วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2569

Login
Login

นักวิเคราะห์ชี้ทีวีดิจิทัลเปิดทางรายเล็กชิงโฆษณา

นักวิเคราะห์ชี้ทีวีดิจิทัลเปิดทางรายเล็กชิงโฆษณา

นักวิเคราะห์ชี้กลุ่มผู้ผลิตคอนเทนท์รับอานิสงส์ เปิดประมูลทีวีดิจิทัลมากที่สุด ประเมินระยะยาวผู้ประกอบการรายเล็กพาเหรดชิงเม็ดเงินโฆษณา

การเปลี่ยนระบบรับและส่งสัญญาณโทรทัศน์จากอนาล็อกเป็นระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน (ทีวีดิจิทัล) ครั้งแรกของอุตสาหกรรมวิทยุโทรทัศน์ไทยในรอบ 50 ปี ภายใต้การกำกับดูแลและจัดสรรคลื่นความถี่ของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำหนดประเภทใบอนุญาต 4 ประเภท ประกอบด้วย 1.โครงข่าย (Multiplexer : MUX) 6 ใบอนุญาต 2.สิ่งอำนวยความสะดวก (เสาส่งสัญญาณ) 3.ช่องรายการ 48 ช่อง และ 4.บริการประยุกต์ เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมทั้งโครงข่าย ไลเซ่น กล่องรับสัญญาณ กลุ่มฟรีทีวี-คอนเทนท์ โปรวายเดอร์

นักวิเคราะห์จากฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า การประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลในปีนี้ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อบันเทิง ในการเปลี่ยนผ่านระบบการออกอากาศรายการทีวี จากระบบอนาล็อกสู่ระบบดิจิทัล ทำให้เกิดช่องฟรีทีวีใหม่เพิ่มขึ้น และคาดว่าจะเห็นการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อทีวีต่อจากนี้จะเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ มองว่าเป็นทั้งการแข่งขันและโอกาสสำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ อย่าง บีอีซีเวิลด์ (BEC) และ อสมท (MCOT) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความพร้อมในการเข้าประมูลทีวีดิจิทัล และต้องการประมูลให้ได้จำนวนช่องครบทุกประเภท ทั้งช่องข่าว เด็ก ทั่วไป เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด แต่อาจมีอุปสรรคการตั้งเพดานจำนวนช่องสูงสุดที่จะเข้าประมูลได้ของ กสทช.

"ในช่วง 1-2 ปีนี้ ก่อนที่ระบบดิจิทัลจะสมบูรณ์เต็มรูปแบบ คาดว่าช่องฟรีทีวีเดิม น่าจะยังสามารถปรับเพิ่มอัตราค่าโฆษณาขึ้นได้ ก่อนเกิดการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่โอกาสทองจะตกเป็นของผู้ประกอบรายเล็กมีโอกาสเข้ามาแย่งเม็ดเงินโฆษณาได้ในระยะยาว จากการประมูลช่องใหม่ การรับจ้างผลิตรายการ การเช่าเวลาจากช่องเพื่อทำรายการ ซึ่งทำให้เม็ดเงินค่าโฆษณากระจายออกไปช่องต่างๆ ตามจำนวนช่องที่เพิ่มมากขึ้น"

อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นกับความชัดเจนเรื่องราคาประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลประเภทช่องรายการด้วย หากราคาตั้งต้นสูงอาจจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน และไม่จูงใจให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาประมูล เพราะต้นทุนในการทำช่องทีวีดาวเทียมมีราคาต่ำกว่ามาก ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการผลิตคอนเทนท์ อย่าง กลุ่มอาร์เอส เวิร์คพอยท์ แกรมมี่ เนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป และเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จะได้รับประโยชน์ แต่ฝ่ายวิจัยคงให้น้ำหนักการลงทุนของกลุ่มดังกล่าวน้อยกว่าตลาดจากแนวโน้มการแข่งขันที่สูงในอนาคต

นอกจากนี้ จากการประเมินฐานะทางการเงินของบริษัทที่มีแผนจะเข้าร่วมประมูลไลเซ่นในครั้งนี้ พบว่าส่วนมากมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ระดับหนี้ต่ำ โดยเฉพาะอสมท และ บีอีซีเวิลด์ ทำให้เชื่อว่าในการเข้าประมูลไลเซ่นทีวีดิจิทัล จะไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนแต่อย่างใด

ส่วนบริษัทผู้ผลิตรายการขนาดกลางและขนาดเล็กนั้น มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งเช่นกัน เชื่อว่าบริษัทต่างๆ จะมุ่งเป้าประมูลเฉพาะช่องที่มีความถนัดในการผลิตเนื้อหารายการก่อน เพื่อสร้างผลกำไรจากธุรกิจให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ในกฎเกณฑ์ของช่องทีวีดิจิทัลต่างๆ ระบุไว้แล้วว่าจะต้องมีเวลาสำหรับให้ผู้ผลิตรายการเช่าเพื่อออกอากาศในสัดส่วนอย่างไร จึงเชื่อว่ากลุ่มสื่อบันเทิงยังไม่มีความเสี่ยงเรื่องเพิ่มทุนเพื่อเข้าประมูลไลเซ่นทีวีดิจิทัล

