วงเสวนาจุฬาฯ จวก กสทช. คุกคามสิทธิ-เสรีภาพ หลังยื่นฟ้องดำเนินคดี"นัก
คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ ร่วมกับศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ"คดีฟ้องร้องนักวิชาการกับบทบาทหน้าที่สาธารณะ" ที่สืบเนื่องมาจากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) พร้อมกับกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทนางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และน.ส.ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้ดำเนินรายการที่นี่ไทยพีบีเอส กรณีวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการออกร่างประกาศกสทช. ว่าด้วยเรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. .... โดยมีนายนันทวัฒน์ บรมานันท์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายวีระ สมบูรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางพิรงรอง รามสูต อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ ผู้อำนวยการบริหารสำนักข่าวอิศรา ร่วมอภิปราย
นายนันทวัฒน์ กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 50 ที่ระบุว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในทางวิชาการ การศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัย และการเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งที่ไม่ขัดต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น ถือว่าเป็นการเขียนได้กว้างมาก เนื่องจากในทางนิติศาสตร์การใช้ดุลพินิจในการตีความ ค่อนข้างยากที่จะไปกำหนดกรอบว่าอะไรคือเสรีภาพทางวิชาการ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าเสรีภาพทางวิชาการอยู่ในสังคมมานานจนเกือบจะเป็นสิทธิมนุษยชนทางวิชาการไปแล้ว แต่ในบ้านเราเราพยายามมีทุกอย่างที่ต่างประเทศมี แต่ไม่มีการสานต่อ เช่น เสรีภาพในการชุมนุม เราไม่มีการวางกรอบให้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร ดังนั้น เมื่อเราพูดถึงเสรีภาพทางวิชาการเราจึงตอบไม่ได้ สังคมทุกวันนี้เห็นนักวิชาการเลือกข้างมาก ตนจึงคิดว่าการใช้เสรีภาพทางวิชาการต้องไม่กระทบเรื่องส่วนตัวของบุคคลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งนี้ต้องแยกให้ออกว่าการวิพากษ์วิจารณ์ ในเรื่องสิทธิการทำงาน หรือสิทธิในเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ตนมองว่ารัฐไม่ควรเป็นปฏิปักษ์กับประชาชน เพราะการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
"กรอบของการใช้เสรีภาพทางวิชาการ นอกจากจะระมัดระวังให้รอบคอบแล้ว หน่วยงานต้องใจกว้าง ที่จะยอมรับเสรีภาพทางวิชาการของนักวิชาการด้วย การยื่นฟ้องของกสทช. ถือเป็นการเปิดศึกกับประชาชน ตนคิดว่าไม่ถูกต้อง เพราะการเปิดศึกกับนักวิชาการหรือประชาชนไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง ควรจะเปิดโต๊ะเจรจา หรือแถลงข่าวเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันมากกว่า ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนก็มีส่วนผิดในหลายเรื่อง เพราะปัจจุบันสื่อต้องการที่จะได้ข่าวอย่างเดียว นักข่าวพยายามตั้งคำถามเลือกข้าง โจมตีฝ่ายตรงข้ามบ้าง และเมื่อสื่อเผยแพร่ออกไปโดยที่ฐานข้อมูลยังไม่ชัดเจน สื่อก็ปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องรับผิดชอบด้วย"นายนันทวัฒน์ กล่าว
ด้านนางพิรงรอง กล่าวตอนหนึ่งว่า นักวิชาการและสื่อมวลชน มีหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบ นักวิชาการก็ทำงานร่วมมือกับสื่อและเอ็นจีโอ เพื่อนำเรื่องราวที่ไม่เป็นข่าว ทำออกมาให้เป็นข่าว เนื่องจากปัจจุบันกระบวนการกำหนดข่าวสารมักถูกครอบงำโดยกลุ่มผู้มีอำนาจ ดังนั้นการทำงานของนักวิชาการ จึงมีบทบาทคล้ายกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ในการหาข้อมูลเชิงลึก เพื่อตรวจสอบฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ เปรียบเสมือนหมาเฝ้าบ้าน แต่อย่างไรก็ตามการวิพากษ์วิจารณ์คงต้องระวังให้รอบคอบด้วย


