กสทช.ประเมินทีวีดิจิทัลกระตุ้นอุตสาหกรรมโฆษณาพุ่ง "เท่าตัว" สะพัด 2 แสนล้าน ภายใน 5 ปี คาดเม็ดเงินลงทุนกิจการบรอดแคสต์ "แสนล้าน"
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดกรอบเวลาการประมูลคลื่นความถี่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง กรณี "ช้าที่สุด" ไม่เกิน "กลางเดือนม.ค. 2557" โดยขั้นตอนแรกเริ่มต้นแล้ววานนี้ (27 ส.ค.) ในการประกาศ "หนังสือเชิญชวน เรื่อง การขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ
นายพสุ ศรีหิรัญ รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานวิชาการและจัดการทรัพยากรกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่ากระบวนการเปลี่ยนแปลงระบบส่งสัญญาณออกอากาศโทรทัศน์ดิจิทัล และการจัดสรรช่องทีวีดิจิทัลใหม่รวม 48 ช่อง โดยเป็นช่องบริการธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งเป็นรูปแบบ "ฟรีทีวี" ช่องใหม่ เพิ่มขึ้นจากช่องอนาล็อกเดิม 6 ช่อง จะส่งผลให้อุตสาหกรรมโฆษณามีทางเลือกในการใช้สื่อมากขึ้น
หากพิจารณาจากเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณามูลค่า 1 แสนล้านบาทต่อปี คาดว่าในช่วง 5 ปี ของการเปลี่ยนสู่ทีวีดิจิทัล จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมโฆษณาเพิ่มขึ้น "เท่าตัว" จากปัจจุบัน หรือมีมูลค่าราว 2 แสนล้านบาท เป็นผลมาจากจำนวนช่องทีวีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น และราคาค่าโฆษณาต่ำลงจากการมีฟรีทีวีเพิ่มเป็น 24 ในประเภทธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการและสินค้าขนาดกลางและเล็ก ที่ไม่มีโอกาสใช้พื้นที่โฆษณาทางฟรีทีวี เนื่องจากอัตราค่าโฆษณาสูง ได้มาใช้พื้นที่โฆษณาในทีวีดิจิทัลมากขึ้น
"เม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณากลุ่มอาเซียนมีสัดส่วนที่ 2% ของค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภคของประชากร (private consumption) ส่วนไทยอยู่ที่ 1% เชื่อว่าเมื่อเปลี่ยนสู่ทีวีดิจิทัล จะขยับสัดส่วนเป็น 2% เช่นเดียวกับอาเซียน กระตุ้นมูลค่าโฆษณาเท่าตัวจากปัจจุบัน" นายพสุ กล่าว
ประเมิน37รายจ่อชิงทีวีดิจิทัล
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า หลังจากประกาศหนังสือเชิญชวน ประมูลทีวีดิจิทัลผ่านสื่อ วานนี้ (27 ส.ค.) แล้ว ขั้นตอนสำคัญหลังจากนี้ คือ การซื้อเอกสาร (ซอง) ประมูล ราคาหมวดหมู่ (ช่องรายการ) ละ 1.07 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ในวันที่ 10-12 ก.ย. นี้ คาดว่าช่วงเวลาซื้อซองประมูลจะเห็นผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมประมูลชัดเจน 75%
จากการประเมินผู้ประกอบการที่สนใจเข้ารวมประมูลทีวีดิจิทัล คาดว่าจะอยู่ที่ 35-37 ราย โดยช่องเด็ก ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 140 ล้านบาท จำนวน 3 ช่อง คาดว่ามีผู้สนใจมากกว่า 5 ช่อง, ช่องข่าว ราคาเริ่มต้นช่องละ 220 ล้านบาท จำนวน 7 ช่อง คาดว่ามีผู้สนใจมากกว่า 8-9 ราย, ช่องวาไรตี้ ราคาเริ่มต้นช่องละ 380 ล้านบาท คาดว่ามีผู้สนใจกว่า 14 ราย และช่องเอชดี ราคาเริ่มต้นประมูลช่องละ 1,510 ล้านบาท คาดว่ามีผู้สนใจประมูล 8-9 ราย โดยช่องวาไรตี้ จะมีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสูงสุด
