วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ทำไม ‘พายุสุริยะ’ กระทบธุรกิจการบิน เมื่อ Airbus สั่งตรวจเข้ม ฝูงบิน A320 ทั่วโลก

ทำไม ‘พายุสุริยะ’ กระทบธุรกิจการบิน เมื่อ Airbus สั่งตรวจเข้ม ฝูงบิน A320 ทั่วโลก

จากกรณีที่ Airbus ออกประกาศแจ้งเตือนสายการบินทั่วโลก ตรวจสอบและปรับปรุงซอฟต์แวร์ของอากาศยานตระกูล Airbus A320 หลังวิเคราะห์เหตุการณ์ก่อนหน้า พบว่า อุปกรณ์อาจได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์รังสีสุริยะ (Solar Flare) ทำความรู้จักปรากฎการณ์นี้ และ คำว่า "พายุสุริยะ" คือ อะไร? กระทบอะไรกับโลกได้บ้าง?

จากกรณืที่ Airbus ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้สายการบินทั่วโลกตรวจสอบและปรับปรุงซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์บางรายการของอากาศยานตระกูล Airbus A320 (https://www.airbus.com/en/newsroom/press-releases/2025-11-airbus-update-on-a320-family-precautionary-fleet-action ) 

หลังการวิเคราะห์เหตุการณ์ก่อนหน้านี้พบว่าอุปกรณ์อาจได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์รังสีสุริยะ (Solar Flare) แม้ความเสี่ยงในการเกิดเหตุจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ตามหลักมาตรฐานความปลอดภัยสากลจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันล่วงหน้าเพื่อให้การปฏิบัติการบินเป็นไปอย่างปลอดภัยสูงสุด

ทำความรู้จัก พายุสุริยะ

จากข้อมูลของ NASA ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า "พายุสุริยะ" คือ เหตุการณ์ที่แสดงฤทธิ์เดชให้เห็นถึงพลังอำนาจของดวงอาทิตย์และผลกระทบต่อโลก พลวัตที่ซับซ้อนของดวงอาทิตย์ คือ แหล่งกำเนิดของปรากฏการณ์ทรงพลังที่เรียกว่า พายุสุริยะ (Solar Storms)

พายุสุริยะเป็น การระเบิดอย่างฉับพลัน ของอนุภาค พลังงาน สนามแม่เหล็ก และวัสดุที่ถูกพ่นเข้าสู่ระบบสุริยะ แม้ว่าพายุเหล่านี้จะสามารถสร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่ในสนามแม่เหล็กของโลกที่เรียกว่า พายุแม่เหล็กโลก (geomagnetic storm) แต่โลกก็มีกลไกการป้องกันที่สำคัญ คือ สนามแม่เหล็กและชั้นบรรยากาศ ซึ่งคอยปกป้องเราจากผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของพายุเหล่านี้

พายุสุริยะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า แต่มีที่มาจากโครงสร้างของดวงอาทิตย์เอง นั่นคือ สนามแม่เหล็กที่พันกัน ดวงอาทิตย์สร้างสนามแม่เหล็กที่พันกันยุ่งเหยิง และ การบิดเบี้ยวและการหมุน สนามแม่เหล็กเหล่านี้จะบิดพันกันเมื่อดวงอาทิตย์หมุน โดยที่บริเวณเส้นศูนย์สูตรจะหมุนเร็วกว่าบริเวณขั้ว

กลไกหลัก คือ พายุสุริยะมักจะเริ่มขึ้นเมื่อสนามแม่เหล็กที่บิดเบี้ยวเหล่านี้ถูกยืดออกไปมากจนกระทั่งมัน ขาดและเชื่อมต่อกันใหม่ ในกระบวนการที่เรียกว่า magnetic reconnection ซึ่งจะปลดปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาลออกมา

การระเบิดเหล่านี้เกิดขึ้นในบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กกระตือรือร้นบนดวงอาทิตย์ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้จาก จุดดับ (Sunspots) หรือรอยด่างสีเข้มบนดวงอาทิตย์

การระเบิดอันทรงพลัง สร้างปรากฏการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมดดังต่อไปนี้

  • การปะทุของเปลวสุริยะ (Solar Flare)
  • พายุรังสี (Radiation Storm)
  • การพ่นมวลโคโรนา (Coronal Mass Ejection หรือ CME)

การปะทุของเปลวสุริยะ (Solar Flare)

