วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ไอทรูมาร์ท” ช้อป โชว์ แชร์ ในหนึ่งเดียว

ทรูเปิดตัว “ไอทรูมาร์ท (iTrueMart)” เว็บไซต์ชอปปิงออนไลน์ หนุนเป็นห้างแบรนด์เนมบนโลกดิจิทัล

คลื่นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจภายในตลาด “อีคอมเมิร์ซ” ประเทศไทยมีมาให้เห็นปีละหลายระลอก ทั้งจากผู้เล่นหน้าเก่า หน้าใหม่ ระดับอินเตอร์ที่มีงบการลงทุนมหาศาล และโลคอลที่หวังไต่ระดับไปให้ได้ทั่วโลก

นางสาวมนสินี นาคปนันท์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ และผู้จัดการทั่วไป ทรูไลฟ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าว่า กลุ่มทรูเปิดตัว “ไอทรูมาร์ท (iTrueMart)” เว็บไซต์ชอปปิงออนไลน์ประเภทบิสิเนสสู่คอนซูเมอร์ (บีทูซี) อย่างเป็นทางการ วางตำแหน่งเป็นห้างสรรพสินค้าสำหรับสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำจากทั้งภายในไทย เอเชีย และทั่วโลก

ปัจจุบันมีคู่ค้า 100 กว่าแบรนด์ สินค้า 3,000 รายการ รวมถึงเครือเซ็นทรัล ไอสตูดิโอ และโคเรียนดีดี แบ่งสินค้าออกเป็น 6 หมวดหมู่หลักคือ ความงาม, แฟชั่น, แกดเจ็ทและเครื่องใช้ไฟฟ้า, ไลฟ์สไตล์และของขวัญ, หนังสือ และสินค้าโอท็อป

“เราจะเน้นแต่สินค้าที่ถูกลิขสิทธิ์ ด้วยการซื้อขายแบบเจ้าของผลิตภัณฑ์สู่ลูกค้า หวังเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจในเครือ และผู้ประกอบการไทย เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

อย่างไรก็ดี เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ต่อยอดความสำเร็จเว็บไซต์ “วีเลิฟชอปปิง” ตลาดกลางอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของไทย ซึ่งปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยยอดผู้เข้าชม 4 แสนคนต่อวัน เพจวิว 80 ล้านคลิกต่อเดือน มีสินค้าให้เลือกซื้อกว่า 8 ล้านชิ้นจาก 3 แสนร้านค้า เงินหมุนเวียน 1.2 หมื่นล้านบาท

ช้อปได้ทุกที่ ทุกเวลา

นายสืบสกล สกลสัตยาทร ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ บริษัท ทรู ดิจิทัล คอนเท้นท์ แอนด์ มีเดีย จำกัด เล่าเสริมว่า แนวทางการทำตลาดวางกลยุทธ์ที่สำคัญไว้คือ บันเดิลไปกับผลิตภัณฑ์ภายในเครือทรู โปรโมชั่นพิเศษทุกเดือน ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบ พร้อมแพลตฟอร์มที่หลากหลายทำให้การเข้าถึงครอบคลุมมากที่สุด โมเดลรายได้แบ่งเป็น 2 แบบคือนำสินค้ามาขายเอง และแบ่งรายได้กับคู่ค้าตามสัดส่วนที่ตกลงกัน

ทั้งนี้ การบริการมี 3 แพลตฟอร์มหลักคือเว็บไซต์ www.iTrueMart.com, ทรูวิชั่นช่อง 69 และ “ไอทรูมาร์ท สตูดิโอ” ครั้งแรกในไทยที่เปิดประสบการณ์ผู้บริโภคให้ชอปปิงรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ 360 องศา ผ่านจอขนาดใหญ่ เฟสแรกเริ่มโปรเจคทดลองแล้ว 2 แห่งที่ทรูคอฟฟี่ ดิจิทัลเกตเวย์ และเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว ลูกค้าสามารถจับจ่ายและแชร์ภาพผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้ทันที

อย่างไรก็ดี กลุ่มเป้าหมายหลักคือ หนุ่มสาวออฟฟิศ คนต่างจังหวัดที่ชอบแบรนด์เนม รวมถึงลูกค้าในต่างประเทศโดยบริษัทจะเริ่มขยายไประดับเอเชียช่วงไตรมาสที่ 3 ใน 3 ประเทศภูมิภาคอาเซียน ปีนี้วางงบลงทุนการตลาดและอินฟราสตรักเจอร์สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซโดยรวมทั้งกลุ่มไว้ 100 ล้านบาท

