"อีริคสัน"เผยเทรนด์ดูทีวี-วีดิโอ ผ่านโมบายโตก้าวกระโดด 72% ใช้ทุกสัปดาห์ ระบุเทรนด์ใช้ทีละหลายหน้าจอมาแรง 75% ใช้มากกว่า 1 เครื่อง
นายบัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย เผยผลการวิจัยประจำปีฉบับที่ 4 ของอีริคสัน คอนซูเมอร์แล็บว่า พฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ทีวีและวีดิโอทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดย 72% ของผู้ตอบแบบสอบถามรับชมทีวีและวีดิโอบนโทรศัพท์มือถือทุกสัปดาห์ โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงทัศนคติและแนวโน้มของผู้บริโภคที่น่าสนใจด้วยว่า 42% รับชมเวลาอยู่นอกบ้าน และมีถึง 75% ที่ใช้งานอย่างหลากหลาย (multi-task) โดยนอกจากหน้าจอหลักทีวีมีใช้การใช้อุปกรณ์โมบายทั้งสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตควบคู่กันไปในเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงเรื่องของทีวีบนมือถือ ทุกคนจะเหมารวมว่าคือวีดิโอคลิปอย่างสั้นที่ได้รับการตัดต่อมาอย่างดีเยี่ยม ทว่าความเป็นจริงเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมที่ต่างออกไป คือผู้คนกำลังรับชมโชว์และภาพยนตร์ที่ยาวๆ โดยจะชมแบบช่วงสั้นๆ แต่ต่อเนื่องโดยใช้ฟังก์ชั่นหยุดชั่วคราว และเล่นต่อไปต่อเนื่องในทุกๆ สถานที่และเวลาที่ต่างกัน
นอกจากนี้ แนวโน้มใหม่ที่น่าสนใจคือผู้บริโภครับชมวีดีโอหรือคอนเทนต์แบบช้ำๆ ในช่วงเวลาและสถานที่และเวลาที่หลากหลาย หรือเรียกแนวโน้มนี้ว่าเป็น “การรับชมแบบช้ำๆ” (place-shifted viewing)
"พฤติกรรมผู้รับชมต่างต้องการที่จะรับชมวีดิโอได้ต่อเนื่องแม้เปลี่ยนอุปกรณ์การรับชมในสถานการณ์หรือเวลาที่แตกต่างกัน ขณะที่มากกว่า 40% ของคนที่อายุมากกว่า 60 ปี ชอบที่จะรับชมทีวี แบบออนดีมานด์"
ข้อมูลระบุด้วยว่า 41% ของคนที่มีอายุระหว่าง 65 ถึง 69 ปี รับชมทีวีบนรายการในแบบ streamed on-demand หรือ “place-shifted viewing” (การรับชมแบบซ้ำๆ) มากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์
ที่น่าสนใจคือมีคนจำนวนถึง 82% ใช้ยูทูบ หรือบริการที่คล้ายคลึงกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง จากจำนวนดังกล่าวมาจากโมบายประมาณ 25%
ผลการวิจัยดังกล่าวจัดทำจากกลุ่มผู้บริโภคใน 13 ประเทศ สัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริโภคจำนวน 30 คนจาก 4 เมืองใหญ่ รวมถึงการสัมภาษณ์ออนไลน์ 15,000 คน
เขาประเมินว่า ไทยซึ่งเป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้านไอซีทีซึ่งมีพฤติกรรมใกล้เคียงกันกับเทรนด์ทั่วโลกดังกล่าว ผลวิจัยแสดงให้เห็นถึงมุมมองของยูสเซอร์ต่อทีวีด้วยว่า เป็นอะไรที่มากกว่าแค่สำหรับชม คือกลายเป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูล ไม่ได้ใช้แค่ใช้เสิร์ชเอ็นจิ้นอย่างเดียว
ข้อมูลระบุว่า ในประเทศไทย ประมาณ 27% ของผู้ใช้แทบเล็ตรับชมเนื้อหาของรายการโทรทัศน์หรือวิดีโอบนแทบเล็ตส่วนตัว ขณะที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ใช้เครื่องส่วนตัวชมสตรีมมิ่งวีดิโอมีอยู่ 32%
ปัจจุบัน ในหนึ่งสัปดาห์พฤติกรรมชาวไทยต่อการใช้สมาร์ทโฟน 3 อันดับแรก คือการใช้งานอินเทอร์เน็ต ตามด้วยโซเชียลเน็ตเวิร์ค จากนั้นเป็นแชทและแอพพลิเคชั่น ตามลำดับ ขณะที่บริการที่เติบโตเร็วมากคือวีดิโอคลิป
ผู้ให้บริการเครือข่ายในตลาดไทยต่างทราบดีถึงเทรนด์ดังกล่าว และเริ่มเตรียมความพร้อมบ้างแล้ว ประเมินจากท่าทีที่สนใจเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล แต่เป้าหมายหลักไม่ใช่แค่ผู้ชมครัวเรือน 22 ล้านครัวเรือน แต่เป็นผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกว่า 70-80 ล้านคน
พร้อมแนะว่า คอนเทนท์โพรไวเดอร์ที่สำคัญคือต้องพัฒนาคอนเทนท์ให้ตรงกับกลุ่มลูกค้า รวมถึงใช้ได้กับอุปกรณ์โมบายทั้งสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต โมบายกับทีวีแยกกันแทบไม่ได้แล้วปัจจุบันบรอดแคสติ้งกับโมบายกำลังหลอมรวมเข้าสู่กันและกัน ตลาดไทยที่ยังไม่ถึงบางโมเดลต่างประเทศเนื่องจากการแข่งขันแบบเสรียังทำไม่ได้เต็มที่
อีริคสันคาดการณ์ว่า สิ้นปี 2561 ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกจะมี 4.5 พันล้านราย โดยเฉลี่ยจะใช้ดาต้ากว่า 2 กิกะไบต์ต่อเดือน ขณะที่เทรนด์การใช้งานวีดิโอ ดูภาพยนตร์ รวมถึงโมบายอินเทอร์เน็ตแบบก้าวกระโดดดังกล่าวจะส่งผลให้ระหว่างปี 2555-2561 โมบายดาต้าทราฟฟิกเติบโตถึง 12 เท่า





