สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบ “การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดาวเทียมเพื่อการประยุกต์ใช้สำหรับประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน LIFE DEE และการนำเทคโนโลยี Digital Twin มาใช้กับเทศบาลเมืองชลบุรี” เพื่ออัปเดตการใช้เทคโนโลยีและโนว์ฮาวจาก GISTDA ในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะชลบุรี
GISTDA ส่งนวัตกรรมจากอวกาศทั้งภาพถ่ายจากดาวเทียมและข้อมูลภูมิสารสนเทศ ในรูปแบบ “แอปไลฟ์ดี (LifeDee) ดิจิทัลทวิน (Digital Twin) และ ระบบ Precision Logistics” พลิกโฉมชลบุรีสู่เมืองอัจฉริยะ ปูทางสู่การบริหารจัดการเมือง แก้น้ำท่วมซ้ำซากและปัญหาโลจิสติกในพื้นที่
เมืองอัจฉริยะชลบุรี (Chonburi Smart City) เป็นการยกระดับเมืองโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลมาบริหารจัดการ เพื่อแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
Precision Logistics เพื่อกลุ่มเปราะบาง
นายกุลพัชร หล้าปาวงศ์ นักภูมิสารสนเทศ ฝ่ายความมั่นคงทางสังคม สำนักประยุกต์และพัฒนาภูมิสารสนเทศ GISTDA กล่าวว่า จากข้อจำกัดทางกายภาพของผังเมืองชลบุรีที่มีลักษณะเป็นตรอกซอยแคบ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึงของรถกู้ชีพขนาดใหญ่
เทศบาลเมืองชลบุรีจึงมีแนวทางจัดซื้อรถแอมบูแลนซ์ขนาดเล็ก (รถฟ็อกซ์) เข้ามาแก้ปัญหา ทาง GISTDA จึงได้นำปัจจัยดังกล่าวมาคำนวณร่วมกับระบบแผนที่นำทางอัจฉริยะ
โดยเชื่อมโยงข้อมูลพิกัดที่อยู่อาศัยของกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุและคนพิการ)ในเขตเทศบาล มาคำนวณร่วมกับระยะเวลาเดินทางจริงไปยังสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อวิเคราะห์เส้นทางที่สั้นและมีประสิทธิภาพที่สุดในการส่งรถพยาบาลขนาดเล็กเข้าสู่พื้นที่จำกัดได้อย่างแม่นยำ
ระบบสามารถวิเคราะห์และแสดงผลผ่านระบบสี (เขียว เหลือง ส้ม แดง) เพื่อประเมินระยะเวลาที่รถพยาบาลจะเดินทางไปถึงตัวผู้ป่วย ตั้งแต่ระดับ 0 นาที (ช่วยเหลือตัวเองได้) 5 นาที 10 นาที และ 15 นาที
ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินความพร้อมของดีมานด์และสถานพยาบาลใกล้เคียง รวมถึงกำหนดจุดจอดรถรับส่งผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการของทีมแพทย์ฉุกเฉินให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด
หัวใจสำคัญของแบบจำลองนี้ คือการเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพ
ระบบจะช่วยวิเคราะห์และแนะนำประเภทพาหนะที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและประเภทของผู้ป่วยรายบุคคล เนื่องจากการขนส่งผู้สูงอายุหรือคนพิการมีความละเอียดอ่อนและต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกัน
การเลือกยานพาหนะที่ไม่สอดคล้องกับสภาพร่างกายผู้ป่วยหรือสภาพเส้นทางอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและลดประสิทธิภาพในการกู้ชีพ
นอกจากการคำนวณเวลาในสภาวะปกติแล้ว GISTDA ยังเตรียมพัฒนา "ระบบจำลองสถานการณ์น้ำท่วมและการอพยพ" ในอนาคต เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการทำงานแบบคงที่ (Static) ไปสู่ระบบที่มีการคาดการณ์แบบยืดหยุ่น
ระบบจะจำลองทิศทางการไหลของน้ำและสิ่งกีดขวาง เพื่อกำหนดลำดับความสำคัญ (Priority) ในการเลือกเส้นทางจราจร ป้องกันปัญหาการจราจรติดขัดและการเกิดคอขวดบนเส้นทางอพยพ ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อประชาชนเลือกใช้ทางออกเดียวกันในภาวะฉุกเฉิน
การพัฒนาระบบดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญหลักของ GISTDA ด้านการวิเคราะห์พื้นที่น้ำท่วม ภัยแล้ง และฝุ่นละออง PM 2.5
เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างระบบการขนส่งผู้ประสบภัยเชิงรุกที่มีความแม่นยำสูง ช่วยลดความสูญเสียและขจัดปัญหาการบริหารจัดการที่ซ้ำซากในอดีตได้อย่างยั่งยืน
Life Dee ชีวิตดีที่เมืองชล
ดร.ฌานิกา สุขวัฒนวิจิตร หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทางสังคม สำนักประยุกต์และพัฒนาภูมิสารสนเทศ GISTDA กล่าวว่า แอปพลิเคชัน LifeDee นวัตกรรมด้านสุขภาพจาก GISTDA ที่พัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 2566
ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในฐานะเครื่องมือสำคัญที่ช่วยดูแลสุขภาพประชาชน ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภายใต้แนวคิด Geo-Health เพื่อให้คนไทยสามารถ “รู้ก่อน ป้องกันได้” และวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
LifeDee ผสานข้อมูลจากดาวเทียม สถานีตรวจวัดภาคพื้นดินและการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแสดงผลข้อมูลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายบนสมาร์ตโฟน รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ชาวชลบุรีสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการดูแลสุขภาพเชิงพื้นที่แบบล้ำสมัย กับแอปพลิเคชัน LifeDee นวัตกรรมที่เกิดจากการบูรณาการข้อมูลดาวเทียมกับองค์ความรู้ด้านสาธารณสุขจากกรมอนามัย และฐานข้อมูลจากเทศบาลเมืองชลบุรี เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในจังหวัดชลบุรี
นวัตกรรมนี้มุ่งเน้นการให้บริการข้อมูลที่แม่นยำและทันท่วงที โดยมีฟังก์ชันเด่นที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงได้ ดังนี้
ระบบเฝ้าระวังสุขภาพและสภาพอากาศ: แอปพลิเคชันสามารถแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ได้เป็นรายชั่วโมง
ตรวจวัดและแจ้งเตือนดัชนีความร้อน (Heat Index) จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ร่วมกับข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวังและดูแลตัวเองได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ ผู้ใช้งานสามารถเปิดชั้นข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูล PM 2.5 และดัชนีความร้อน ซ้อนทับลงบนแผนที่ประเทศไทยเพื่อตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่ปลายทางก่อนออกเดินทาง โดยรองรับการเชื่อมต่อกับระบบนำทางชั้นนำ ทั้ง Google Maps, Apple Maps และ Nostra Map
LifeDee ยังมีฟังก์ชันประเมินอาการเบื้องต้นจากการสัมผัสฝุ่น และการค้นหา "ห้องปลอดฝุ่น" ระบบค้นหาสถานพยาบาลใกล้เคียงและปุ่มติดต่อสายด่วนโรงพยาบาลฉุกเฉินหากเกิดอุบัติเหตุหรือวิกฤติสุขภาพกะทันหัน
GISTDA ออกแบบแอปนี้เพื่อทุกคนและกลุ่มเปราะบาง (Universal Design) โดยได้ขยายกลุ่มเป้าหมายจากประชาชนทั่วไปสู่กลุ่มเปราะบาง โดยระบบจะแสดงพิกัดสิ่งอำนวยความสะดวกในเขตเทศบาลเมืองชลบุรีอย่างละเอียด
เช่น ตำแหน่งที่จอดรถ ทางลาด ป้ายสัญลักษณ์ และห้องน้ำสาธารณะ เพื่อช่วยในการวางแผนเดินทางไปยังสถานที่สำคัญ อาทิ โรงพยาบาล
GISTDA เตรียมเดินหน้าพัฒนาฟังก์ชันใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมสุขภาวะของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้
ระบบคัดสรรและโปรโมตร้านอาหารท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาความไม่ชัดเจนของข้อมูลรีวิวในปัจจุบัน แพลตฟอร์มจะมุ่งเน้นการการันตีร้านอาหารโดยคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง
แนวคิดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายรายได้ไปสู่ร้านค้าชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ตั้งใจทำมาหากินในพื้นที่มีรายได้และเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
"แผนที่สุขภาพ" (Wellness Map) โครงการพัฒนาฐานข้อมูลสถานที่พักผ่อนและทำกิจกรรมเชิงสุขภาพในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานประกอบการ Wellness ต่างๆ ได้ล่วงหน้า
Digital Twin ปูทางบริหารจัดการเมือง
ปัจจุบัน เทศบาลเมืองชลบุรีประสบความสำเร็จในการนำแพลตฟอร์มดิจิทัลทวินมาใช้งานจริง เป็น 1 ใน 4 พื้นที่นำร่อง (โคราช ขอนแก่น ชลบุรี ภูเก็ต) ที่มีการพัฒนาระบบอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยในระยะแรกเปิดให้เจ้าหน้าที่เทศบาลใช้งาน และมีแผนจะขยายฟังก์ชันให้ประชาชนเข้าถึงได้ในอนาคต ผ่าน 5 ฟีเจอร์หลักในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ ดังนี้
1.การจัดการสิ่งแวดล้อมและการจราจร: ระบบสามารถใช้แบบจำลองหรือเมืองดิจิทัลตรวจสอบตำแหน่งการติดตั้งกล้อง CCTV ของเทศบาล ที่มีการกระจายตัวอย่างหนาแน่นถึง 260 ตัว พร้อมตรวจวัดความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM 2.5
รวมถึงคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์แต่ละประเภทบริเวณสี่แยกสำคัญที่มีการจราจรติดขัด เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันสุขภาพของประชาชน
2.ยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน: ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลอาชญากรรมเข้ากับพิกัดกล้อง CCTV ทำให้เทศบาลสามารถวิเคราะห์จุดเสี่ยงที่มีการกระจุกตัวของอาชญากรรมได้อย่างแม่นยำ
ระบบยังสามารถจำลองการติดตั้งกล้องเพิ่มเติมผ่านหน้าจอได้ทันที โดยควบคุมทิศทางมุมกล้องได้ตามต้องการ ช่วยประหยัดงบประมาณและเวลาในการส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่จริง
3.การประเมินศักยภาพพลังงานสะอาด (Solar Roof): โมเดลจำลองเพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการรณรงค์ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเลือกอาคารของตนเองในระบบเพื่อประเมินศักยภาพการรับพลังงานแสงอาทิตย์ คำนวณระยะเวลาคืนทุนในเบื้องต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการลงทุนติดตั้งจริง
4.การบริหารจัดการน้ำท่วมและภัยพิบัติ: ระบบมีการแจ้งเตือนอุทกภัยและพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า โดยผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังผ่านระบบกล้อง CCTV ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อยืนยันสถานการณ์จริง ช่วยให้การบริหารจัดการภัยพิบัติของภาครัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที
5.บริการสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสังคม: แพลตฟอร์มได้จัดเก็บพิกัดสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญในเขตเทศบาลเมืองชลบุรีไว้อย่างครบถ้วน
เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำทาง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ ให้สามารถตรวจสอบความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่ปลายทาง เช่น โรงพยาบาล ก่อนการเดินทางได้
ความสำเร็จในการขับเคลื่อนนวัตกรรมจากเทคโนโลยีอวกาศให้เกิดประโยชน์สูงสุดในครั้งนี้ เกิดจากการนำร่องและสนับสนุนอย่างจริงจังโดยเทศบาลเมืองชลบุรี
ซึ่งผู้บริหารท้องถิ่นมีวิสัยทัศน์ในการนำเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยดูแลสุขภาวะของประชาชน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้คนในพื้นที่ดาวน์โหลดไปใช้งาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนชลบุรีสู่เมืองอัจฉริยะต้นแบบอย่างแท้จริง
ชู “นวัตกรรมท้องถิ่น” ยกระดับบริการประชาชน
นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมให้การต้อนรับในครั้งนี้ กล่าวว่า การขับเคลื่อนนวัตกรรมในระดับท้องถิ่นมีแนวโน้มสร้างผลลัพธ์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อมีการนำข้อมูลมาใช้ต่อยอดและยกระดับการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การให้บริการประชาชน และการแก้ปัญหาในพื้นที่
ภาพจาก FB เทศบาลเมืองชลบุรี
ขณะนี้ท้องถิ่นหลายแห่งมีการพัฒนานวัตกรรมในหลายด้าน โดยเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งเครื่องดักขยะก่อนลงทะเล เพื่อนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยบริหารจัดการขยะและลดปัญหาขยะไหลลงสู่แหล่งน้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สะท้อนการใช้เทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมด้านการดูแลสัตว์เลี้ยงในชุมชน โดยเปิดให้ประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงลงทะเบียน และนัดหมายคิวเพื่อเข้ารับบริการฉีดวัคซีนกับทางเทศบาล ซึ่งถือเป็นระบบที่ช่วยให้การให้บริการเป็นระเบียบมากขึ้น และเอื้อต่อการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขในพื้นที่
อีกประเด็นสำคัญคือการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นในหลายพื้นที่ ท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องมีระบบรองรับที่มั่นคงและมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านข้อมูล เส้นทางการดูแล และรูปแบบบริการที่ตอบโจทย์ประชาชนในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ยังมีตัวอย่างนวัตกรรมที่น่าสนใจจากเทศบาลนครรังสิต ซึ่งมีการใช้ระบบลงทะเบียนและสแกนข้อมูลประชาชนในพื้นที่ เพื่อจัดการการเข้าถึงบริการสาธารณะบางประเภท เช่น ระบบกดน้ำ โดยประชาชนในพื้นที่สามารถใช้บริการได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่เข้ามาทำงานหรือไม่ได้อยู่ในพื้นที่จะมีเงื่อนไขการใช้บริการที่แตกต่างออกไป
ที่ผ่านมาได้มีการรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการนำเครื่องมือ เครื่องจักร และเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการให้บริการสาธารณะ โดยภาพรวมสะท้อนให้เห็นว่า ท้องถิ่นมีความพยายามพัฒนางานหลายด้าน ทั้งสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข การเกษตร และบริการดิจิทัล
ในภาคการเกษตร มีการกล่าวถึงแนวทางการนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน รวมถึงระบบคิวและระบบต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน
ขณะเดียวกันยังมีการนำภาพถ่ายทางอากาศหรือเทคโนโลยีด้านภาพถ่ายมาใช้สนับสนุนการทำงาน เพื่อให้การบริหารจัดการในพื้นที่มีความแม่นยำและเท่าเทียมมากขึ้น
การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยก่อนหน้านี้มีการจับมือกับหลายภาคส่วน เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้มีความพร้อมมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
รองผู้ว่าฯ ย้ำว่า ประชาชนสามารถให้ความเชื่อมั่นต่อทีมบริหารได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ต้นแบบที่มีการเลือกตั้งผ่านระบบเทศบาล และมีทีมผู้บริหาร สมาชิกสภา ประธานสภา รองนายกฯ และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง
แม้ระยะเวลาการทำงานจะยังไม่ถึงหนึ่งปี แต่ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองและพื้นที่เกี่ยวข้อง สามารถเห็นความตั้งใจของทีมผู้บริหารและผู้แทนท้องถิ่นที่ต้องการผลักดันงานต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นจริง
ความตั้งใจดังกล่าว ประกอบกับองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นเป้าหมายร่วมกันที่ทุกฝ่ายต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม.


