ชงสอบผอ.สถานีฯแบน'ตอบโจทย์-เหนือเมฆ'

ชงสอบผอ.สถานีฯแบน'ตอบโจทย์-เหนือเมฆ'

บอร์ดกสท.คาด 2 สัปดาห์เคาะผลสอบ กรณียุติออกอากาศรายการ "เหนือเมฆ-ตอบโจทย์" ส่งเรื่องอนุกรรมการผังรายการฯตรวจสอบอำนาจผอ.สถานี

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่าการประชุมบอร์ด กสท. วานนี้ (18 มี.ค.) ได้พิจารณารายงานการตรวจสอบการระงับการออกอากาศละครเหนือเมฆ 2 ของคณะอนุกรรมกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ กสทช. ซึ่งผลการตรวจสอบยังไม่สมบูรณ์ โดยบอร์ดฯ มีมติให้คณะอนุฯ กลับไปตรวจสอบเพิ่มเติมกรณี "อำนาจของผู้อำนวยการสถานี" ว่าสามารถสั่งการระงับการออกอากาศรายการอย่างกระทันหัน ว่าเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่

โดยตามพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 29 ระบุว่า "ในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ผู้ได้รับใบอนุญาตและผู้อำนวยการสถานี จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการจัดรายการ การดำเนินรายการ และการออกอากาศของสถานีให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต และจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการจัดรายการ การดำเนินรายการ และการออกอากาศของสถานีให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายและประกาศต่างๆ ที่คณะกรรมการกำหนด"

ทั้งนี้ ตามกฎหมายสถานีทีวีจะต้องแจ้งผังรายการให้กสทช. ทราบล่วงหน้า 7 วัน แต่ได้ให้อำนาจกับผู้อำนวยการสถานีในการสั่งยุติการออกอากาศผังรายการกระทันหัน ในกรณีจำเป็นไว้เช่นกัน หากเห็นว่าการออกอากาศรายการดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย เพราะผู้อำนวยการสถานีจะตกเป็นจำเลยที่ 1 หากมีการฟ้องร้องเกี่ยวกับการออกอากาศผังรายการ

การพิจารณากรณีเหนือเมฆ2 ที่ดำเนินการมาแล้วกว่า2 เดือน จะใช้เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณากรณี "ตอบโจทย์ประเทศไทย" ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และกรณีอื่นๆ ในอนาคต ที่เข้าข่ายการระงับการออกอากาศผังรายการโดยกระทันหัน คาดว่าจะสรุปผลการตรวจสอบทั้งกรณีเหนือเมฆ 2 และตอบโจทย์ ได้พร้อมกันภายใน 1-2 สัปดาห์จากนี้

"กสท.มีอำนาจเฉพาะการตรวจสอบการทำงานของผู้รับใบอนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายพร้อมหาทางเยียวยาผู้บริโภคที่อาจได้รับผลกระทบ โดยไม่เกี่ยวกับหลักจรรยาบรรณในวิชาชีพสื่อ ในการระงับการออกอากาศรายการทางทีวี เพราะเป็นหน้าที่ของสภาวิชาชีพสื่อ รวมทั้งกรณีที่ผู้ผลิตรายการทางทีวีอาจเรียกร้องความเสียต่อการระงับการออกอากาศ จะต้องไปสู่กระบวนการฟ้องร้องศาลปกครองระหว่างผู้ผลิตและสถานี" พ.อ.นที กล่าว

นอกจากนี้บอร์ด กสท. ยังได้เห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การกำหนดหมวดหมู่และจัดลำดับบริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ พ.ศ... หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะมาแล้ว คาดว่าจะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาภายใน 60 วัน โดยสาระสำคัญของประกาศฯ คือกำหนดกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ คือผู้ให้บริการโครงข่ายรับสัญญาณผ่านดาวเทียม และเคเบิลทีวี ต้องจัดหมวดหมู่ช่องรายการ ในช่องรายการประเภทเดียวกันอยู่ในหมวดเดียว ซึ่ง กสท.กำหนดไว้ 6 หมวดหลัก ประกอบด้วย 1.ช่องบริการทั่วไป 2.เด็ก เยาวชน และศิลปวัฒนธรรม 3.ข่าวสาระประโยชน์ 4. บันเทิง 5.กีฬา และ 6.ข่าวทั่วไปและสถานการณ์ปัจจุบัน

โดยกำหนดให้ หมวดช่องบริการทั่วไป คือช่องฟรีทีวีปัจจุบัน และทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจและสาธารณะ รวม36 ช่อง อยู่ในหมวดเดียวกัน และจัดเรียงไว้เป็นหมวดแรก ส่วนหมวดอื่นๆ และการจัดลำดับเลข เจ้าของโครงข่ายสามารถดำเนินการได้เอง โดยห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากการจัดเรียง จากเจ้าของช่องรายการ

พร้อมกันนี้บอร์ด กสท. ได้พิจารณาข้อร้องเรียนของนายประมุท สูตะบุตร ที่ระบุว่า แก้ไขสัญญาระหว่าง บมจ.อสมท กับบมจ.ทรูวิชั่นส์ และบริษัททรูวิชั่นส์ เคเบิลทีวี จำกัด ให้สามารถมีโฆษณาได้ชั่วโมงละไม่เกิน 6นาที เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การประกอบกิจการฯ ทั้งนี้ บอร์ด กสท.ได้เห็นชอบตามการพิจารณาของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย กสทช.ว่าการแก้ไขสัญญาดังกล่าว ไม่ขัดกฎหมาย เพราะได้กำหนดระยะเวลาการโฆษณาในกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ในอัตรา 6นาทีต่อชั่วโมง ตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย

ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ด กสท. ยังไม่มีการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์คุณสมบัติ "ทีวีสาธารณะ" โดยให้คณะอนุกรรมการฯ กลับไปกำหนดนิยามละเอียดของและประเภททีวีสาธารณะ รายประเภทให้มีความชัดเจน พร้อมทั้งพิจารณาข้อเสนอจากการรับฟังความคิดเห็นในเวทีสาธารณะต่างๆ และข้อเสนอจากองค์กรวิชาชีพ ที่ต้องการให้จัดทำหลักเกณฑ์คุณสมบัติทีวีสาธารณะ จำนวน 12 ช่อง อย่างละเอียดรอบคอบ ก่อนพิจารณาหลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาต