แก้วพรุนไล่ยุง เป็นไอเดียที่ บ.ไทยเทคโนกลาส ต้องการนำเศษกระจก 40 ตันต่อเดือนกลับมาใช้ประโยชน์มากกว่าการขายในราคาถูกกลับไปยังโรงหลอม
หลังจากชิมลางความสำเร็จจากโครงการเปลี่ยนขยะเป็นทอง โดยเปลี่ยนเศษกระจกให้เป็นกระถางประหยัดน้ำ กับรางวัลการออกแบบสินค้าเชิงสิ่งแวดล้อม (ECO Design Award 2012) "ไทยเทคโนกลาส" ผู้ผลิตกระจกตกแต่งอาคาร เดินหน้าต่อยอดสร้างนวัตกรรมในรูปแบบ "แก้วพรุน" คู่แข่งที่เหนือระดับกว่าหินฟองน้ำ นอกจากประดับสวนแล้วก็ยังส่งกลิ่นไล่ยุงได้อีกด้วย
กระถางประหยัดน้ำโดดเด่นด้านการดีไซน์ ขณะที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้แก้วฟองน้ำหรือแก้วพรุนมีความโดดเด่นและพิเศษ ไม่ใช่แค่วัสดุตกแต่งทั่วไป และในอนาคตจะต่อยอดเป็นวัสดุเชิงสปาบำบัดอีกหลายรูปแบบ
สวยสยบยุง
"ไทยเทคโนกลาส" ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ไอแทป) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โครงการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการกับนักวิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ โดยได้จับคู่กับศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) พร้อมด้วยโจทย์พัฒนาที่ชัดเจนในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแก้วพรุน
แก้วพรุนไล่ยุงเป็นไอเดียตอบโจทย์บริษัทที่ต้องการนำเศษกระจก 40 ตันต่อเดือนกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการขายในราคาถูกกลับไปที่โรงหลอม เข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นกระจกแผ่นใหญ่สำหรับนำมาตกแต่งใหม่ นอกจากแก้วพรุน กระถางประหยัดน้ำ ก็ยังมีแจกันหน้าตาแปลกใหม่ กระจกพิมพ์ลายในแบบย้อนยุคสำหรับตกแต่งและกระถางประหยัดน้ำ
"คนอาจมองว่าสินค้าที่เกิดจากเศษจะไม่สามารถขายได้ในราคาสูง แต่ผมกลับมองว่า กว่าจะนำเศษมาผลิตเป็นสินค้าได้นั้นต้องอาศัยความคิด ความพยายาม และการลองผิดลองถูก ซึ่งอาจจะนานและยากกว่าการพัฒนาสินค้าจากวัตถุดิบที่สมบูรณ์" พลัฏฐ์ เลียวกิจสิริ ผู้จัดการฝ่ายนวัตกรรม บริษัท ไทยเทคโนกลาส จำกัด กล่าว
การแปรรูปเศษกระจกให้เป็นหินประดับสวน ไม่ได้จบแค่การทำให้เป็นก้อน เพราะยังไม่ถือว่าเป็นจุดแข็งที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อในทันทีที่เห็น เนื่องจากยังมีก้อนหินธรรมชาติ วัสดุตกแต่งสวนอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่ง ซึ่งลดการปลดปล่อยน้ำในดิน และคงความชุ่มชื้นให้กับต้นไม้ได้ไม่ต่างกัน แถมราคายังถูกกว่าหลายเท่าตัว
แต่แก้วพรุนประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายสถานที่ ไม่ว่าจะ ที่อยู่อาศัย รีสอร์ท โรงแรม สปา หรือแม้แต่ในอาคาร ด้วยคุณสมบัติเสริมพิเศษจากเทคโนโลยีนาโน วัสดุที่ดูทันสมัย ใช้งานง่ายและสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ จึงมีโอกาสทางการตลาดสูง
ขณะนี้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการพัฒนาสูตรการผลิต ทั้งวิธีการเคลือบน้ำมันตะไคร้หอมลงบนก้อนแก้วพรุน การคงสภาพของกลิ่นและประสิทธิภาพในการไล่ยุงให้อยู่ได้นานประมาณ 2 เดือน รวมถึงการพัฒนาให้มีสีสันต่างๆ เพื่อเป็นจุดแข็งในการทำตลาดในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า
แตกไลน์หนีคู่แข่ง
ไทยเทคโนกลาส เริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวตั้งแต่ปี 2540 เริ่มจากกระจกรถยนต์ และขยับขยายกิจการมาเป็นกระจกตกแต่งอาคารใน 10 ปีถัดมา เพื่อหนีคู่แข่งในตลาดกระจกรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
"การทำธุรกิจต้องหมั่นหาความรู้เพิ่ม เมื่อสิ่งที่ทำเดิมๆ มีคนเข้ามาทำซ้ำและแทนที่ ในที่สุดก็ต้องหาทางไปต่อให้ได้ เพราะยังมีสินค้าและบริการอีกมากมายที่เป็นช่องทางและโอกาสทางการตลาดให้เลือกลงทุน โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่เน้นดีไซน์และนวัตกรรม" เขากล่าว
จุดเด่นของกระจกไทยเทคโนกลาสอยู่ที่เทคนิคพิเศษในการผลิต ที่สามารถสร้างลวดลายบนผิวกระจก ประกอบกับความสามารถของนักออกแบบที่ดีไซน์และผลิตชิ้นงานเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะราย ไม่ว่าจะเป็น กระจกกันเสียง กระจกกันกระสุน กระจกเสริมวัสดุธรรมชาติ กระจกประหยัดพลังงานและกระจกที่มีลวดลายเกิดจากเทคโนโลยีการพิมพ์ เป็นต้น
“มีแค่โนว์ฮาวยังไม่ถือว่าจะขายได้ ต้องเติมจุดเด่น สร้างจุดขายให้ผลิตภัณฑ์ด้วย จึงจะติดตาต้องใจผู้บริโภคด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ไม่ซ้ำใคร” เขากล่าวและปิดท้ายว่า ไทยเทคโนกลาสจะต้องตอบโจทย์ได้รอบด้านทั้งดีไซน์ นวัตกรรมและรักษ์โลก


