วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569

Login
Login

จับตา 5 มิ.ย. กรรมการสรรหา กสทช. ฝ่ากำแพงข้อมูล จ่อชี้ขาดปมคุณสมบัติ "หมอสรณ"

จับตา 5 มิ.ย. กรรมการสรรหา กสทช. ฝ่ากำแพงข้อมูล  จ่อชี้ขาดปมคุณสมบัติ "หมอสรณ"

เอกสารลับในแฟ้มประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. นัดที่ 2 วันที่ 5 มิถุนายน 2569 สะท้อนปัญหาสำคัญของกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เมื่อคณะกรรมการสรรหาฯ พยายามขอข้อมูลและเอกสารจากหลายหน่วยงาน แต่กลับไม่ได้รับเอกสารสำคัญครบถ้วน

แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐสภาเปิดเผยว่า เอกสารในแฟ้มประชุมระบุชัดว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ได้ขอข้อมูลจากหลายหน่วยงานเพื่อประกอบการพิจารณา แต่หลายแห่งตอบกลับในลักษณะปฏิเสธหรือไม่สามารถส่งเอกสารให้ได้ ทั้งที่ข้อมูลเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นคุณสมบัติของประธาน กสทช.

“กรรมการสรรหาไม่ได้ต้องการให้หน่วยงานใดรับรองว่าเอกสารสมบูรณ์หรือไม่ แต่ต้องการข้อมูลและหลักฐานที่เคยตรวจสอบมาแล้ว เพื่อให้กรรมการใช้ดุลพินิจเองว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อเพียงใด ปัญหาคือเอกสารสำคัญกลับไม่ถูกส่งมาให้พิจารณาตั้งแต่ต้น” แหล่งข่าวระบุ

ในแฟ้มประชุมมีการระบุว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ขอเอกสารจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับหนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ถูกอ้างถึงในบันทึกของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ผลการตรวจสอบระบุว่า ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

ส่วนกรณีสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา คณะกรรมการสรรหาฯ ขอสำเนารายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม หรือ กมธ. ICT วุฒิสภาชุดที่ 12 ซึ่งมี พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธานกรรมาธิการ พร้อมเอกสารประกอบ

แต่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแจ้งว่า ไม่สามารถจัดส่งรายงานดังกล่าวให้คณะกรรมการสรรหาฯ ได้ โดยอ้างว่ารายงานยังเป็นเพียงรายงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในขั้นตอนดำเนินงานภายใน ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ และวุฒิสภายังไม่ได้พิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่

แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐสภาระบุว่า ท่าทีดังกล่าวทำให้ ดร.วิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ไม่พอใจอย่างมาก เพราะเห็นว่าเอกสารดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการพิจารณาปมคุณสมบัติของประธาน กสทช. และควรถูกส่งให้คณะกรรมการสรรหาฯ ใช้ประกอบดุลพินิจ

จับตา 5 มิ.ย. กรรมการสรรหา กสทช. ฝ่ากำแพงข้อมูล  จ่อชี้ขาดปมคุณสมบัติ "หมอสรณ"

“ดร.วิษณุไม่พอใจอย่างมาก เพราะคณะกรรมการสรรหาขอเอกสารเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ไม่ใช่เพื่อนำไปเปิดเผยต่อสาธารณะ หากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเห็นว่าเป็นเอกสารลับ ก็สามารถส่งในฐานะเอกสารลับให้กรรมการสรรหาพิจารณาได้ แต่ไม่ควรปฏิเสธไม่ส่งทั้งหมด” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวยังชี้ว่า ปมที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาอ้างว่ารายงานยังไม่สมบูรณ์ ต้องย้อนกลับไปดูต้นตอในวุฒิสภาชุดก่อน ซึ่งมี ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานวุฒิสภา แม้ กมธ. ICT จะจัดทำรายงานตรวจสอบข้อเท็จจริงไว้แล้ว แต่รายงานดังกล่าวไม่ถูกบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมวุฒิสภา เพื่อให้ กมธ.นำเสนออย่างเป็นทางการ

