วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมโทรเกาะเทรนด์ 'บิ๊กดาต้า'-'โมบิลิตี้'

เมโทรโหนกระแส "บิ๊กดาต้า-โมบิลิตี้" รับเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ในองค์กร ดันผลิตภัณฑ์ท้อปแบรนด์เจาะตลาด พร้อมเล็งจับมือพันธมิตรให้บริการคลาวด์ฯ

นายอรุณ ต่อเอกบัณฑิต ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์โซลูชั่น บมจ.เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ปีนี้เมโทรจะเน้นขยายตลาดใหม่ในกลุ่มบิ๊กดาต้า และโมบิลิตี้ ที่เป็นเทรนด์เทคโนโลยีขององค์กรขณะนี้ โดยเฉพาะการนำเสนอโซลูชั่นที่ช่วยให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จากปริมาณข้อมูลที่มีมหาศาล ซึ่งบริษัทมีจุดแข็งที่เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ท้อปแบรนด์ที่มีในตลาดไม่ว่าจะเป็นออราเคิล ไอบีเอ็ม และคลิกวิว (QlikView)

รวมทั้งการจับตาทิศทางตลาด "คลาวด์ คอมพิวติ้ง" ที่เป็นเทคโนโลยีที่องค์กรให้ความสนใจจะลงทุนด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบใช้เฉพาะภายในองค์กร (ไพรเวท คลาวด์), ใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (พับลิก คลาวด์) หรือแบบผสมผสาน

"เรากำลังจับตาดูอยู่ ซึ่งบริษัทมองว่าองค์กรต่างๆ เริ่มรับรู้เกี่ยวกับคลาวด์คอมพิวติ้งมากขึ้น และก็เป็นไปได้ที่เราจะลงทุนเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ และแอพพลิเคชั่นที่ทำเป็นคลาวด์ เซอร์วิสได้ ส่วนจะให้บริการเมื่อไรต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของพาร์ทเนอร์เราด้วย ส่วนเมโทร สามารถให้บริการได้ทันทีเนื่องจากพร้อมทั้งโซลูชั่น และพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์ที่ปัจจุบันใช้งานไปเพียง 20% ของความสามารถในการใช้งานทั้งหมด"

นายกิตติ เตชะทวีกิจกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทเดียวกัน กล่าวว่า บริษัทวางงบลงทุนในปีนี้ไว้ใกล้เคียงกับทุกปีคือ 20-30 ล้านบาทสำหรับขยายธุรกิจเดิม เช่น การพัฒนาโซลูชั่นตามเทรนด์ของเทคโนโลยีที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเช่น ฮาร์ดแวร์ของไอบีเอ็ม ที่ปัจจุบันสร้างรายได้ให้เมโทรคิดเป็นสัดส่วนราว 20-25% ของรายได้รวมทั้งหมด

ทั้งล่าสุดบริษัทยังได้เปิด "ดิจิทัล มีเดีย เซ็นเตอร์" ที่สำนักงานใหญ่เพื่อเป็นศูนย์สาธิตเทคโนโลยีและเพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าและพาร์ทเนอร์ รวมถึงเป็นศูนย์การเรียนรู้ของบุคลากร เพื่อสานเป้าหมายการเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นไอทีครบวงจร

ขณะที่โครงสร้างองค์กรยังคงเดิมคือมี 3 กลุ่มธุรกิจหลักคือ "เอ็นเตอร์ไพรซ์ ซิสเต็มส์" ตัวแทนจำหน่ายฮาร์ดแวร์ให้ผู้ผลิตแบรนด์หลักๆ ในตลาด, "โซลูชั่น อินทิเกรชั่น" เน้นตลาดซอฟต์แวร์ และ "ออฟฟิศ ซัพพลาย" หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายวัสดุสิ้นเปลืองในสำนักงานครบวงจร แต่จะเน้นรายได้จากกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการให้มากขึ้นเพราะการขายฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียวเริ่มมีกำไรน้อยลง

"โอกาสในตลาดเทคโนโลยีมีอยู่ตลอดเวลา เพราะเทรนด์จะเป็นการทำอะไรที่ซับซ้อนขึ้น และไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร แต่การเติบโตในธุรกิจไอทีก็ยังคงมีอยู่ต่อเนื่องเพราะเป็นสิ่งที่องค์กรต้องลงทุนเพื่อรองรับธุรกิจ"

บริษัทคาดว่าปีนี้จะยังรักษาการเติบโตของรายได้รวมที่ 7-8% หรือใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวม 6,446 ล้านบาท กำไรสุทธิ 221 ล้านบาท