"อินเทล" ใส่เกียร์รุกตลาดแทบเล็ต-สมาร์ทโฟน "อินเทล อินไซด์" หลังบริษัทแม่วางไทยเป็นหนึ่งในสามตลาดศักยภาพสูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เดินหน้าขยายพันธมิตรใหม่นอกตลาดพีซี พร้อมร่วมวงออกงาน "โมบาย เอ็กซ์โป" ครั้งแรกทั้งโชว์และขาย หวังสร้างการรับรู้ตลาดก่อนสินค้าพร้อมทยอยเข้าตลาดไทย 100% กลางปีหน้า
นายสนธิญา หนูจีนเส้ง ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กระแสตลาดไทยช่วงนี้สินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตกำลังได้รับความนิยมสูง ขณะที่ยอดขายโน้ตบุ๊คกลับตกลง ส่วนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะโตขึ้นเล็กน้อย
โดยข้อมูลเบื้องต้นจากไอดีซี ระบุว่า ครึ่งปีที่ผ่านมายอดขายพีซีรวมและแทบเล็ตเริ่มใกล้เคียงกันคือ ราว 1.6 ล้านเครื่อง
ทั้งนี้ เป็นผลจากคนซื้อโน้ตบุ๊คใช้งานเครื่องแรกเป็นจำนวนมากเมื่อราว 4-5 ปีก่อน ซึ่งเทรนด์ความต้องการใช้ปัจจุบันสำหรับคนซื้อเครื่องใหม่ คือ เปลี่ยนเป็นสมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ตแทน หรือไม่ก็ต้องการหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะหันไปซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะใช้ที่บ้านเพิ่มอีกเครื่อง รวมทั้งแรงสนับสนุนจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบออลอินวันสำหรับใช้งานหนักๆ หรือเล่นเกมที่บ้านทำให้ตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยังเติบโตได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับอินเทลมีนโยบายที่เริ่มขยายเข้าไปในกลุ่มโมบาย คอมพิวติ้ง มากขึ้น โดยตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมาอินเทลขยายช่องทางการขายไปในกลุ่มมือถือมากขึ้น เช่น ซีเอสซี, ทีจี, สตูดิโอโฟน และเจมาร์ท ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ ที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อร่วมทำโปรโมชั่น และจัดแสดงบูธให้ทดลองใช้สมาร์ทโฟน และแทบเล็ตที่มีซีพียูของอินเทล รวมทั้งทำโปรโมชั่นเป็นครั้งคราวร่วมกับผู้ให้บริการระบบ (โอเปอเรเตอร์) เช่น การทำส่วนลด หรือแถมแพคเกจเมื่อซื้อสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต
นายสนธิญา ระบุว่า นับตั้งแต่อินเทลเปิดตลาดโมบาย คอมพิวติ้งในไทยตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา กระแสตอบรับดีเกินคาด โดยสมาร์ทโฟนแบรนด์ เอเซอร์ ลิควิด ซี1 สินค้าไม่พอจำหน่าย ทำให้บริษัทแม่มองไทยเป็นหนึ่งในสามตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับอินโดนีเซียและเวียดนาม ทำให้ได้รับการสนับสนุนการทำแคมเปญและมาร์เก็ตติ้งต่างๆมากขึ้น
โดยล่าสุดอินเทลยังได้ร่วมออกบูธในงาน "ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2013 โชว์เคส" ซึ่งเป็นครั้งแรกสำหรับการร่วมงานในกลุ่มโมบาย เพื่อนำสินค้าของพันธมิตรแบรนด์ต่างๆ มาจัดแสดงให้ทดลองใช้งาน และมีโซนให้ตัวแทนจำหน่ายบางรายสามารถขายสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตภายในบูธ
"โมบาย เอ็กซ์โปครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของเรา เพื่อช่วยกระตุ้นพาร์ทเนอร์ให้ขายของง่ายขึ้น และต้องการให้คอนซูเมอร์เห็นว่า อินเทลมีซีพียูสำหรับแทบเล็ตและสมาร์ทโฟนอย่างไรบ้าง โดยนอกจากมีสินค้ามาโชว์และซื้อได้ในบูธแล้วก็ยังมีกิจกรรมซื้อสมาร์ทโฟน แทบเล็ตลดราคาที่อินเทลสนับสนุนเองเพื่อดึงดูดความสนใจจากคอนซูเมอร์ใหม่ๆ" นายสนธิญากล่าว
พร้อมระบุว่า อินเทลเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับตลาดในกลุ่มโมบาย คอมพิวติ้งมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ของตลาด และพัฒนาการของเทคโนโลยีอินเทล ซึ่งมีซีพียูที่มีประสิทธิภาพสามารถแข่งขันได้กับซีพียูของผู้ผลิตในกลุ่มโมบายได้ โดยเฉพาะประเด็นของการกินไฟที่ทำให้ใช้งานแบตเตอร์รีได้ยาวนานขึ้น
ขณะที่ข้อได้เปรียบของอินเทล คือ มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถวางใจได้สูงกว่าและมีคุณภาพดี เช่น ซีพียูที่ใช้บนแทบเล็ตราคาระดับที่ถูกที่สุดขณะนี้แม้จะ 100 ดอลลาร์ขึ้นไป แต่ก็เป็นการคัดเลือกคุณภาพว่าจะต้องได้มาตรฐานและมีอายุการใช้งานแบตเตอร์รีที่คงทน
"ยอมรับว่าเราเข้ามาช้า ซึ่งช่วงนี้เป็นเวลาที่พันธมิตรเริ่มผลิตสินค้าออกมาในอีโคซิสเต็มส์ ซึ่งกลยุทธ์ก็จะคล้ายๆ กับยุคที่พีซีเพิ่งเริ่มต้นใหม่ๆ คือ เข้ามาร่วมออกงาน และมีสินค้ามาโชว์และสามารถซื้อได้ด้วย เพื่อทำให้ตลาดรับรู้ก่อนในช่วงแรก" นายสนธิญากล่าว
สำหรับในครึ่งปีหลังอินเทล มีนโยบายรุกหนักในตลาดแทบเล็ตโดยเฉพาะบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งเตรียมเปิดตัวเพิ่มในไตรมาส 4 อีก 2 รุ่นจากปัจจุบันมี 4รุ่น ส่วนแทบเล็ตบนระบบปฏิบัติการวินโดว์สมีขายในตลาดไทยแล้ว 2 รุ่น
ทั้งนี้เพื่อสอดรับกับแผนซีพียูใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว หรือ "โคลฟเวอร์ เทรล" ซึ่งรองรับการใช้งานกับแทบเล็ตบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เป็นหลัก และคาดว่าราวกลางปี 2557 ไทยจะมีสินค้าทั้งสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตที่ใช้ซีพียูอินเทลเข้ามาทำตลาดได้เต็มที่ 100%





