"ไอเอ็มซี" ชี้ภาคธุรกิจกำลังเพิ่มดีกรีมุ่งสู่โมบาย-คลาวด์-บิ๊กดาต้า แต่ขาดแคลนแรงงานไอทีอย่างหนัก-แผนธุรกิจไม่ชัดเจน
นายธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี กล่าวว่า องค์กรธุรกิจไทยเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีก่อกำเนิด (Emerging Technology) เช่น โมบาย คลาวด์ และบิ๊กดาต้า กันมากแล้ว เนื่องจากเห็นถึงโอกาสทางการตลาดที่จะเกิดขึ้น ทว่าติดปัญหาสำคัญคือขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
ผลการวิจัยเชิงสำรวจหัวข้อ “Emerging Technology ; Thai IT Professional Readiness Survey” โดยมีกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการกว่า 100 รายจากภายในอุตสาหกรรมไอทีและอื่นๆ ซึ่งทำร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (เอทีซีไอ) พบว่า ธุรกิจองค์กรสนใจพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นโมบาย แอพพลิเคชั่นมากที่สุด ตามมาด้วยบิสสิเนส อินทิลิเจนซ์ บิ๊กดาต้า และคลาวด์ ตามลำดับ แต่ติดปัญหาตรงกัน คือ จำนวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์มีน้อย ขาดแคลนบุคลากรมือดี รวมถึงขาดแผนงานพัฒนาชัดเจน
“ผมว่าขณะนี้คะแนนความพร้อมบุคลากรของไทยน่าจะได้แค่ 5 จากเต็ม 10 ต่อไปหากหวังเป็นผู้นำอาเซียนคงเป็นไปได้ยาก ประเด็นหลักควรมองว่าทำอย่างไรตลาดถึงจะโต และหันมาพัฒนาตนเองให้ดีที่สุด พร้อมให้ความสำคัญปรับปรุงระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม”
ข้อมูลระบุว่า ด้านทักษะมีสัดส่วนบุคลากรด้านบิสสสิเนส อินทิลิเจนซ์ (บีไอ) มากที่สุด 58.42% ตามด้วยเฟซบุ๊ค แอพพลิเคชั่น 33.71%, noSQL 21.35% และ บิ๊ก ดาต้า 17.98% ท่ามกลางความต้องการพัฒนาทั้งด้านไอทีและธุรกิจเพิ่มขึ้น แต่ละรายชี้ว่าขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะความสามารถ 76.40% ขาดแคลนแหล่งความรู้ การฝึกอบรม 49.44% ขาดงบประมาณ 42.70% เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วจนตามไม่ทัน 31.46% ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ 25.84% และยังมองไม่เห็นโอกาสทางการตลาด 16.85% ตามลำดับ
บทบาทสถาบันไอเอ็มซี คือ สานต่อจุดยืนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมโดยการสร้างงานวิจัยเชิงลึก พัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อม จากนี้เตรียมร่วมมือกับคู่ค้าทั้งในไทยและต่างชาติจัดอบรม สัมมนา จากปัจจุบันที่ทำเทรนนิ่งไปแล้วกว่า 37 ครั้ง จำนวน 932 คน สิ้นปีคาดว่าจะทำให้ได้ 50-60 ครั้งขึ้นไป เทคโนโลยีที่โฟกัส คือ โมบาย คลาวด์ และบิ๊กดาต้า
นายธนชาติ ระบุว่า ฮับภูมิภาคอาเซียนใครก็อยากเป็น ทว่าอาจไม่ใช่จุดสำคัญเท่าความร่วมมือระหว่างกัน ตลาดไทยนับว่ามีทิศทางและพัฒนาการที่ดี ประเมินจากสัดส่วนจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตปัจจุบันที่มี 35% ของประชากร ผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของประชากรภายในสิ้นปีนี้ และขึ้นเป็น 50% ภายใน 2-3 ปี
"ทุกวันนี้ธุรกิจซอฟต์แวร์ไม่มีสัญชาติ จึงต้องมองไปถึงการแข่งขันระดับโลก ทว่าขณะนี้ส่วนใหญ่ยังกังวลกับการเปลี่ยนแปลง หวังว่าต่อไปจะเกิดความร่วมมือของหลายๆ ฝ่าย รัฐเองน่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้งาน พร้อมเข้ามาโฟกัสการลงทุนด้านซอฟต์แวร์มากกว่าเน้นแต่อินฟราสตรักเจอร์พื้นฐานของประเทศ" นายธนชาติ กล่าว
เขาประเมินด้วยว่า ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์พร้อมด้านไอทีและบริการอีเซอร์วิสสูงมาก ส่วนไทยผู้ใช้เริ่มมีความพร้อมขึ้นอยู่ว่ารัฐและเอกชนจะพัฒนาบริการมารองรับและบริหารจัดการอย่างไร