ขณะที่ช่องทางการชำระเงินเตรียมพร้อมไว้ทั้ง บัตรเครดิต เดบิต โอนผ่านเอทีเอ็ม ไอแบงกิ้ง และโปรแกรมผ่อนชำระ เร็วๆ นี้เตรียมเปิดให้บริการแบบจ่ายเงินเมื่อได้รับสินค้า พร้อมบริการหลังการขายที่สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ผ่านคอลล์เซ็นเตอร์

คาดปีนี้อีคอมเมิร์ซโตเท่าตัว

เขาระบุว่า บริษัทตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2556 ไอทรูมาร์ท มีคู่ค้า 500 ราย สินค้า 2 หมื่นรายการ แบ่งเป็นจากไทยและเอเชีย 70% อินเตอร์ 30% ขณะเดียวกันมีการซื้อขาย(ทรานแซคชั่น) 6,500 รายการต่อเดือน จำนวนเงิน 14 ล้านบาท ภายใน 2 ปีเริ่มตั้งแต่ปี 2557 ตั้งเป้ารายได้ไว้ปีละ 2,000 ล้านบาท

“เราหวังทำให้บริการเป็นมากกว่าแค่เว็บไซต์ สามารถเข้าได้ทุกช่องทางทั้งพีซี แทบเล็ต สมาร์ทโฟน ทุกที่ ทุกเวลาตามสถานที่ทั่วไปที่ใช้ชีวิตประจำวัน” นายสืบสกล เผย

ผู้บริหารทรูประเมินว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยปีนี้จะเติบโตเป็น 2 เท่าจากปีที่ผ่านมาที่ระดับการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 10-20% ทั้งคาดว่าการจับจ่ายซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์จะแจ้งเกิดอย่างเป็นรูปธรรม รับอานิสงส์บริการ 3 จี ที่ช่วยให้โอกาสการเข้าถึงมีมากขึ้น ก้าวกระโดดจากปัจจุบันที่มีผู้ใช้อีคอมเมิร์ซแล้ว 60% จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 23 ล้านคน

“กลยุทธ์ของเราคือดึงให้ผู้บริโภคเข้ามาชอปปิงผ่านบริการของบริษัทมากขึ้น ทั้งตั้งเป้าด้วยว่าภายใน 3 ปีจากนี้ทำให้ฐานลูกค้าที่มีอยู่เข้าใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์สัดส่วน 50% จากปัจจุบันมีอยู่ราว 10%”

นอกจากนี้ แนวทางการขยายตลาดในอนาคตสู่ระดับโลก เตรียมทำให้เต็มรูปแบบทั้งนำสินค้าไปขาย และนำเข้ามาจำหน่ายในไทย การต่อยอดจะพิจารณาให้สอดคล้องไปกับสภาพตลาดของแต่ละท้องถิ่น ทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เป็นอันดับแรก จากนั้นหากประสบความสำเร็จค่อยขยายต่อไปสู่ระดับแมสต่อไป

ไม่หวั่นทุนนอกไหลเข้า

นายสืบสกลมีมุมมองต่อการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นด้วยว่า ตลาดไทยนั้นยังไม่เติบโตเต็มที่ฉะนั้นจึงมีช่องว่างให้เข้าไปได้อีกมาก เนื่องจากปัจจัยที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตยังมีอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร แม้มีกลุ่มทุนระดับโลกเช่นเยอรมนีเข้ามาไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัทอีกทางหนึ่งเป็นการช่วยกันขยายตลาดให้เติบโต

“ผมว่ารายที่เข้ามายังไม่น่ากลัวเท่าไรนัก แต่จะน่าสนใจมากหากยักษ์ใหญ่อย่างอเมซอนเข้ามา ผมเชื่อว่า เขาต้องเข้ามาแน่ๆ”

พร้อมระบุว่า การผลักดันให้ตลาดเติบโต ภาครัฐควรให้ความสำคัญการพัฒนาด้านโลจิสติกส์มากกว่านี้เพื่อทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ส่วนนี้ประเทศไทยยังขาดอยู่อีกมาก