สัมภาษณ์พิเศษ "ปุณณดา เหลืองอร่าม" ผู้จัดการฝ่ายขายโซเชียล มีเดีย บริษัท Komli Media และตัวแทนเฟซบุ๊ค ประเทศไทย
ตัวเลขผู้ใช้ "เฟซบุ๊ค" ในไทยวันนี้ มีมากกว่า 18 ล้านคน ขณะที่ "กรุงเทพมหานคร" เป็นจังหวัดที่ใช้เฟซบุ๊คมากที่สุดในโลก ทำให้ไทยเป็น 1 ในประเทศที่เฟซบุ๊ค สำนักงานใหญ่จับตามองเป็นพิเศษ ไม่เฉพาะลูกค้าส่วนบุคคล หากแต่ลูกค้าประเภทธุรกิจ ก็ถือเป็นตลาดที่เฟซบุ๊คให้ความสำคัญมากเช่นกัน ปัจจุบันคนใช้งานเฟซบุ๊คทั่วโลกมีมากกว่า 960 ล้านคน เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ มักถูกนักการตลาดเลือกใช้เป็นอันดับต้นๆ เพื่อเป็นช่องทางโปรโมทสินค้าบริการมากที่สุด
กรุงเทพธุรกิจ สัมภาษณ์พิเศษ "นางสาวปุณณดา เหลืองอร่าม" ผู้จัดการฝ่ายขายโซเชียล มีเดีย บริษัท Komli Media และตัวแทนเฟซบุ๊ค ประเทศไทย ปัจจุบัน บริษัท Komli Media ถือเป็นบริษัทด้านดิจิทัล มีเดีย ครบวงจรชั้นนำของเอเชียแปซิฟิก และถูกเลือกจากเฟซบุ๊คให้มาเป็นพาร์ทเนอร์ดำเนินธุรกิจในไทย และ "เธอ" ก็ถูกเลือกขึ้นมาเป็นผู้ดูแลลูกค้ากลุ่มธุรกิจของเฟซบุ๊คในไทย รวมทั้งเป็น Contact Person ให้กับเฟซบุ๊คโดยภาพรวมในไทย เธอต้องรายงานตรงต่อเฟซบุ๊ค ในสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็น "เฮด ออฟฟิศ" (Head Office) ดูแลเฟซบุ๊คในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"ตอนนี้ประเทศไทยเราค่อนข้างเด่นมาก เฟซบุ๊ครับฟีดแบ็คจากเราค่อนข้างมาก เพราะต้องบอกว่า ปีที่ผ่านมาธุรกิจในไทยใช้เฟซบุ๊คเป็นช่องทางทำตลาดเยอะกว่าเดิมหลายเท่าตัว ทีมเฟซบุ๊คที่สิงคโปร์ ต้องเพิ่มทีมงาน เพื่อดูแลตลาดในไทยให้โดยเฉพาะ"
เฟซบุ๊คไทยท็อป3 เอเชีย
นางสาวปุณณดา เล่าให้ฟัง พร้อมทั้งยืนยันว่า เร็วๆ นี้ เฟซบุ๊คยังไม่เข้ามาตั้งสำนักงานในไทยแน่นอน แต่เฟซบุ๊ค ก็ให้ความสนใจกับตลาดในไทยมาก เพราะการเติบโตของคนใช้ทั้งบุคคล และธุรกิจเพิ่มขึ้นมาก ปัจจุบันเรียกได้ว่า เฟซบุ๊คไทยติดอันดับท็อป 3 ตลาดใหญ่ที่สุดในเอเชียเป็นรองแค่อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
"ถ้าเปรียบเทียบจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊ค และการทุ่มงบโฆษณาลงในเฟซบุ๊ค ไทย ถือเป็นอันดับ 1 เมื่อไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ซึ่งไทย กับอินโดนีเซีย มีการเติบโตคู่กันมา รองลงมาก็เป็นฟิลิปปินส์"
