ด้วยมูลค่าทางการตลาดที่ยังอยู่ในช่วง โนลิมิต แถมยังโตวันโตคืนกับศักยภาพที่สามารถตอบโจทย์เรื่องการดูแลสุขภาพได้อย่างครบวงจร
ด้วยมูลค่าทางการตลาดที่ยังอยู่ในช่วง “โนลิมิต” แถมยังโตวันโตคืนกับศักยภาพที่สามารถตอบโจทย์เรื่องการดูแลสุขภาพได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงวัยทอง ธุรกิจเมดิคัลสปาจึงพาเหรดเปิดตัวทั่วทุกมุมเมือง เช่นเดียวกับ “โบเต้ เอควิลิเบร่ เมดิคอล สปา แอนด์ บีอีคิวคลินิก (บีอีคิว)”เมดิคัลสปา คือบทบาทใหม่ของธุรกิจสปาซึ่งเดิมเป็นเพียงเพื่อความงาม(เฮลท์สปา) ได้ปรับเปลี่ยนเป็นสปาเพื่อสุขภาพและการบำบัดรักษาหรือเมดิคัลสปา ที่ผสมผสานองค์ความรู้ระหว่างการแพทย์ที่ทันสมัยแบบตะวันตก กับศาสตร์ทางการแพทย์แบบตะวันออก เพื่อการเสริมสร้างการดูแลรักษาสุขภาพ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุของการเกิดโรค ตลอดจนการดูแลตัวเองเลือกใช้ศาสตร์ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายในกรณีที่มีโรคประจำตัว โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง::ธุรกิจจากประสบการณ์จากอาชีพทันตแพทย์ที่ต้องยืนให้บริการตลอดทั้งวัน “ทพ.อรัญ ร่วมเผ่าไทย” จึงใช้บริการสปาเป็นประจำเพื่อนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ในราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน พบว่า บางแห่งมีเทคนิคการนวดที่ดีมาก ขณะที่บางแห่งโดดเด่นเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่สปาที่สมบูรณ์แบบซึ่งรวมจุดเด่นทั้งสองไว้ด้วยกันกลับหาได้ยาก“จึงสนใจที่จะรวมจุดเด่น 2 เรื่องนี้ให้มาอยู่ในที่เดียวกัน ก็ได้ตัดสินใจเปิดสปาขนาด 2 เตียง เพื่อบริการเฉพาะคนใกล้ตัวที่ชื่นชอบสปาเหมือนกัน” ทพ.อรัญกล่าวโบเต้ เอควิลิเบร่ เมดิคอล สปา เกิดขึ้นอย่างจริงจังในปี 2554 ต่อมาธุรกิจไซส์เล็กเริ่มไม่พอกับจำนวนลูกค้า จึงต้องปรับโฉมและยกระดับการบริการมาเป็นเมดิคัลสปา พร้อมกับเน้นการนวดที่ใส่ใจเรื่องของโครงสร้างร่างกาย โดยนำเข้านวัตกรรมจากญี่ปุ่นที่เรียกว่า Electrical Therapy ซึ่งช่วยเรื่องระบบหมุนเวียนสารสื่อประสาทในร่างกาย และมือนวดหรือเธอราปิสต์แบบทิเบต ขณะเดียวกันเจ้าของสปาตัดสินใจเพิ่มความรู้ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และได้พบกับหุ้นส่วนที่มาเติมบริการด้านความงามให้กับเมดิคัลสปา“เรานำศาสตร์หลายแขนงมาผสมผสานทำงานร่วมกัน ทั้งด้านศาสตร์สปาบำบัด ศาสตร์ผิวพรรณและความงาม ธรรมชาติบำบัด และเวชศาสตร์ชะลอวัย เข้าไว้ด้วยกัน ผสานกับนวัตกรรมด้านความงามจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นElectrical Therapy และ Laser Treatments ที่ทันสมัยและปลอดภัยจากอเมริกา เยอรมัน อิตาลี เกาหลีและญี่ปุ่น” ทพ.อรัญเผยถึงจุดขายจากประสบการณ์ที่เดินเข้าออกสปาและคลินิกความงามมานาน เขาเลือกที่จะนำความต้องการและปัญหาจากมุมลูกค้ามาพัฒนาธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยปัญหา เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นตอ::โอกาสจากช่องว่างราคาตลาดเมดิคัลสปาในไทยเน้นลูกค้าต่างชาติในอัตราค่าบริการที่แพง แต่ด้วยความเป็นน้องใหม่ที่เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ผู้บริหารบีอีคิวจึงชูจุดขายด้านราคาที่ออกแบบมาสำหรับลูกค้าระดับ C+ สามารถจ่ายได้ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองที่มักมีเวลาน้อย ต้องการบริการด้านสุขภาพและความงามควบคู่กันไป“ในช่วง 5-10 ปีนี้ถือเป็นยุคทองของคลินิกความงามทั่วไป ที่สามารถตอบสนองโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการได้ราว 60% ส่วนที่เหลืออาจจะยังมีปัญหาหรือยังแก้ไม่ได้ บีอีคิวก็จะได้ส่วนแบ่งตลาดกลุ่มที่ต้องการรักษาแบบผสมผสาน เพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง” ผู้บริหารบีอีคิวกล่าวเขาเชื่อว่า ก้าวแรกที่มั่นคงของแบรนด์ จะเป็นฐานที่ดีสำหรับก้าวต่อไป ก้าวต่อไป นอกจากการผสานอย่างจริงจังระหว่างสปากับคลินิก บีอีคิวจะขยายสาขาโดยเริ่มที่สยามสแควร์วัน และได้รุกตลาดต่างจังหวัด นำร่องที่ จ.อุดรธานี ซึ่งถือเป็นตลาดที่น่าจับตามอง เพราะเป็นจังหวัดที่เชื่อมไทย-ลาว เพิ่มโอกาสสำหรับกลุ่มลูกค้าคนไทยและคนลาว เป็นตลาดใหม่ที่รองรับเออีซีอีกด้วย ทั้งสองสาขานี้คาดว่าจะเป็นรูปเป็นร่างในช่วงปลายปี 2556 จากนั้นเตรียมขยายสาขาไปที่พัทยา จ.ชลบุรี ต่อไปความสำเร็จของบีอีคิวเห็นได้จากความสามารถคืนทุนได้ในช่วงปีแรก และทำกำไรระดับเกิดคาดในปีที่ 2





