ปั้นงานวิทย์คู่งานศิลป์

ปั้นงานวิทย์คู่งานศิลป์

เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์กับ..การประชุมวิชาการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเยาวชนครั้งที่ 8

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเยาวชนครั้งที่ 8 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม 2556 ภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์และการสร้างสรรค์” จัดโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)และในครั้งนี้ได้มีการมอบโล่ให้กับบุคคล 5 ท่าน ที่ทำคุณประโยชน์ต่อโครงการ พสวท.ดังนี้

ผศ.ดร.จรุงแสง ลักษณะบุญส่ง รักษาราชการแทนรองอธิบดีฝ่ายบริหาร และรักษาราชการแทนคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในนามของเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมฯ

ศ.ดร.พิมพ์ใจ ใจเย็น นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติปี 2555 สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช

รศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ ที่ได้รับรางวัล เหรียญทองเกียรติยศจาก 40 th International Exhibition of Inventions of Geneva,Switzerland (พ.ศ.2555) และรางวัล Gold Medel จาก Seoul International Innovtion Fair 2011 ที่ประเทศเกาหลี

ผศ.ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา นักวิจัยรุ่นใหม่ประจำปี 2555 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์

และดร.จุฑาทิพ บุญสมบัติ ประธานค่ายวิทยาศาสตร์ภาคฤดูร้อนระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2554

ในการเปิดงานครั้งนี้ ท่านรองนายก และ รมว.ศึกษาธิการ ได้พูดไว้อย่างน่าสนใจมีเนื้อหาใจความดังนี้ว่า "เรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของประเทศในการแข่งขันกับประเทศต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด เรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เราสามารถนำมาปรับใช้ได้เกือบทุกสาขา แม้แต่สาขาภาคการเกษตร เราจะเห็นได้ว่า ประเทศที่มีการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้นำความรู้ตรงนี้ไปสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล

ดังนั้นเรื่องของวิทยาการ วิชาการ จึงไม่ใช่เรื่องของสาขาใด สาขาหนึ่งแล้ว แต่ควรเป็นเรื่องของสหวิชาการที่ต้องเอาความรู้หลายๆด้านเข้ามาช่วยให้ก่อเกิดนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ดังนั้นเรื่องของศิลปะกับวิทยาศาสตร์ จึงสามารถประกอบเข้าด้วยกันได้ ความก้าวหน้าก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผลของการคิด การวิจัย ควรใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ประโยชน์ของการจัดการประชุมเชิงวิชาการนี้ เป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนอีกหลายล้านคนเกิดความสนใจ เข้ามาศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งรัฐบาลกำลังสนับสนุนอยู่ในขณะนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลงานต่างๆที่ได้รับการอ้างอิงในต่างประเทศ จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต และภาคการบริการ ภาคเศรษฐกิจอย่างแท้จริง”

ถัดมาทางด้าน ผศ.ดร.จรุงแสง ลักษณบุญส่ง รักษาราชการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้กล่าวเน้นย้ำและคาดหวังในการจัดงานครั้งนี้ว่า “อยากเห็นเยาวชนที่เรียนและชื่นชอบทางด้านวิทยาศาสตร์มากันมากๆ เพราะในงานนี้ให้ทั้งข้อมูล องค์ความรู้ ความก้าวหน้า ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นักเรียน นิสิต นักศึกษาจะได้เห็นกระบวนการคิด การวิจัยที่เป็นระบบ เห็นวิทยาศาสตร์ในรูปแบบของศิลปะ เช่น โอริกามิ พับแผนที่ ภาพวาดวิทย์คณิต เสียงของดวงดาว และอาจจะช่วยให้สนใจกันมากขึ้น”

และเพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการจัดการประชุมงานครั้งนี้คือ ส่งเสริมนักวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ในการประดิษฐ์ คิดค้น ผลงานทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (โครงการ พสวท.) มีนักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ที่ได้รับทุน พสวท ที่กำลังศึกษาอยู่จำนวน 1250 คน และที่สำเร็จการศึกษาแล้วทั้งระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ทั้งในและนอกประเทศ จำนวน 859 คน และผู้ที่ได้รับรางวัลทางด้านวิทยาศาสตร์ จำนวน 39 คน

สำหรับพื้นที่จัดงานนิทรรศการครั้งนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 3 โซน โซนแรก Science Gallery เป็นการจัดแสดงผลงานวิจัยของนักเรียน นิสิต และ นักศึกษา โซนที่สอง Art Science Museum วิทยาศาสตร์กับศิลปะ โซนที่สาม วิทยาศาสตร์กับธรรมชาติ และ โซน Science Street เป็นการจัดแสดงผลงานของหน่วยงานร่วมจัด และเวทีกลาง ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถที่จะรับชม รับฟังประสบการณ์ในการทำวิจัย และสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ด้านคณิตศาสตร์และเทคโนโลยี กับเพื่อนเยาวชน ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นความสนใจ และดึงพลังความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกมา

ดังเช่น นายภัคพล ท้าวเวชสุวรรณ นักเรียนทุน พสวท. ที่ตอนนี้กำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้นำเอาโปสเตอร์และมาบรรยายเกี่ยวกับพันธุกรรมเปรียบเทียบถั่วลิสงนาต้นตั้งกับต้นเลื้อย ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์กับศิลปะว่า “ถ้าวิทยาศาสตร์กับศิลปะได้ถูกนำไปใช้ร่วมกันถือว่า เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่า ในปัจจุบันเราจะรู้แค่เรื่องเดียวไม่พอแล้ว เราต้องรู้ให้หลากหลาย เราต้องนำความรู้หลายด้านมาพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก งานศิลปะบางแขนงก็ต้องใช้เรื่องของวิทยาศาสตร์ อย่างเรื่องแสง เงา สามมิติ เข้ามาช่วย ถ้างานศิลปะจะใช้แค่กระดาษเปล่าๆ ก็ไม่น่าสนใจ สำหรับรุ่นน้องที่อยากจะมาทางสายวิทยาศาสตร์แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ผมแนะนำว่าอย่างแรกคือ หาสิ่งที่ตัวเองชอบให้เจอ ถ้าตั้งใจวิทยาศาสตร์ก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่จะกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจและสนุกแทน”