วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอไอเอสดัน"สตาร์ทอัพ" สร้างโมบายแอพสู่ตลาด

เอไอเอสสานต่อ "เดอะ สตาร์ทอัพ" สร้างนักพัฒนารุ่นใหม่ผ่านเครือข่ายพันธมิตร-กลุ่มสิงเทล รับเทรนด์โมบาย แอพพลิเคชั่นเติบโต

นายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอสยังมีนโยบายสนับสนุนการสร้างนักพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยสานต่อโครงการ "เอไอเอส สตาร์ทอัพ วีคเอ็นด์ 2013" ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสสร้างนักพัฒนาโมบาย แอพพลิเคชั่นในประเทศให้ออกสู่ตลาดจริง

ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของตลาดโมบาย แอพพลิเคชั่นทั่วโลกและในไทย ซึ่งสถิติการดาวน์โหลดรวมทั่วโลกมีมากกว่า 1.4 พันล้านดาวน์โหลดต่อเดือน ขณะที่ในไทยก็เริ่มเข้าสู่ยุค 3จี ที่เป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญให้เกิดการใช้โมบาย แอพพลิเคชั่นสูงขึ้่นมาก

ปีที่ผ่านมา เอไอเอส เดอะ สตาร์ทอัพ มีนักพัฒนาหน้าใหม่เข้าร่วมโครงการราว 300 ราย และพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ทยอยเข้าสู่ตลาดได้กว่า 30 แอพพลิเคชั่น ถือเป็นการสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่ครบถ้วนตั้งแต่เครือข่ายพันธมิตร เงินทุน เทคโนโลยีและแผนการตลาดที่ช่วยเร่งการเติบโตให้อุตสาหกรรมได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรและเครือข่ายของสิงเทลที่เป็นบริษัทแม่และมีฐานผู้ใช้งานโมบายรวมกันกว่า 500 ราย

"เอไอเอสทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวกลางในอุตสาหกรรมและมีระดับการร่วมลงทุนตั้งแต่การร่วมทำตลาด ร่วมพัฒนา จนถึงการหาพันธมิตรร่วมทุนแล้วแต่ความลึกซึ้งของตลาดซึ่งเป็นการช่วยเปิดโอกาสให้ธุรกิจเกิดใหม่หรือสตาร์ทอัพที่ประเมินกันว่ามีมากกว่า 40,000 รายในไทย"

โครงการเอไอเอส เดอะ สตาร์ทอัพปีนี้ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรในอุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น โนเกีย และไมโครซอฟท์ พร้อมกับได้จัดรูปแบบใหม่โดยเปิดสมัครตั้งแต่วันนี้-17 มี.ค.ผ่านเว็บ www.ais.co.th/thestartup ก่อนคัดกรองไอเดียจนเหลือ 5 ทีมสุดท้าย เพื่อเข้าสู่บูธแคมป์ ซึ่งในจำนวนนี้ 1 ทีมจะได้รับการสนับสนุนเพื่อต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ทันที รวมรางวัลกว่า 28 ล้านบาท

นายธนพงษ์ ณ ระนอง รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเวนท์ ในเครืออินทัช กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจเกิดใหม่ในไทยแข็งแกร่ง ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การเข้าไปลงทุนในบริษัทอุ๊คบีที่ทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ช่วงกลางปีที่ผ่านมา หลังจากนั้น 2-3 เดือนก็ไปเปิดตลาดต่างประเทศได้ สะท้อนให้เห็นศักยภาพการพัฒนาซอฟต์แวร์ของไทยที่ได้รับการยอมรับ

อย่างไรก็ตามปัญหาเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ในไทยคือ เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งกลุ่มสตาร์ทอัพก็เป็นส่วนหนึ่ง ดังนั้นการมีโครงการเช่นนี้จะยิ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมระดับนี้ในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น

"เราเตรียมงบไว้ประมาณ 200 ล้านบาท สำหรับการร่วมลงทุนประมาณ 5-10 ราย เน้นธุรกิจโมบาย แอพพลิเคชั่น และดิจิทัล คอนเทนท์ที่เข้ามาช่วยเสริมธุรกิจในกลุ่มอินทัชได้" นายธนพงษ์ กล่าว