ขณะที่ภาพรวมการทุ่มงบโฆษณาออนไลน์ในไทย ยังเติบโตต่อเนื่อง จากปีก่อนหน้านี้จะเห็นการโฆษณาในรูปแบบ "แบนเนอร์" แต่ปัจจุบันงบโฆษณาถูกโยกมาที่โซเชียล มีเดียมากขึ้น เพราะตลาดเริ่มรับรู้ว่า สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดได้รับผลตอบกลับที่มากกว่างบที่ลงทุนไป
เธอ เล่าว่า โครงสร้างบริหารงานของเฟซบุ๊ค หากประเทศไหนไม่มี เฮด ออฟฟิศ เป็นของตัวเอง เฟซบุ๊คจะเลือกจับมือกับบริษัทดิจิทัล มีเดีย ที่น่าไว้วางใจในประเทศนั้นๆ มาเป็นพาร์ทเนอร์ ซึ่งในไทย คือ บริษัท Komli Media รับผิดชอบเป็นตัวแทนดูแลสื่อโฆษณาให้เฟซบุ๊คใน 3 ประเทศ คือ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เมื่อเลือกบริษัทได้แล้ว เฟซบุ๊คจะตั้งตัวแทน (representative) ขึ้นมา 1 คน เพื่อมาทำงานร่วมกับทีมของเฟซบุ๊คที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็น เฮด ออฟฟิศ ของเฟซบุ๊ค ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้
"ถ้ามีโอกาสไปดูออฟฟิศของเฟซบุ๊ค จะรู้ว่าจริงๆ แล้วเขามีพนักงานไม่เยอะเลย แต่จะใช้โครงสร้างบริหารจัดการแบบที่เล่าไป คือ จะมี เฮด ออฟฟิศแต่ละภูมิภาค และในแต่ละประเทศย่อยๆ จะมีคนแบบเรา 1-2 คน ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นตัวแทน เพื่อทำงานร่วมกับบริษัท เฮด ออฟฟิศ ประจำภูมิภาคที่เราอยู่"
เธอ บอกว่า ภารกิจสำคัญ คือ ต้องดูแลลูกค้าเฟซบุุ๊คในไทยใกล้ชิด ให้ความรู้ลูกค้า เทรนนิ่งสม่ำเสมอ ตอนนี้ในไทยมีทีมงานคนไทยที่ดูแลเฟซบุ๊คราว 4-5 คน
โฆษณาบนเฟซบุ๊คโต100%
"หลักๆ เลย ต้องดูแลยอดขายโฆษณาบนเฟซบุ๊คในไทย และก็ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทุกอย่าง กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง ที่ต้องการใช้ช่องทางเฟซบุ๊คทำประชาสัมพันธ์สินค้า เราก็ให้คำปรึกษาว่าทำอย่างไร รวมถึงดูแลเรื่องแบรนด์สินค้าที่ใช้ช่องทางเฟซบุ๊คทำตลาด ปัจจุบันมีแบรนด์สินค้าในไทยมากมายใช้บริการเฟซบุ๊ค ปีที่ผ่านมาเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า100%"
เธอ บอกว่า กลุ่มสินค้าบริการที่ลงโฆษณาบนเฟซบุ๊คมากที่สุุดยังเป็น กลุ่มสินค้าที่มีการอุปโภคบริโภคในอัตราสูง (กลุ่ม FMCG)
ปัจจัยหลักที่ทำให้โฆษณาบนเฟซบุ๊คในตลาดไทยเติบโต เพราะขณะนี้ แบรนด์สินค้าบริการ รู้แล้วว่าเฟซบุ๊คมีผลต่อธุรกิจของพวกเขาอย่างไร การเกลี่ยเงินงบโฆษณามาที่เฟซบุ๊คในช่วงที่ผ่านมาจึงมีความชัดเจนมากขึ้น
