เอเซอร์ชิงเปิดตัว "ลิขวิด ซี1" สมาร์ทโฟนใช้ชิพอินเทลรุ่นแรกในไทย ราคาต่ำกว่าหมื่นบาท เผยเตรียมส่งอีกหลายรุ่นภายในปีนี้ หวังส่วนแบ่งตลาด 50%
นายนิธิพัทธ์ ประวัณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัทเอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทเปิดตัว "เอเซอร์ ลิขวิด ซี 1" สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้หน่วยประมวลผล (ซีพียู) อะตอม โปรเซสเซอร์ แซด 2420 ความเร็ว 1.2 กิกะเฮิรตซ์ของอินเทลในไทย โดยเตรียมวางตลาดครั้งแรกในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โประหว่างวันที่ 7-11 กุมภาพันธ์นี้ ราคา 9,990 บาท
โดยเน้นผู้ใช้ในกลุ่มคนทำงานหรือผู้ที่ต้องการสมรรถภาพในระดับราคาไม่สูงมาก ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการทำงานของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กที่สุดหรือจอ 4.3 นิ้ว ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 รองรับการใช้งานบนความถี่ 3จี และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ถึง 21 เมกะบิตต่อวินาทีบนเทคโนโลยีอินเทล ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่้ต้องการความเร็วสูงๆ เช่น ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ พร้อมแบตเตอร์รี่ใช้งานต่อเนื่องบนคลื่น 3จีถึง 9 ชั่วโมง
ผู้บริหารเอเซอร์ระบุว่า บริษัทเลือกเปิดตัวสมาร์ทโฟนอินเทลในไทยเป็นที่แรก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีความพร้อมมากที่สุดบริษัทจึงเลือกทำตลาดสมาร์ทโฟนแพลตฟอร์มอินเทลเป็นที่แรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และคาดว่าจะมีสินค้าเข้ามาเปิดตัวอีกราว 8-10 รุ่น ทั้งแทบเล็ต และสมาร์ทโฟนบนแพลตฟอร์มอินเทล
อย่างไรก็ตามกลุ่มเป้าหมายหลักของทางเอเซอร์ยังเน้นตลาดสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 5,000 บาท เช่น เอเซอร์ ลิขวิด แซด 110 ราคา 3,990 บาท ที่เปิดตัวแล้วในปีที่ผ่านมา
“เอเซอร์ประสบความสำเร็จกับอินเทลในผลิตภัณฑ์ทั้งในกลุ่มโน้ตบุ๊ค เดสก์ท็อป ซึ่งสมาร์ทโฟนก็จะเป็นอีกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่อินเทลเปิดตัวอย่างเต็มที่เพื่อทำตลาดสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต” นายนิธิพัทธ์ กล่าว
ขณะที่ภาพรวมตลาดของเอเซอร์ปัจจุบันจะยังเน้นสินค้าในระดับราคากลางๆ หรือราว 9,000 บาท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าในระดับราคาที่เหมาะสม และมั่นใจว่าแข่งขันกับรายอื่นได้
นอกจากนี้เอเซอร์ก็จะยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดสินค้าในกลุ่ม "ซิสเต็มส์ โปรดักส์" เช่นโน้ตบุ๊ค ,อัตราบุ๊ค และไฮบริด อัลตราบุ๊ค โดยคาดว่าจะใช้งบทำตลาดรวมราว 400 ล้านบาทจากเดิมราว 360-370 ล้านบาท
“เราใช้กลยุทธ์ที่ใช้ในการทำตลาดพีซี ไม่ได้แยกว่าทำตลาดรุ่นนี้รุ่นเดียว จะมิกซ์ไปกับโปรดักส์อื่นที่อยู่ในไลน์เดียวกัน เช่น แทบเล็ต สมาร์ทโฟน ตัวแทบเล็ต กับตัวโปรดักส์ที่เป็นไฮบริด และโน้ตบุ๊คที่มีหน้าจอที่เป็นทัชสกินไปด้วยกัน” นายนิธิพัทธ์กล่าว
รวมทั้งยังมีแผนทำโฆษณาออนไลน์ และสื่อปกติ เช่น จัดโรดโชว์ สาธิตทดสอบตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้เทียบประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนในตลาดกับสมาร์ทโฟนของเอเซอร์
ทั้งนี้เอเซอร์คาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนราว 50% ในกลุ่มแอนดรอยด์


