มาดใหม่จราจรอัจฉริยะ

มาดใหม่จราจรอัจฉริยะ

ได้เวลาแปลงโฉมระบบจราจรรับมือกับปัญหารถติดครั้งใหญ่ของประเทศ กับไอเดียสุดล้ำของนักวิจัยไทย

จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา รายงาน

ได้เวลาแปลงโฉมระบบจราจรรับมือกับปัญหารถติดครั้งใหญ่ของประเทศ กับไอเดียสุดล้ำของนักวิจัย ที่ผนึกกำลังกับตำรวจจราจร พัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน

แม้จำนวนรถที่เพิ่มขึ้นปัจจัยที่ทำให้รถติด แต่ปัญหาสำคัญกลับอยู่ที่พฤติกรรมของผู้ใช้รถ สร้างความไม่ปลอดภัย จนกลายเป็นอุบัติเหตุจราจรในที่สุด

พล.ต.ต ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร บอกว่า หากดูจากผลวิเคราะห์ของตำรวจจะพบว่า พฤติกรรมการขับขี่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การจราจรติดขัด โดยเฉพาะผู้ที่ชอบเบียดแทรกคอสะพาน ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่ขัดใจผู้ใช้รถอันดับหนึ่ง รองจากพฤติกรรมชอบผ่าไฟแดง แซงซ้าย และไม่เคารพกฎจราจร ทำให้ตำรวจจราจรต้องหาแนวทางขึ้นมาปราบปรามผู้กระทำผิด

: จับตาคนมักง่าย
ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่จำนวนจำกัด หุ่นตำรวจ หรือจ่าเฉย ถูกนำมาแทนที่ตำรวจจริงในบางจุดซึ่งในความเป็นจริงแล้วอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจราจรได้มากนัก จนกระทั่งเกิดความร่วมมือระหว่างนักวิจัย มหาวิทยาลัย และตำรวจจราจร โดยร่วมกันพัฒนาให้จ่าเฉยมีความสามารถมากขึ้น และทดลองนำไปติดตั้งในจุดที่พบการกระทำผิดมากที่สุด

“จ่าเฉยในมาดใหม่ กลายเป็นจ่าเฉยอัจฉริยะที่มีอาวุธอยู่ในมือ ไม่ใช่ปืน แต่เป็นกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูง ที่เชือมต่อกับซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ที่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้รถที่ทำผิดจราจรและบันทึกภาพไว้ได้ทันที” ผู้บังคับการตำรวจจราจรกล่าว

ล่าสุดตำรวจจราจรได้ทดลองติดตั้งจ่าเฉยอัจฉริยะ หรือหุ่นตำรวจติดกล้อง บริเวณคอสะพานที่พบการกระทำผิดกฏหมายจราจรมากที่สุด เพื่อเก็บสถิติผู้กระทำความผิด และข้อมูลการใช้งานเพื่อมาพัฒนาระบบที่สมบูรณ์ก่อนการใช้จริง ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหารถติด

: ไอทีแก้ปัญหาจราจร
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา โดยนอกจากจ่าเฉยมาดใหม่จะสามารถจับภาพผู้กระทำผิดได้อย่างแม่นยำแล้ว ปัจจุบันยังมีอีกหลายเทคโนโลยีที่นำมาใช้ช่วยแก้ปัญหาจราจร ทั้งในส่วนของเซ็นเซอร์นับจำนวนรถ กล้องวงจรปิด ช่วยควบคุมสัญญาณไฟฟ้าจราจร ตลอดจนแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ที่ช่วยให้วางแผนก่อนการเดินทาง หลีกเลี่ยงเส้นทางอุบัติเหตุ การจราจรติดขัด

ดร.เฉลิมพล สายประเสริฐ นักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) บอกว่า ปัจจุบันนี้แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เข้ามามีบทบาทในการวางแผนเดินทางของผู้ใช้รถมากขึ้น เพราะนอกจากจะบอกเส้นทางที่การจราจรคับคั่ง จุดที่เกิดอุบัติเหตุ หรือปิดซ่อมพื้นผิวจราจร สภาพอากาศ พื้นที่ที่มีน้ำขัง เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางแล้ว แอพพลิเคชั่นยังช่วยในการวางแผนการเดินทางในช่วงโมงเร่งด่วนได้อย่างอย่างแม่นยำ

ในส่วนของนักวิจัยได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นอย่างต่อเนื่อง อาทิ แอพพลิเคชั่นช่วยแจ้งเตือนปัญหาอุบัติเหตุจราจร จากรถโดยสารที่ขับด้วยความเร็วเกินกำหนด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนได้มากขึ้น

“วันนี้เรามีบีมูฟ แอพพลิเคชั่นที่สำหรับผู้ใช้รถโดยสารที่มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน โดยแอพพลิเคชั่นดังกล่าว สามารถจับความเร็วขณะรถวิ่ง และหากผู้ขับขี่ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนด ผู้โดยสารสามารถส่งข้อมูลแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที” เขาอธิบาย

: เชื่อมเส้นทางเออีซี
ดร.ภาสกร ประถมบุตร นายกสมาคม ITS Thailand บอกว่า ระบบไอทีเป็นส่วนเสริมที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาการจราจรในขณะที่รถมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจนเกินการควบคุม ซึ่งการพัฒนาระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพ จะเป็นแนวทางที่ช่วยแก้ปัญหาการจราจรได้ในระยะยาว

“ในอนาคตโจทย์ที่ท้าทายสำหรับประเทศไทยคงไม่ใช่แค่จำนวนรถที่เพิ่มขึ้น แต่การที่ไทยจะเป็นเส้นทางผ่านที่เชื่อมต่อไปยังประเทศในภูมิภาค ระบบการขนส่งจะต้องปลอดภัย และตรวจสอบได้ในทุกเส้นทาง” เขากล่าว

ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้นั้นจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีหน้าที่หลักในการจัดโครงสร้างพื้นฐานการจราจรและขนส่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติในการควบคุมและบังคับ ในขณะที่สมาคมฯ พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี ให้ตอบโจทย์สำหรับผู้ใช้งาน เพราะยิ่งมีผู้ใช้งานมากขึ้นเท่าไหร่ การพัฒนาระบบให้มีความสมบูรณ์ก็จะทำได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น