“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ กมธ. ICT ไม่ทำรายงาน แต่ปัญหาอยู่ที่รายงานไม่ถูกบรรจุเข้าสู่วาระวุฒิสภาในสมัยนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานวุฒิสภา เมื่อไม่ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุม วันนี้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจึงนำมาอ้างต่อว่ารายงานยังไม่สมบูรณ์ ทั้งที่ต้นเหตุคือไม่เปิดทางให้รายงานถูกนำเสนอตั้งแต่แรก” แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า นายพรเพชร ถูกมองในแวดวงการเมืองว่าใกล้ชิดกับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จึงทำให้เกิดคำถามว่า การไม่บรรจุวาระรายงานของ กมธ. ICT เป็นเพียงข้อจำกัดทางธุรการ หรือเป็นเหตุที่ทำให้รายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช.ไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของวุฒิสภา

อีกหน่วยงานที่ถูกระบุในแฟ้มประชุมคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ซึ่งคณะกรรมการสรรหาฯ ขอสำเนาหนังสือ 2 ฉบับ แต่ ก.ล.ต.แจ้งว่า หนังสือดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ปรากฏชื่อ อาจเป็นข้อมูลที่พึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย และไม่ปรากฏเหตุยกเว้นให้เปิดเผยต่อบุคคลอื่นได้ จึงไม่สามารถส่งสำเนาให้คณะกรรมการสรรหาฯ ได้

เมื่อนำคำตอบของแต่ละหน่วยงานมาวางต่อกัน จะเห็นว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ขอข้อมูลหลายทาง แต่กลับเจอทางตัน ทั้งยังไม่ได้รับคำตอบ รายงานยังไม่สมบูรณ์ เป็นเอกสารลับ หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

“ภาพที่เห็นคือ กรรมการสรรหาขอข้อมูลเพื่อพิจารณาปมคุณสมบัติประธาน กสทช. แต่หน่วยงานต่าง ๆ กลับไม่ยอมคายข้อมูลสำคัญออกมา ทั้งที่เป็นข้อมูลที่ควรอยู่บนโต๊ะพิจารณา” แหล่งข่าวกล่าว

ขณะเดียวกัน มีข้อมูลว่า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สร.ทช. ได้รับการตอบรับว่า ประธานคณะกรรมการสรรหาฯ อนุญาตให้เข้าชี้แจง และให้จัดทำเอกสารยื่นต่อกรรมการสรรหาที่เหลือ 6 คนได้ โดยคณะกรรมการสรรหาฯ จะประชุมที่รัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น.

แหล่งข่าวจากผู้ร้องระบุว่า หากต้องการให้หลักฐานถึงมือกรรมการสรรหาโดยตรง ผู้ร้องควรไปสแตนด์บายที่วุฒิสภาในวันประชุม พร้อมทำหนังสือขอเข้าชี้แจงและนำเอกสารไปยื่นทันที เพื่อไม่ให้เอกสารติดอยู่ในขั้นตอนธุรการ หรือถูกปฏิเสธจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง

“เมื่อเปิดทางให้ผู้ร้องเข้าชี้แจงและยื่นเอกสารต่อกรรมการสรรหาที่เหลือได้ ผู้ร้องก็ควรใช้โอกาสนี้นำหลักฐานไปแสดงโดยตรง เพราะประเด็นสำคัญตอนนี้คือทำอย่างไรให้กรรมการสรรหาได้รับข้อมูลครบถ้วนก่อนพิจารณาปมคุณสมบัติประธาน กสทช.” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวย้ำว่า การขอข้อมูลของคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมการต้องเชื่อเอกสารทุกชุด แต่เป็นการขอหลักฐานเพื่อใช้ประกอบดุลพินิจ ส่วนเอกสารใดจะมีน้ำหนักเพียงใด เป็นหน้าที่ของกรรมการสรรหาฯ ที่จะพิจารณาเอง

การประชุมวันที่ 5 มิถุนายนนี้ จึงถูกจับตาว่า คณะกรรมการสรรหาฯ จะสามารถทะลุ “กำแพงเอกสาร” ที่แต่ละหน่วยงานตั้งไว้ได้หรือไม่ และจะสามารถพิจารณาปมคุณสมบัติประธาน กสทช.บนฐานข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงใด

หากเอกสารสำคัญยังไม่ถูกส่งถึงมือกรรมการสรรหาฯ การประชุมครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงการพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่จะกลายเป็นบททดสอบความโปร่งใสของกระบวนการสรรหาและตรวจสอบองค์กรอิสระของประเทศว่า จะยอมให้ข้อเท็จจริงถูกปิดกั้นก่อนถึงมือผู้มีอำนาจพิจารณา