วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯหนุนป้องกันภัยและอาชญากรรมคอมพ์

"ยิ่งลักษณ์"หนุนความร่วมมืออาเซียนป้องกันภัยและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมประจำปีของ FIRST (Forum of Incident Respone and Security Team) 25th Annual FIRST Conference 2013 ซึ่งเป็นองค์กรที่ประกอบไปด้วยสมาชิกที่เป็นองค์กรทำหน้าที่ตอบสนองและจัดการกับเหตุการณ์ฉุกเฉินไซเบอร์กว่า 250 หน่วยงาน จากในทวีปอเมริกา เอเชีย ยุโรป แอฟริกา และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดประสงค์ของการประชุมครั้งนี้ คือ การหาแนวทางและการรับมือกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้จากสถิติของธนาคารโลก ในปี 2010 ครัวเรือนทั่วโลกที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต มีประมาณร้อยละ 30 และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในประเทศไทย มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตกว่า 24 ล้านคน และมีหมายเลขโทรศัพท์มือถือกว่า 87 ล้านเลขหมาย จากประชากร 64 ล้านคน การเพิ่มขึ้นของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตและผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลก และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีช่วยเปิดโอกาสที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้นขึ้น การเชื่อมโยงที่มากขึ้นนำไปสู่​​การเพิ่มพูนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว อีกทั้งธุรกิจ SMEs และธุรกิจขนาดย่อมยังมีเครื่องมือสำคัญที่ช่วยทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในโลกยุคโลกาภิวัตน์ นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ดีขึ้น ยังช่วยสนับสนุนการศึกษา อาทิ โครงการแท็บเล็ตพีซีเพื่อการศึกษาไทย รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกล หรือ Telemedicine

ทั้งนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ตช่วยเพิ่มขีดความสามารถมนุษย์ ทำให้ประชาชนสามารถรับรู้ข่าวสาร และเป็นคนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นั่นคือเหตุผลที่ไทยมีแนวคิดริเริ่มเกี่ยวกับ Smart Thailand เพื่อช่วยประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น เช่นเดียวกันกับเทคโนโลยีด้านอื่นๆ การนำเทคโนโลยีทางด้านอินเตอร์เน็ตไปใช้ในทางที่ผิด ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม การค้า ความมั่นคงของชาติ และสวัสดิภาพของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งข้อมูลจากศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (Thai CERT) ในปีที่แล้ว ได้รายงานถึงภัยคุกคามจากไซเบอร์ ภัยจากไวรัส และการล้วงข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตกว่า 800 ครั้ง

การที่ไม่มีกฎหมายและการป้องกันภัยจากการใช้เทคโนโลยี นอกจากจะส่งผลต่อศักยภาพในการพัฒนาทางเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของเราด้วย และเพื่อตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ประเทศไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (National Cyber Security Committee) โดยมีนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการฯ ซึ่งในขณะนี้กำลังดำเนินการพัฒนากรอบนโยบายเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานของรัฐบาล เอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป โดยกรอบนโยบายนี้ จะครอบคลุมถึงการกำกับดูแล การเตรียมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลระดับชาติและการสร้างความสามารถในการรับมือกับภัยดังกล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การตระหนักถึงการรับรู้ของสาธารณะ การพัฒนาเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งในการป้องกันภัยและอาชญากรไซเบอร์ ความร่วมมือในภูมิภาคและความร่วมมือในระดับนานาชาติเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้ประสบความสำเร็จ ประเทศไทยจึงสนับสนุนความร่วมมือของอาเซียนในการต่อสู้ภัยจากไซเบอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติที่อาเซียนให้ความสนใจเป็นอันดับแรก และหากอาเซียนร่วมมือกันอย่างเต็มที่ การติดต่อสื่อสารในโลกอินเตอร์เน็ตก็จะได้รับการป้องกันจากภัยคุกคาม

ทั้งนี้ ประเทศไทยสนับสนุนความพยายามของ ARF ในการพัฒนาแผนงานเกี่ยวกับความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยการระดมผู้เชี่ยวชาญและแนวความคิดต่างๆจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ส่วนในระดับโลก มีการจัดประชุมเพื่อรับมือและจัดการอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ระดับโลก หรือ FIRST เพื่อหาวิธีปฏิบัติในการรับมือและจัดการภัยคุกคามทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเพื่อการแบ่งปันข้อมูล หรือเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ การประชุม FIRST จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโลกไซเบอร์ และสร้างความรู้เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรืองสำหรับทุกฝ่าย หวังว่าความร่วมมือและเครือข่ายที่มีร่วมกัน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการจัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์