คาดว่าอัตราค่าโฆษณาจะถูกลงเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ระดับทีวีดิจิทัลอย่างแท้จริง และเม็ดเงินค่าโฆษณาก็จะกระจายตัวมากขึ้น จากเดิมที่กระจุกตัวอยู่ในสื่อทีวีช่องหลัก 2-3 ช่องเท่านั้น ส่วนการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาในสื่อทีวีก็เชื่อว่ายังคงมีการเติบโตตามปกติ

ชูอาร์เอส-เวิร์คพอยท์ เด่นสุด
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส มองหุ้นอาร์เอส (RS) เป็น Top pick ของกลุ่มสื่อบันเทิง พร้อมแนะนำนักลงทุนซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 9.50 บาทต่อหุ้น เพราะมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิอย่างก้าวกระโดดรองลงมา คือ หุ้นเวิร์คพอยท์ (WORK) แนะนำซื้อเช่นกัน โดยให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 55 บาทต่อหุ้น จากการเป็นผู้ผลิตคอนเทนท์ที่มีความโดดเด่น มีโอกาสต่อยอดในการทำธุรกิจจากการเกิดช่องดิจิทัลอีกมาก

นักวิเคราะห์จากฝ่ายวิจัย บล.บัวหลวง ระบุว่า ผู้ประกอบการคอนเทนท์อย่างเช่น เวิร์คพอยท์ จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการชนะประมูลใบอนุญาตช่องทีวีดิจิทัล โดยเวิร์คพอยท์วางแผนที่จะเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตช่องทีวีดิจิทัลจำนวน 2 ช่อง

เชื่อว่า เวิร์คพอยท์ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีช่องทีวีที่ออกอากาศระบบภาคพื้นดิน จะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากความสามารถในการนำเอาคอนเทนท์ของตนเองออกอากาศผ่านแพลตฟอร์มของช่องทีวีดิจิทัล และเนื่องจากบริษัทเป็นเจ้าของสตูดิโอจำนวน 16 แห่ง ต้นทุนอุปกรณ์ดิจิทัลที่จะเพิ่มขึ้นสำหรับบริษัทจึงไม่น่าจะสูงมากนัก ซึ่งจะทำการคำนวณมูลค่าเพิ่มจากการเข้าประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจำนวน 2 ช่องเข้ามาประมาณการในช่วงครึ่งหลังของปี 2556

คาดค่าโฆษณาขยับใน 3-4 ปี
ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มีความเห็นเป็นบวกต่อ "เวิร์คพอยท์" เช่นกัน จากการเติบโตของธุรกิจปัจจุบันคือ ฟรีทีวี ทีวีดาวเทียม และ รับจ้างผลิต ในขณะที่การเข้าประมูลช่องทีวีดิจิทัลคาดว่าจะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการในระยะยาวจากการที่ เวิร์คพอยท์ เป็นผู้ผลิตรายการที่มีชื่อเสียงด้วยจุดเด่นจากรายการที่แข็งแกร่ง อีกทั้งลดความเสี่ยงของรายได้ หากรายการถูกถอดออกจากฟรีทีวี

ทั้งนี้ ทีวีดิจิทัลจะเข้าถึงผู้ชมได้มากกว่าที่คาด โดยปัจจุบันครัวเรือนที่มีกล่องรับสัญญาณดาวเทียมและเคเบิล (รวมทั้ง True Visions) 14.7 ล้านครัวเรือน หรือ 65% ของครัวเรือนทั้งหมด สามารถรับสัญญาณทีวีดิจิทัลได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนกล่อง

นอกจากนี้ ด้วยกฎ Must Carry Rule ซึ่งให้ในทุกแพลตฟอร์มต้องออกอากาศช่องรายการทีวีดิจิทัล ส่งผลให้ทีวีดิจิทัลเข้าถึงผู้ชมได้มาก คาดทำให้ค่าโฆษณาสูงกว่าทีวีดาวเทียม แต่ยังไม่เท่ากับฟรีทีวีในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ในระยะ 3-4 ปีข้างหน้า ค่าโฆษณามีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ฟรีทีวี-ผู้ผลิตจ่อประมูลไลเซ่น
นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท ระบุว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เพื่อสร้างเครือข่ายในการเข้าร่วมการประมูลทีวีดิจิทัล คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนไตรมาส 4 ปีนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้เจรจาร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ บริษัท ทีโอที กสท ไทยพีบีเอส และช่อง 11 เพื่อเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัลแล้ว บริษัทคาดว่าหากมีพันธมิตรในการเข้าร่วมประมูลหลายราย ก็จะทำให้งบประมาณในการลงทุนลดลงได้
ในช่วงแรกบริษัทจะใช้งบลงทุนในการประมูลทีวีดิจิทัล จำนวน 6 พันล้านบาท เลือกช่องประมูลจำนวน 3 ช่อง ได้แก่ HD จำนวน 1 ช่อง และ SD จำนวน 2 ช่อง

ด้าน นายอรัญ อภิจารี ประธานกรรมการ บมจ. ทรีซิกตี้ไฟว์ หรือ TSF กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำโปรดักชั่นขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น เพื่อดึงมาเป็นพันธมิตรในการประมูลทีวีดิจิทัล ช่องรายการเด็ก ในรูปแบบการตั้งบริษัทใหม่ แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เพราะว่าปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจน เรื่อง TOR (Terms of Reference) หรือ ขอบเขตและรายละเอียดของการประมูลจาก กสทช.