บะจ่าง&ข้าวหลาม อร่อยในกระป๋อง

นวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อแบบสเตอริไลซ์ นำร่องความสำเร็จด้วยบะจ่าง&ข้าวหลามกระป๋อง
บุษกร ภู่แส รายงาน
กว่า 35 ปีในการรับจ้างผลิตกระป๋องบรรจุอาหาร ไม่มีสักครั้งที่จะเปลี่ยนแนวคิดมาสร้างแบรนด์ของตัวเอง เหตุส่วนหนึ่งเพราะปรัชญาทางธุรกิจที่ต้องไม่แข่งขันกับลูกค้าที่เข้ามาจ้างผลิต กระทั่งเทคโนโลยีเปลี่ยน ความคิดจึงเปลี่ยน ความสำเร็จที่ปรากฏคือ ข้าวหลามกระป๋อง ตามมาด้วยบะจ่างกระป๋อง
นวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อแบบสเตอริไลซ์ นำร่องความสำเร็จในฐานะสินค้าที่มีความแปลกใหม่ในตลาดจากความคิดสร้างสรรค์ ด้วยรางวัลโดดเด่นด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ในการประกาศผลรางวัล SME Thailand Inno Awards 2013 จัดโดยนิตยสาร SME Thailand ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย เพื่อกระตุ้นให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำนวัตกรรมมาต่อยอดผลิตภัณฑ์ และการบริหารจัดการเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในอนาคต จากรับผลิตมาปั้นแบรนด์
สบโชค โปรยรุ่งโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลแคนอินดัสทรีส์ จำกัด ผู้คิดค้นบะจ่างกระป๋องและข้าวหลามกระป๋อง กล่าวว่า เริ่มเห็นโอกาสความเป็นไปได้เชิงธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารที่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง หลังทดลองทำเต้าหู้กระป๋อง มาถึงการประยุกต์สูตร “ข้าวหลาม” ลงกระป๋องให้กลมกล่อมถูกปากทั้งคนไทยและต่างชาติ ในขนาดที่พอเหมาะกับการบริโภคต่อครั้ง เนื่องจากข้าวหลามเป็นของหวานชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมรับประทาน สะท้อนภูมิปัญญาของคนโบราณที่นำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาดัดแปลงเพื่อทำของหวาน
โดยใช้ข้าวเหนียวมะพร้าวและน้ำตาลบรรจุลงในกระบอกไม้ไผ่จากนั้นนำไปเผาไฟด้วยฟืน แต่ปัจจุบันวัตถุดิบสำคัญในการทำข้าวหลามหายากมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ไม้ไผ่หรือฟืน จึงมีความพยายามที่จะค้นหาวัสดุชนิดอื่นมาทดแทน แต่ทั้งนี้จะต้องคงไว้ซึ่งรสชาติและกลิ่นของความเป็นข้าวหลาม สามารถเป็นของฝากให้กับชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นเพราะรสชาติใกล้เคียงกับอาหารของญี่ปุ่น
“แนวคิดตรงนี้ช่วยจะช่วยลดการใช้ไม้ไผ่ ซึ่งปัจจุบันนี้หายากมาก ส่วนกระบวนการผลิตข้าวหลามกระป๋องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงจึงสามารถเก็บได้นาน”
ขายนอกฤดูกาล-ส่งออก
ขณะเดียวกันก็พัฒนาสูตรบะจ่างหรือขนมจ้างของคนจีน ที่จะมีขายเฉพาะช่วงเทศกาลไหว้ขนมจ้าง ที่สำคัญใบไผ่เป็นวัตถุดิบที่หาซื้อได้เฉพาะเทศกาลเท่านั้น คนทั่วไปมีโอกาสได้รับประทานแค่ปีละหน หากสามารถทำตลาดจริงจัง โอกาสที่จะมีรายได้จากการขายสินค้านอกเทศกาลเพิ่มขึ้นมหาศาล
"ด้วยพื้นฐานการเป็นผู้ผลิตกระป๋อง ทำให้เรามีความชำนาญในการคิดค้นกระบวนการผลิต และบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพออกมาตอบสนองความต้องการของบริโภคได้ง่ายและรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดส่งออกถือเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ"
การผลิตสินค้านอกเทศกาล เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างโอกาสทางการตลาดหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาในช่วงเทศกาล และที่สำคัญเป็นสินค้าที่มีสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 3 ปี จึงเหมาะในการพกพา รวมทั้งสามารถเป็นของฝากได้อีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยไม่มีสินค้าประเทศอาหารที่คนต่างชาติ หรือแม้แต่คนไทย สามารถซื้อเป็นของฝากได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของการพกพา ระยะเวลาในการเก็บที่ยาวนาน
แนวคิดตรงนี้เข้ามาช่วยตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ เรื่องราวของผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนภูมิปัญญาของคนไทย ยกตัวอย่าง ข้าวหลามเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถจะนำมาใช้เป็นสื่อให้กับกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวได้เข้ามารู้จักขนมไทยมากขึ้น ส่วนเรื่องแพกเกจจิ้งที่เป็นกระป๋องถือเป็นมาตรฐานสากลที่คุ้นเคยกันดี
“บางคนอาจเป็นห่วงเรื่องของแพกเกจจิ้ง แต่เรากลับมองว่า ไม่สำคัญเท่ากับรสชาติ เพราะเขาคุ้นเคยกับอาหารกระป๋องดีอยู่แล้ว ต่อไปในอนาคตอาจพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบอื่นๆ รวมทั้งรสชาติใหม่ออกมาเสริม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น”
สบโชคมองว่า สองนวัตกรรมดังกล่าวนี้จะช่วยนำร่องให้แบรนด์ RC (Royal Can Industries) ซึ่งย่อมาจากชื่อบริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น และเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันแบรนด์ไปสู่ตลาดโลกต่อไป นอกเหนือจากการรับจ้างผลิตกระป๋องบรรจุอาหารให้กับแบรนด์ต่างๆ
ภาพเคลิ่อนไหว http://youtu.be/7UT02JfwJkg