การปะทุของเปลวสุริยะ (solar flare) ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกอ้างถึงในกรณี Airbus A320 คือ การระเบิดอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์บริเวณโครโมสเฟียร์ และมักเกิดขึ้นเหนือรอยต่อระหว่างขั้วของสนามแม่เหล็ก เช่น บริเวณกึ่งกลางของจุดดำบนดวงอาทิตย์ การปะทุนี้ จะปล่อยพลังงานในรูปของแสง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และอนุภาคพลังงานสูงออกมาอย่างมหาศาล

การปะทุเกิดจากแรงเคลื่อนของสนามแม่เหล็กที่ซับซ้อนและปั่นป่วนในเขตที่มีรอยต่อของสนามแม่เหล็ก เมื่อสนามแม่เหล็กเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง จะทำให้เกิดการระเบิดและปลดปล่อยพลังงานอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งบางครั้งจะเกิดการปะทุแบบทันทีทันใด (impulsive solar flare) ที่อนุภาคพุ่งออกมาอย่างเร็วมากและสั้น หรือแบบค่อยเป็นค่อยไป

ผลกระทบต่อโลกและระบบสุริยะ

พลังงานและอนุภาคที่ปลดปล่อยจากการปะทุสามารถแพร่กระจายไปทั่วระบบสุริยะ ส่งผลให้เกิดพายุสุริยะ  ซึ่งอาจทำให้เกิดการรบกวนสนามแม่เหล็กโลก เกิดแสงออโรรา และส่งผลกระทบต่อระบบดาวเทียม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการสื่อสารบนโลกได้.

การปะทุของเปลวสุริยะเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ติดตามเพื่อทำความเข้าใจและเตรียมรับมือกับผลกระทบทางเทคโนโลยีที่อาจเกิดขึ้นกับโลกมนุษย์ในปัจจุบันและอนาคต

อย่างไรก็ตาม พายุสุริยะ โดยปกติจะไม่ส่งผลโดยตรงต่อโลกและสิ่งมีชีวิตบนโลก เนื่องจากโลกมีเกราะป้องกันตามธรรมชาติ คือบรรยากาศและสนามแม่เหล็กที่คอยคุ้มกันเราไว้ ผู้ที่อาจได้รับอันตรายโดยตรงจากพายุสุริยะและรังสีจากดวงอาทิตย์จึงจำกัดอยู่เพียงนักบินอวกาศที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในอวกาศเท่านั้น

กระทบกับการบินได้อย่างไร

ในกรณีนี้ พายุสุริยะ อาจส่งผลกระทบต่อการบินโดยรบกวนระบบนำทางดาวเทียม เช่น GPS/GNSS ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนหรือสูญเสียสัญญาณชั่วคราว โดยเฉพาะในพื้นที่ขั้วโลกหรือเส้นทางการบินเหนือ

นอกจากนี้ยังรบกวนการสื่อสารทางวิทยุความถี่สูง (HF radio) ที่ใช้สำหรับการบินระยะไกล ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนไปใช้วิธีสำรอง เช่น GPS/INS integration หรือระบบนำทางพื้นฐานอื่นๆ (ที่มา : navcanada) 

ผลกระทบต่อเทคโนโลยีและชีวิตประจำวัน

ขณะที่ ผลกระทบสำคัญของพายุสุริยะปัจจุบัน คือ ความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ดาวเทียมและยานอวกาศที่โคจรอยู่ในอวกาศอาจได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์พายุสุริยะ ในอดีตก็เคยมีดาวเทียมหลายดวงที่เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้ว

ความเสียหายนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของผู้คน เนื่องจากปัจจุบันการดำเนินชีวิตต้องพึ่งพาเทคโนโลยีอวกาศเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการสื่อสารผ่านโทรศัพท์ โทรทัศน์ การกระจายเสียงวิทยุ รวมถึงระบบบอกพิกัด (GPS) หากพายุสุริยะสร้างความเสียหายต่อดาวเทียมเหล่านี้ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแน่นอน

บทเรียนในอดีต : ฤทธิ์เดชของพายุสุริยะบนพื้นโลก

พายุสุริยะ เคยสร้างความเสียหายทางเทคโนโลยีอย่างรุนแรงบนพื้นโลกมาแล้วหลายครั้งในอดีต

  • ปี ค.ศ. 1859 : พายุสุริยะได้ทำให้สายโทรเลขเกิดการลัดวงจร จนนำไปสู่การเกิดเพลิงไหม้หลายแห่งในพื้นที่ยุโรปและอเมริกา
  • ปี พ.ศ. 2532: พายุสุริยะเคยทำให้หม้อแปลงของไฟฟ้าระเบิด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ ไฟดับ ไปทั่วทั้งจังหวัดควิเบกของประเทศแคนาดา

ที่มา : NASA ,thaiscience ,BBC