วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีไซน์ "BioTech"

ความหมายที่แท้จริงของงานดีไซน์ต้องออกแบบเพื่อสนองตอบความต้องการทุกเผ่าพันธุ์และการผันแปรของมนุษย์ในอนาคต

ความหมายที่แท้จริงของงานดีไซน์ต้องออกแบบเพื่อสนองตอบความต้องการทุกเผ่าพันธุ์และการผันแปรของมนุษย์ในอนาคต... แอนดี มีอาห์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Bio-ethics เปิดมุมมองให้นักคิดสนุกกับงานผ่านโลกเทคโนโลยีและชีววิทยา

แอนดี มีอาห์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Bio-ethics และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ ผู้ก่อตั้งสถาบันวิจัยแบบสหวิทยาการ Creative Futures Institute มาพร้อมกับข้อมูลที่น่าตื่นตาตื่นใจในงานชุมนุมทางความคิดประจำปี Creativity Unfold หรือ CU 2013 จัดโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ว่า ดีไซเนอร์ควรคำนึงถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการออกแบบจะเปลี่ยนแปลงไปตามความผันแปรของมนุษยชาติและเทคโนโลยีทางชีววิทยา

ชีววิทยา ของใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม

ช่วงปีค.ศ. 1990 ทั่วโลกฮือฮากับโครงการจีโนม (Genome) การเผยข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมดที่จำเป็นใช้ในการสร้างและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างปกติของสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งมันลึกซึ้งไปกว่าการค้นพบดีเอ็นเอ หรือ ยีน

แอนดี ยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า อีกไม่นานโลกจะต้องทำความรู้จักกับ Child Design การเลือกยีนให้กับลูก ไม่ใช่แค่เลือกเพศหรือคัดแยกโครโมโซมเท่านั้น จึงเกิดคำถามว่าแล้วเด็กกลุ่มนั้นต้องการอะไรที่แตกต่างจากคนยุคนี้บ้างไหม

หากยาบางตัวสามารถรักษาโรคจิตเภทที่ซับซ้อนได้ หรือยาตัวเดียวอาจรักษาโรคร้ายได้อย่างง่ายดาย เราจะออกแบบบริการโรงพยาบาลหรือการตลาดยากันอย่างไร อีกทั้งวัฒนธรรมศัลยกรรมความงาม ก็กำลังเปลี่ยนทฤษฎีชีววิทยามนุษย์ดั้งเดิมไปโดยสิ้นเชิง คนอาจไม่ต้องการผลิตภัณฑ์เสริมความงามภายนอกอย่างในปัจจุบันนี้ก็ได้

ตามมาติดๆอย่างรวดเร็วกับโครงการหุ่นยนต์ที่ทำทุกอย่างได้เหมือนมนุษย์ เราอาจต้องผลิตสินค้าเอาใจเครื่องจักรหรือไม่ และเมื่อการใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วให้กับขาเทียม ก็อาจเปลี่ยนโฉมหน้าวงการกีฬา รวมทั้งอาจต้องเปลี่ยนสถาปัตยกรรมและสิ่งต่างๆให้รองรับกับศักยภาพใหม่ของคนพิการด้วยหรือเปล่า

ศาสตร์ชีววิทยากำลังสื่อสารและตั้งคำถามกับนักออกแบบว่า แน่ใจแล้วหรือ สิ่งที่ออกแบบมานั้นจะตอบสนองคนในอนาคตได้ กลายเป็นข้อสงสัยต่อมาว่า แล้วจะหาไลฟ์สไตล์มนุษย์ในอนาคตได้อย่างไร