"เฟซบุ๊ค เป็นโซเชียล เน็ตเวิร์คที่มีบทบาทต่อนักการตลาดมาก คุณสมบัติของเว็บทำอะไรได้เยอะ ผลที่ได้รับกลับมาจากการลงโฆษณาในเฟซบุ๊คจะคืนกลับมามากกว่าเงินที่ลงทุนไป ขณะเดียวกันเฟซบุ๊ค ก็พัฒนานวัตกรรม และบริการใหม่ขึ้นมา เช่น กราฟเสิร์ช ที่เป็นเหมือนปลายทางสุดท้าย ทำให้เฟซบุ๊คมีความสมบูรณ์ด้วยตัวเอง เป็นการคอนเนคคนเข้าหากันมากขึ้น เฉพาะกลุ่มมากขึ้น และมีความลึกมากขึ้น ตรงนี้เป็นประโยชน์ต่อนักการตลาดที่จะใช้เครื่องมือเหล่านี้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ลึกมากขึ้นกว่าเดิม"
"กดไลค์" 2.1 พันล้านครั้ง
จุดเด่นของแบรนด์สินค้าที่มักเลือกเฟซบุ๊ค เพื่อทำการตลาดยังมาจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการชอบแสดงความคิดเห็นและแบ่งปัน (share) ของคนไทย ตัวเลขอย่างเป็นทางการของเฟซบุ๊ค ระบุว่า การบริโภคสื่อยุคปัจจุบัน พบว่า คนไทยใช้วลากับสื่ออินเทอร์เน็ตต่อสัปดาห์มากกว่า 16.6 ชั่้วโมง เป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนมากกว่า 77% พีซี 70% และ โน้ตบุ๊ค 61%
พฤติกรรมคนไทยใช้เฟซบุ๊ค มักชอบถกเถียงประเด็นต่างๆ โพสต์รีวิวแบรนด์สินค้าบริการ รองลงมา คือ ชอบเข้าไปอ่านคอมเม้นท์สินค้า รวมถึงดูวีดีโอ ออนไลน์เกี่ยวกับสินค้าและบริการที่กำลังจะไปซื้อ ปัจจุบันคนไทยใช้เฟซบุ๊ค 18,271,480 ล้านคน ในจำนวนี้ 12.5 ล้านคนใช้เฟซบุ๊คบนสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นช่องทางที่เติบโตมากถึง 67%
ขณะที่ มีตัวเลขที่น่าสนใจ ระบุด้วยว่า คนไทยอัพเดทสถานะบนเฟซบุ๊คมากกว่า 124 ล้านครั้งต่อเดือน โพสต์ข้อความ 184 ล้านครั้งต่อเดือน อัพโหลดรูปภาพ 270 ล้านครั้งต่อเดือน ที่สำคัญคนไทยมักชอบคอมเม้นท์ในเรื่องต่างๆ เฉลี่ย 1.2 พันล้านครั้งต่อเดือน และกดไลค์มากกว่า 2.1 พันล้านครั้งต่อเดือน
เมื่อถามว่า แนวโน้มปีนี้ เฟซบุ๊คเตรียมแผนที่จะทำอะไรใหม่ๆ ในตลาดไทยหรือไม่ เธอ บอกว่า
"ยังคงต้องรักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่ให้เหนียวแน่น ซึ่งจะโชว์ออกมาในแง่ของตัวเลขว่า เราเมนเทนลูกค้าได้ดีมากน้อยแค่ไหน ที่เปลี่ยนแปลง เห็นจะเป็นการเพิ่มทีมงานที่เข้ามาดูแอคเค้าท์เฟซบุุ๊คในไทยมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาดีมานด์ที่จะลงโฆษณา และทำการตลาดผ่านเฟซบุ๊คมีเยอะมาก และอาจมีแนวโน้มใหม่ๆ ของโฆษณาบนโมบายที่ระยะหลังมาแรงมาก"


