"ไมโครซอฟท์"ชูไทยแชมป์รายได้โตสุดเปิดตัว"ฮาเรซ"ผู้บริหารใหม่

"ไมโครซอฟท์"ชูไทยแชมป์รายได้โตสุดเปิดตัว"ฮาเรซ"ผู้บริหารใหม่

ไมโครซอฟท์ดึงลูกหม้อ "ฮาเรซ" นั่งเก้าอี้ผู้บริหารใหม่ในไทย เล็งลงทุนต่อเนื่องดันทุกผลิตภัณฑ์ใหม่เจาะตลาด ย้ำกระแส "วินโดว์ส8" ตอบรับดี

กว่า 20 ปีของการตั้งสำนักงานในไทยปีนี้นับเป็นปีที่ถือว่า "ไมโครซอฟท์" ต้องเผชิญศึกใหญ่รอบด้าน ตั้งแต่กระแสของอุปกรณ์พกพาทั้งแทบเล็ตและสมาร์ทโฟนมาแรงกว่าพีซีที่ยักษ์ซอฟต์แวร์เคยเป็นเจ้าตลาด ทั้งไทยยังจัดเป็น "ตลาดปราบเซียน" ที่อัตราการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ควรจะเป็น ยังไม่นับพฤติกรรมผู้บริโภคที่นำเทรนด์ล้ำกว่าเทคโนโลยีที่มีถึงขั้นที่ตำราการตลาดเล่มเดียวอาจยังไม่พอ ดังนั้นผู้บริหารที่จะมานั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการคนใหม่จึงถูกจับตาจากวงการไอทีไทยมากเป็นพิเศษ

นายฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด วัย 40 ปีเศษ กล่าวว่า ระยะนี้ยังเป็นช่วงที่ต้องศึกษาเรียนรู้ และทำความเข้าใจกับตลาดหลังจากรับตำแหน่งได้ราว 3 เดือน ซึ่งพบว่าสิ่งที่ยังท้าทายที่สุดคือการต้องเรียนรู้วัฒนธรรมในไทยอย่างจริงจัง

ทำงานใกล้ชิดพาร์ทเนอร์

เขาย้ำว่าแม้จะมีกรอบการทำงานที่วางไว้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดขณะนี้คือให้ความสำคัญกับ "แผนงานขององค์กร" มากกว่าเป็นงานส่วนตัว เพราะหากแผนขององค์กรสำเร็จก็คือการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศด้วยเช่นกันตามแนวคิดสูงสุดที่วางไว้คือ การทำให้เทคโนโลยีช่วยพัฒนาชีวิตประชากรในไทยราว 70 ล้านคนให้ดีขึ้นได้

"งานแรกที่ต้องทำคือ ทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมในประเทศ ดูเทรนด์ของตลาด ความท้าทาย และทำอย่างไรให้พาร์ทเนอร์และลูกค้ามีความสุข"

ทั้งยังเชื่อมั่นว่า การเป็นผู้บริหารต่างชาติจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานเพราะไมโครซอฟท์ไทยมีทีมงานในประเทศที่แข็งแกร่ง อยู่แล้วและเมื่อผสมผสานกับประสบการณ์ในตลาดทั่วเอเชียที่ผ่านมาประกอบกับไมโครซอฟท์ยังเป็นองค์กรที่่มีความหลากหลายที่ผู้หญิง ผู้ชายหรือ ชาวต่างชาติก็สามารถทำงานร่วมกันได้ดี

"ธุรกิจของไมโครซอฟท์ทั่วโลก 96% จะขายผ่านพาร์ทเนอร์ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญของเราคือ การสร้างพาร์ทเนอร์ให้แข็งแกร่ง และการเรียนรู้จากทีมงานในประเทศ เพราะทีมงานไทยถือว่าแข็งแกร่งมาก โดยดูจากผลงานที่ไมโครซอฟท์ไทยได้เป็น 1 ใน 11 บริษัทสหรัฐทั่วโลกที่ได้รับรางวัลดีเด่นจากสภาครองเกรส เพราะดำเนินธุรกิจได้ดี และที่ผ่านมาไทยก็ยังเป็นประเทศเดียวในโลกอีกเช่นกันที่ได้รางวัลที่ 1 จากเวทีอิมเมจินคัพถึง 3 ครั้ง"

ยัน"วินโดว์ส 8" ตอบรับดี

ผู้บริหารใหม่ยังยืนยันว่า ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 ในไทยมีกระแสตอบรับที่ดีมาก โดยหลังเปิดตัวได้ 60-90 วันมียอดดาวน์โหลดไลเซ่นทั่วโลกกว่า 60 ล้านครั้งและมียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นบนวินโดว์ส 8 กว่า 100 ล้านครั้ง

ทั้งในช่วงเปิดตัวผลิตภัณฑ์เมื่อปลายปีที่ผ่านมาตัวเขายังได้มีโอกาสเข้าไปสาธิตการทำงานของซอฟต์แวร์ใหม่ให้กับผู้บริหารระดับซีอีโอและซีไอโอซึ่งส่วนใหญ่รู้สึกตื่นเต้นมาก"

นอกจากนี้ช่วงนี้บริษัทเพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 และโปรแกรมนิว ออฟฟิศและออฟฟิศ 365 รวมทั้งจะมีโซลูชั่นใหม่ๆสำหรับเอ็นเตอร์ไพรซ์ซึ่งก็จะมีสินค้าใหม่ๆเข้าสู่ตลาดอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นก็จะมีกิจกรรมต่างๆตามออกมาอีกเป็นจำนวนมาก และยังเป็นช่วงที่ต้องให้ความรู้กับพาร์ทเนอร์เพื่อให้รู้จักและเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ให้มากขึ้น

นายฮาเรซ ระบุว่า ปีนี้ยังคงลงทุนการตลาดจำนวนมากทั้งโฆษณาผ่านทีวี และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งทำงานใกล้ชิดกับผู้ผลิตพีซีและพันธมิตรทำให้ตลาดซอฟต์แวร์เติบโตแข็งแกร่งตั้งแต่ระดับผู้ใช้งานทั่วไป องค์กรขนาดย่อมที่สามารถใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ออฟฟิศ 365 และองค์กรขนาดใหญ่ที่ในปีนี้มีโซลูชั่นใหม่ๆ ในกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรซ์ เช่น คลาวด์ คอมพิวติ้งมานำเสนออย่างต่อเนื่อง

ไทยแชมป์โตภูมิภาค

นายอัลวาโร เซลิส รองประธานบริหารฝ่าย Sales, Marketing, Services, IT&operation Group ผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์ ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า ไมโครซอฟท์ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุดในเอเชีย โดยปีที่ผ่านมามียอดขายรวมเติบโตเป็น 2 เท่าของตลาด ซึ่งสะท้อนศักยภาพการเติบโตที่ดี

อย่างไรก็ตาม การเลือกนายฮาเรซ อดีตประธานฝ่ายปฏิบัติการของไมโครซอฟท์ อินโดนีเซีย รับหน้าที่ดูแลตลาด ไทยอย่างเป็นทางการ เพราะเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ทำงานกับไมโครซอฟท์มากว่า 15 ปี และผ่านงานที่หลากหลายทั้งการตลาด การขาย และยัง เป็นผู้สร้างการเติบโตให้กับตลาดในอินโดนีเซียถึง 30% ซึ่งเราก็เชื่อฮาเรซจะเป็นผู้นำไมโครซอฟท์ไทยให้เติบโตได้อย่างดีเยี่ยม