‘จ๊อบส์ดีบี’ รีแบรนด์รับกระแส หางานผ่านโมบายยอดพุ่ง300%

‘จ๊อบส์ดีบี’ รีแบรนด์รับกระแส หางานผ่านโมบายยอดพุ่ง300%

‘จ๊อบส์ดีบี’ ชี้ไทยรั้งเบอร์ 2 หางานบนโมบาย ระบุ 2 ปีเติบโตกว่า 300% ลุยยกเครื่องบริการทั้งเว็บไซต์-โมบายไซต์-แอพรับเทรนด์

นายเอเดรียน เชิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จ๊อบส์ดีบี กรุ๊ป กล่าวว่า เทรนด์การหางานบนโลกออนไลน์มีอัตราการเติบโตที่สูงมาก โดยเฉพาะบนโมบายซึ่งผลสำรวจชี้ว่าคนไทยนิยมใช้โทรศัพท์มือถือหางานสัดส่วน 28% รั้งอันดับ 2 รองจากฮ่องกงที่มี 41% อัตราการเติบโต 300% ภายในระยะเวลา 2 ปี คาดว่าภายในสิ้นปีนี้สัดส่วนมีโอกาสเพิ่มเป็น 50%

ข้อมูลระบุว่า คนไทย 59% นิยมใช้เว็บไซต์เป็นเครื่องมือหางานอันดับแรก สติถิระบุอีกว่า มีคนที่มีงานทำแล้ว 35% มองหางานใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยในจำนวนนี้ 55% เข้าเว็บไซต์หางานอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ขณะที่ 48% แม้ไม่ได้เข้าเว็บหางานเป็นประจำแต่พร้อมเปลี่ยนงานเมื่อมีโอกาส

ดังนั้น ปีนี้บริษัทได้ปรับโฉมการบริการครั้งใหญ่ทั้งส่วนของเว็บไซต์ โมบายไซต์ และโมบายแอพพลิเคชั่น ให้ดูสะอาดตา มีระบบ ช่วยให้ผู้หางานค้นหางานที่แตกต่างออกไปได้ง่าย ทำให้ภาพลักษณ์ทันสมัย ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้หางานรุ่นใหม่ที่นิยมใช้จ็อบพอร์ทัล และโมบายเป็นเครื่องมือหางานทำมากขึ้น

“เป็นการลงทุนด้านการตลาดที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ขณะนี้ไม่ได้ตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้ไว้ชัดเจน แต่หวังว่า ระยะยาวจะมีส่วนสำคัญทำให้ผู้หางานเข้ามาใช้บริการ ขณะเดียวกันลูกค้าสนใจลงโฆษณากับจ๊อบส์ดีบีมากขึ้น”

พร้อมกันนี้หวังขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นจากเดิมเน้นตำแหน่งงานระดับผู้บริหาร อายุ 30 ปีขึ้นไป เป็นนักศึกษาจบใหม่อายุ 24 ปีที่เริ่มหางานทำ โดยส่วนนี้ได้ปรับโฟกัส และจัดกลุ่มการทำตลาดไว้ชัดเจน ทั้งแบ่งสถานที่และประเภทของบริษัทให้ผู้ใช้ได้รับความสะดวกมากที่สุด

อย่างไรก็ดี การเติบโตของจ็อบ พอร์ทัล มี 3 ปัจจัยเป็นส่วนประกอบคือ ตลาดงาน จำนวนคนมีรายได้ระดับปานกลาง รวมถึงการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น เชื่อว่าโอกาสการเติบโตในเอเชียเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง ประเมินจากสภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งทำให้หลายปีที่ผ่านมาบริษัทเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลัก

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญที่สร้างรายได้ให้บริษัทเป็นอันดับ 2 รองจากฮ่องกง แต่ละวันมีผู้เข้าใช้บริการเว็บไซต์ 48,000 คน

พร้อมระบุว่า นอกจากโฟกัสการทำตลาดในแต่ละประเทศ มีความพร้อมเต็มที่สำหรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ผู้ใช้สามารถนำบัญชีเดิมเข้าล็อกอินและหางานใน 7 ประเทศทั่วเอเชียที่บริษัทมีธุรกิจอยู่ได้

นางนพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ จ๊อบส์ดีบี ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า แผนการตลาดในประเทศไทยนอกจากการทำประชาสัมพันธ์แบบอะโบฟ เดอะไลน์ จะลุยจัดกิจกรรมตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่ละปีไม่น้อยกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ

“จุดยืนที่เราวางไว้คือลงทุนทำให้ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้ง่าย พร้อมทำกิจกรรมการตลาดแบบต่อเนื่องทำให้คนรู้จักบริษัทมากที่สุด ทั้งมีเป้าหมายที่สำคัญคือทำให้ผู้ใช้ต้องค้นหาคำแนะนำและเกร็ดที่น่ารู้เกี่ยวกับงาน ว่าทำอย่างไรให้ตัวเองโดดเด่นขึ้นมาจากผู้หางานคนอื่นๆ โมเดลรายได้หลักมาจากการขายโฆษณา”

ขณะนี้ บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดจากตำแหน่งงานที่นำมาลงโฆษณาบนเว็บไซต์ 10% คิดเป็นตำแหน่งงานทั้งหมดประมาณ 21,500 ตำแหน่ง อัพเดททุก 30 วัน ปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้เป็นตัวเลข 2 หลักเหมือนปีที่ผ่านมา

เธอให้ข้อมูลด้วยว่า เสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองไทยส่งผลดีทำให้ตลาดงานในไทยเติบโตได้ดีต่อเนื่อง แต่ผู้ที่มีโอกาสมากกว่าคนอื่นคืออาชีพเฉพาะทาง หรือที่มีทักษะด้านภาษาที่ 2 หรือ 3 ผลสำรวจบอกว่างานที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 อันดับแรกคือ กลุ่มไอที วิศวกร และงานประจำสำนักงานทั่วไป ตามลำดับ

ขณะที่ ทั้งผู้ชาย และผู้หญิงครอบคลุมทุกกลุ่มอายุที่ยังมีไฟในการทำงานอยู่ ต่างมองหาโอกาสใหม่ในการเปลี่ยนงาน แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มงานใหม่ได้ไม่นาน หรือกระทั่งกลุ่มคนทำงานที่มีงานปัจจุบันที่มั่นคงอยู่แล้วก็ตาม

ผลการสำรวจพบด้วยว่า กระแสโมบาย ทำให้ผู้หางานชาวไทยต่างใช้เวลาตลอดทั้งวันอัพเดทประวัติการทำงานของตัวเองผ่านเว็บออนไลน์ และเลือกที่จะรับการแจ้งเตือนผ่านทางอุปกรณ์มือถือ หรืออีเมล