เมื่อ อินเดีย คืออีกโอกาสในการส่งเสริมการลงทุน Data Center ของไทย

ทศวรรษที่ผ่านมา อินเดียคือหนึ่งในตลาดดิจิทัล ตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ซึ่งขับเคลื่อนโดยผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากจำนวนชนชั้นกลางและผู้เข้าถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เพิ่มสูงขึ้น
ผนวกกับรัฐบาลอินเดียมีการส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพัฒนาสตาร์ตอัป ฟินเทค และอีคอมเมิร์ซ
ล่าสุดสำนักจัดอันดับ ICRA ประเมินว่าความจุศูนย์ดาต้าฝั่งผู้ให้บริการบุคคลที่สามของอินเดียจะ “เพิ่มขึ้นเป็น 2,500MW” ภายในปี 2028 จากประมาณ 1,250MW ในเดือนมีนาคม 2025 ซึ่งอินเดียอาจต้องใช้เงินลงทุนราว 9 แสนล้านรูปี หรือราว 4.5 แสนล้านบาทในสามปีข้างหน้า
แนวโน้มดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการอินเดียจำนวนหนึ่งเริ่มมองการลงทุนในต่างประเทศเพื่อเป็นพื้นที่ขยายตัวเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น
โดยเฉพาะอาเซียนที่รัฐบาลของหลายประเทศมีการส่งเสริมการลงทุนด้านคลาวด์ และAI อย่างต่อเนื่อง และแน่นอนไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
CtrlS Datacenters หนึ่งในบริษัทชั้นนำของอินเดียด้าน “ดาต้าเซนเตอร์” ประกาศลงทุนพัฒนาคอมเพล็กซ์ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 150MW ที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยจับมือกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ของไทย นับเป็นการบุกตลาดต่างประเทศครั้งสำคัญ
ส่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการดึงดูการลงทุนจากต่างประเทศของไทยในการเป็นดาต้าเซนเตอร์ของภูมิภาคเริ่มเห็นผลมากยิ่งขึ้น
ส่วนหนึ่งเพราะช่วงปี 2024 – 2025 ไทยเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ระดับประเทศ รัฐบาลผลักดันมาตรการพลังงานเพื่อรองรับศูนย์ข้อมูล รวมถึงการทำสัญญาซื้อไฟโดยตรง (DPPA)
เพื่อเปิดทางให้ผู้ประกอบการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ที่ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย
หากถามอะไรเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ไทยสามารถดึงดูดการลงทุนจากอินเดียได้อาจพิจารณาได้จาก 3 ปัจจัยสำคัญคือ
1. ภูมิศาสตร์และโครงข่ายสื่อสาร ประเทศไทยตั้งอยู่กลางคาบสมุทรอินโดจีน เป็นจุดเชื่อมระหว่างเศรษฐกิจสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนแผ่นดินใหญ่กับเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ผ่านทั้งโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำหลายเส้นและโครงสร้างพื้นฐานไฟเบอร์บนบกที่หนาแน่น
เมื่อประกอบกับการครอบคลุมของเครือข่าย 5G ที่ ระบบนิเวศด้านการเชื่อมต่อของไทยจึงมีคุณลักษณะสำคัญสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่
2. ความพร้อมด้านนโยบาย ต้องยอมรับว่าเรามีฟันเฟือเชิงนโยบายที่สร้างโอกาสในการแข่งขัน ภายใต้แนวทางของ BOI ที่มุ่งสนับสนุนการลงทุนเทคโนโลยีขั้นโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเอกสารแนะแนวกฎหมายและเงื่อนไขการประกอบธุรกิจที่ชัดเจนขึ้นสำหรับต่างชาติ ความชัดเจนนี้ช่วยลดความไม่แน่นอนในช่วงวางแผนและอนุมัติโครงการ
3. อุปสงค์ที่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อไฮเปอร์สเกลเลอร์อย่างกูเกิ้ลประกาศวางฐานในไทย ไม่ว่าจะเป็น การเปิดคลาวด์รีเจียนหรือสร้างแคมปัสดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่
สิ่งที่ตามมาคือ การเกิด “คลัสเตอร์ความต้องการ” ลักษณะนี้มีคุณค่ามหาศาลต่อผู้ประกอบการจากอินเดียเช่นกัน
ฉะนั้น จะเห็นว่าปัจจัยบวกเหล่านี้ส่งผลให้ไทยเป็นที่จับตามองจากนักลงทุนชาวอินเดียมากยิ่งขึ้น
ซึ่งหากไทยต้องการเงินลงทุนจำนวนมหาศาลที่กล่าวไปข้างต้นจากอินเดีย เราอาจต้องมีมาตรการเชิงรุกมากยิ่งขึ้นในการส่งเสริมการลงทุนจากอินเดีย
โดยเฉพาะการเดินสายพูดคุยเพื่อแสวงหาความต้องการที่แท้จริงจากนักลงทุนอินเดีย เพื่อปรับปรุงมาตรการด้านการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้ไทยได้ตลาดการลงทุนอินเดียก่อนประเทศอื่นในภูมิภาค
เพราะในท้ายที่สุดแม้ไทยมีแต้มต่อหลายด้าน แต่การแข่งขันระดับภูมิภาคกำลังเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมาเลเซีย (ยะโฮร์) และอินโดนีเซีย (จาการ์ตา) ที่เร่งดึงดูดดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับงาน AI อย่างหนัก.







