วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จีเอสเอ็มเอ'จี้กสทช.วางโรดแมพคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์

สมาคมจีเอสเอ็มเอ ยื่นหนังสือกสทช.วางแผนคลื่น 700 พร้อมเปิดผลศึกษา "บีซีจี" หากนำมาพัฒนาในกิจการโทรคมดันจีดีพีประเทศ 5 แสนล้านบาท

นางสาวคริส เปเรรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและการกำกับดูแลคลื่นความถี่ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สมาคมจีเอสเอ็มเอ กล่าวว่า การประชุมของสมาคมเอเชียแปซิฟิก เทเลคอม (เอพีที) เมื่อปี 2553 ได้ข้อสรุปว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะใช้คลื่นย่านความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ช่วงคลื่น 698-806 เมกะเฮิรตซ์สำหรับเทคโนโลยีสื่อสารแบบไร้สาย หรือโมบาย บรอดแบนด์

ดังนั้น หากคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะกำหนดให้ช่วงคลื่นความถี่ดังกล่าวทำดิจิทัลทีวี ที่จะเปิดประมูล 48 ช่อง อีก 2-3 เดือนข้างหน้า จะส่งผลกระทบทันทีต่อประเทศเพื่อนบ้าน เพราะคลื่นความถี่จะกวนสัญญาณอย่างหนัก

"ประเทศแถบนี้กำหนดแล้วให้ใช้คลื่นย่านนี้เพื่อทำโมบายบรอดแบนด์ ดังนั้น สมาคมจีเอสเอ็มเอจึงขอผลักดันให้รัฐบาลไทยใช้คลื่นย่านดังกล่าว ให้บริการเทคโนโลยีโมบายบรอดแบนด์ซึ่งจะสอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้าน"

เธอ กล่าวว่า การตัดสินใจของ กสทช. เรื่องนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญตามที่ บอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (บีซีจี) ได้ระบุในรายงานเมื่อเดือนมี.ค.2556 หาก กสทช.เลือกคลื่น 700 ทำบรอดแบนด์จะเพิ่มรายได้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2558 มากกว่า 18,900 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 555,200 ล้านบาทในปี 2568 และยังก่อให้เกิดการสร้างงานเพิ่มขึ้นอีกกว่า 58,000 ตำแหน่ง

กลับกัน หากเลือกใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวให้บริการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์จะทำให้เกิดปัญหาการแทรกแซงข้ามเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้านตามมา ได้แก่ อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย และพม่า ซึ่งคาดว่า จะเลือกคลื่นความถี่ดังกล่าวให้บริการด้านการสื่อสารไร้สาย อันจะส่งผลให้ต้องสูญเสียจีดีพีที่ควรเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 3.4 พันล้านดอลลาร์ (ราว 102,000 ล้านบาท) และการสร้างงานใหม่ลดลง 96,000 ตำแหน่ง

สมาคมจีเอสเอ็มขอเรียกร้องให้ กสทช. จัดทำแผนแม่บทฉบับสมบูรณ์เรื่องการปรับเปลี่ยนระบบโทรทัศน์ใหม่เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้ตลาดเข้าใจ และมั่นใจในระบบนิเวศด้านการสื่อสารไร้สาย โดยเนื้อหาควรประกอบด้วย การปรับใช้แผนแม่บทที่สอดคล้องในระดับเอพีที ซึ่งใช้แผนคลื่นความถี่ 700 2x45 เมกะเฮิรตซ์ โดยกำหนดขอบเขตคลื่นความถี่สำหรับให้บริการการปรับเปลี่ยนระบบโทรทัศน์เป็นแบบดิจิทัล (ดีทีที) ไม่เกิน 698 เมกะเฮิรตซ์

"ไทยควรใช้เทคโนโลยีรับส่งคลื่นความถี่เป็นย่านเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งย่าน 700 คือตั้งแต่ 510-806 เมกะเฮิรตซ์ ทำทั้งระบบโมบาย บรอดแบนด์ และดิจิทัลทีวี โดยย่าน 510-698 ใช้สำหรับประมูลดิจิทัลทีวี โดยจะได้ช่องระบบส่งสัญญาณความชัดมาตรฐาน (เอสดี) 48 ช่อง และความชัดสูง (เอชดี) 16 ช่อง ส่วนช่วงคลื่นที่เหลือ 698-806 เมกะเฮิรตซ์ จะเหลือความถี่ 45 เมกะเฮิรตซ์ ให้บริการโมบาย บรอดแบนด์"

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวว่า กสทช. คงต้องดำเนินการตามแผนแม่บท แต่หนังสือเสนอความเห็นของสมาคมจีเอสเอ็มจะพิจารณาบรรจุเข้าวาระการประชุม กสทช. เดือนก.ค.นี้