"การจัดเรียงลำดับประเภทช่องรายการที่จะประมูลเป็นลำดับแรก จะเลือกจากช่องที่มีข้อจำกัดสูงสุดประมูลก่อน เพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการทุกรายที่มีศักยภาพด้านคอนเทนท์ ได้เป็นเจ้าของช่อง"
เข้มตรวจสอบครองสิทธิข้ามสื่อ
ใน "ขั้นตอนการพิจารณาคุณสมบัติ" ที่กำหนดให้ยื่นเอกสาร (ซอง) เพื่อเข้าร่วมประมูล ในวันที่ 28-29 ต.ค. นี้ หลังจากนั้นจะใช้เวลาพิจารณารายชื่อและประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมประมูลภายใน 45 วัน โดยกำหนดเพดานสูงสุดให้ผู้ประกอบการ 1 รายประมูลได้ 3 ช่อง (ห้ามประมูลช่องข่าวและเอชดี)
ทั้งนี้ ผู้ที่ยื่นตรวจสอบเอกสารมากกว่า 1 ช่องรายการ แม้จะประมูลชนะช่องที่ต้องการในลำดับแรกๆ แล้ว จะต้องเข้าร่วมประมูลในช่องรายการอื่นๆ ที่ลงทะเบียนไว้แล้วด้วยเช่นกัน อีกทั้งต้องเคาะราคาครั้งแรก ภายใน 5 นาที ไม่เช่นนั้นอาจเข้าข่ายผิดประกาศฯ การประมูล และอาจถูกโทษ "ปรับ" ในอัตรา 10% ของราคาเริ่มต้นประมูลประเภทนั้น
"เชื่อว่าการกำหนดเพดานสูงสุดให้ 1 ราย ประมูลได้ 3 ช่อง น่าจะเพียงพอในกลุ่มที่มีเงินทุนและศักยภาพที่ต้องการดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัล และไม่เห็นความจำเป็นในการจัดตั้งนอมินี เข้าร่วมประมูลเพื่อให้ได้ช่องจำนวนมาก" พ.อ.นที กล่าว
กระบวนการตรวจสอบเอกสารผู้ยื่นประมูล หากพบความสัมพันธ์ด้านการถือหุ้น เงินทุน และการบริหาร ที่เข้าข่ายนอมินี และประมูลช่องรายการเกินเพดานประกาศฯ กำหนดไว้ และผิดหลักเกณฑ์การครองสิทธิข้ามสื่อ ทั้งบริษัทแม่และนอมินีจะถูกตัดสิทธิเข้าร่วมประมูลทันที กรณีที่ตรวจพบหลังการประมูลจะถูกตัดสิทธิเช่นกัน และมีโทษทางอาญา จากการแจ้งเอกสารเท็จ
คาดเม็ดเงินลงทุนแสนล้าน
พ.อ.นที กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดสรรคลื่นทีวีดิจิทัลทุกประเภทรวม 48 ช่อง ทั้ง สาธารณะ ธุรกิจ และชุมชน รวมทั้งใบอนุญาตโครงข่าย (mux) สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการประยุกต์ ภายใต้โรดแมพการเปลี่ยนผ่านจากโทรทัศน์อนาล็อกสู่ดิจิทัล คาดว่าจะทำให้เกิดเม็ดเงินการลงทุนในทุกอุตสาหกรรม ราว 1 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี
ทั้งนี้ ประเมินการลงทุนในกลุ่มโครงข่าย (mux) ประมาณ 5 พันล้านบาท งบประมาณจากอุตสาหกรรมจอทีวีดิจิทัล บิวท์อิน และอุปกรณ์รับสัญญาณ (set top box) ราว 2 หมื่นล้านบาท และส่วนใหญ่กว่า 75% หรือ 7.5 หมื่นล้านบาท จะเป็นการลงทุนด้านคอนเทนท์ในช่องรายการต่างๆ
สำหรับผู้ให้บริการโครงข่าย 4 ราย ที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว ประกอบด้วย อสมท, กรมประสัมพันธ์, กองทัพบก และ ไทยพีบีเอส มีหน้าที่ต้องเร่งขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ 95% ภายใน 4 ปี โดย กสทช. กำหนดให้โครงข่ายแจ้งราคาค่าเช่าใช้บริการล่วงหน้า 30 วันก่อนการประมูล ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ประมูลช่องรายการ และผู้ให้บริการโครงข่าย 90% จะตกลงการเลือกผู้ใช้บริการโครงข่ายร่วมกันได้ โดยแต่ละโครงข่าย จะให้บริการช่องมาตรฐานความคมชัดทั่วไป (SD) 6 ช่อง และ เอชดี 2 ช่อง