“มนุษย์ยุคหลังเรียนรู้ว่าเป็นตนเป็นสิ่งมีชีวิต (Post Human) นั้น กำลังจะเข้าสู่ยุคโคลนนิ่ง สเตมเซลล์ และยุคหุ่นยนต์ อนาคตยีนมนุษย์จะเปลี่ยนไป อาจแข็งแกร่งขึ้นและมีพฤติกรรมแปลกแยก เพราะกระบวนการทางชีววิทยาล้ำหน้าไปมาก ความเป็นมนุษย์กำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และหลายคนศรัทธาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากกว่าศาสนาด้วยซ้ำ มันอาจกลายเป็นปัญหาระดับโลก หากเราไม่รู้เท่าทันหรือมองข้ามจุดนี้ไป” ผู้อำนวยการสถาบันอนาคตสร้างสรรค์ กล่าว

ดีไซเนอร์ จับทาง (ชีวะ) ถูก

จากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ สื่อ และวัฒนธรรม โดยมุ่งเน้นหัวข้อที่เป็นเรื่องสดใหม่ในประเด็นทางด้านชีวจริยธรรมและวัฒนธรรม ทำให้แอนดี มองเห็นความเชื่อมโยงกันของการเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ เทคโนโลยีที่เกิดใหม่ และสื่อรูปแบบใหม่

พร้อมกับเห็นปัญหาการทำงานที่ไม่สัมพันธ์กัน ในขณะที่งานลักษณะนี้ต้องอาศัยความรู้ควบคู่ไปกับจินตนาการ แต่โลกก็ยังไม่พร้อมจะเปิดใจรับนักออกแบบให้ทำงานด้านนี้ มากเท่ากับให้โอกาสนักวิทยาศาสตร์

ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุด นักออกแบบต้องเร่งทำความเข้าใจกระบวนการทางชีววิทยา เพื่อหาหนทางปรับเทคโนโลยีให้เข้ากับคน แอนดีแนะนำให้ฉุกคิดทุกครั้งที่คิดงาน ดีไซเนอร์ต้องคำนึงถึงสรีระ อารมณ์ พฤติกรรมของผู้ใช้เป็นสำคัญ ขณะเดียวกันก็ต้องมองให้ออกว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการทำงานจะเปลี่ยนไปเสมอ

“ในอนาคตอาจมีเนื้อสัตว์ที่เพาะขึ้นมาจากเซลล์ โดยไม่ต้องฆ่าสัตว์หรือทำปศุสัตว์ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนอีกต่อไป อาจมีเสื้อผ้าที่ดัดแปลงจากผิวมนุษย์ จึงต้องเลือกสรรวัตถุดิบใหม่นั้นมาจัดการให้เหมาะสม หรือแม้แต่การที่มนุษย์จะมีอายุที่ยืนยาวขึ้น การมีเทคโนโลยีเซลล์ซ่อมเซลล์ (Stemcell) ก็ต้องคิดถึงผลกระทบนี้ แล้วมองหาระบบมาสนับสนุนคนกลุ่มนี้”

นอกจากนั้นยังต้องสามารถนำศาสตร์ชีววิทยามาสร้างความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีอย่างกลมกลืน ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าอนาคตรูปแบบการสื่อสารจะเปลี่ยนแปลงให้ใกล้ชิดติดกับตัวมนุษย์มากขึ้น เราจะมีกล้องถ่ายรูปติดกับแว่นตาและสั่งงานด้วยเสียง หรือ Telephone Tattoo โทรศัพท์ติดที่ผิวหนัง หรือ ฝังเข้าไปในฟัน

แอนดี เผยต่อว่า ปัจจัยต่างๆที่แวดล้อมมนุษย์นั้นเปลี่ยนแปลงไวและไร้ทิศทาง เพราะวิถีการบริโภคของคน นอกจากเงินแล้ว ยังต้องมีทุนทางสังคมอื่นๆด้วย ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนกระทบต่อการออกแบบทางชีววิทยาทั้งนั้น

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ดีไซเนอร์ต้องออกแบบความเสี่ยงที่จะมาเป็นแพ็คคู่กับผลงานด้วย เพราะทุกวันนี้มนุษย์ดัดแปลงธรรมชาติจนไม่เป็นธรรมชาติ และนักคิดสร้างสรรค์ก็มักไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา ไม่มองถึงความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง

เพราะความท้าทายของเทคโนโลยีนั้น มันย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงไม่ได้