปริมาณน้ำกว่า14 ลิตรต่อครั้ง (ทุกครั้งที่ตั้งระบบทำความสะอาด) และเพิ่มเวลาซักขึ้นอีกประมาณ 10-12 นาที ซึ่งบุญชัย กล่าวว่า ลูกค้าอาจมีความกังวลใจว่าเทคโนโลยีจะเพิ่มภาระค่าใช้จ่าย แต่ทีมงานของเราได้ทำการวิจัยและคำนวนค่าน้ำที่เสียไป จะเพิ่มขึ้นเพียง 8 บาทต่อปีเท่านั้น
เพิ่มขีดจำกัดนวัตกรรมทำความสะอาด
ในอดีต วงการเครื่องซักผ้าจะแข่งขันกันที่รอบการซักปั่นแห้ง ซึ่งสูงที่สุดอยู่ที่ 1,800 รอบต่อนาที ซึ่งฮิตาชิประกาศความเชี่ยวชาญเรื่องมอเตอร์ และเทคโนโลยีเลือกรอบปั่นได้ตามความเหมาะสม แต่ต่อมาหลังจากสำรวจพฤติกรรมลูกค้า พวกเขาต้องการความหลากหลายและละเอียดมากขึ้น ทั้งความสามารถในการทำละลายผงซักฟอก การพัฒนาจานซักและถังซัก ฟังก์ชั่น การเลือกเวลาซัก รวมทั้งความประหยัดน้ำและไฟฟ้าสูงสุด
"สิ่งที่เราต้องการพัฒนาและกำลังเป็นเทรนด์ คือ ผู้ผลิตสินค้าต้องสนองประโยชน์ที่ผู้ใช้งานจะได้รับ มีการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆล้ำหน้า และตรงกับความต้องการ พร้อมๆไปกับคุ้มค่ากับเงินที่ลูกค้าเสียไป ในขณะเดียวกันลูกค้าต้องการรู้เรื่องสินค้าที่ตนเองใช้อย่างรอบด้าน นั่นทำให้การทำตลาดในไทย ต้องให้ความสำคัญกับราคาควบคู่ไปกับการให้ความรู้ถึงประโยชน์และเทคโนโลยีที่เราใส่ไป"
บุญชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ฮิตาชิกำลังทดลองตลาดนำเครื่องซักผ้าที่สามารถรีดผ้าเรียบได้ในเครื่องเดียวมาเสนอต่อลูกค้า รวมทั้งเทคโนโลยีเซ็นเซอร์คำนวนลักษณะการซัก ปริมาณน้ำ อุณหภูมิของน้ำ ตามลักษณะของผ้าแต่ละชนิด แต่สิ่งที่ผู้ผลิตจะละเลยไม่ได้คือกระแสสุขภาพ เครื่องซักผ้าจะต้องถูกพัฒนาให้รองรับกับการป้องกันโรคผิวหนังที่จะเกิดขึ้นจากการซักเสื้อผ้าด้วย







