background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

Xiaomi เข้าร่วมวงการ AI จีน ด้วยโมเดล MiMo โอเพนซอร์สคล้าย DeepSeek

Xiaomi เข้าร่วมวงการ AI จีน ด้วยโมเดล MiMo โอเพนซอร์สคล้าย DeepSeek

ไม่หยุดแค่มือถือและอีวี Xiaomi เข้าร่วมวงการ AI จีน ประกาศเปิดตัว MiMo โมเดลเอไอให้เหตุผลตัวแรกของบริษัท และยังเปิดเป็นโอเพนซอร์สคล้ายกับของ DeepSeek

เสียวหมี่ (Xiaomi) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน ที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ประกาศเข้าสู่สนามการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดตัวโมเดลเอไอแบบโอเพนซอร์สที่มีชื่อว่า “MiMo” ซึ่งเป็นโมเดลด้านการให้เหตุผล (reasoning model) ที่ถูกออกแบบให้คิดวิเคราะห์แบบเดียวกับมนุษย์ คล้ายกับโมเดล R1 ของ DeepSeek บริษัทสตาร์ตอัปจีนที่สร้างความประหลาดใจให้วงการด้วยโมเดลเอไอที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ต้นทุนต่ำ

เสียวหมี่ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านทาง WeChat ระบุว่า โมเดล MiMo สามารถทำคะแนนในการทดสอบประสิทธิภาพได้เหนือกว่าทั้ง o1-mini ของโอเพนเอไอและ Qwen ของอาลีบาบา อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวบลูมเบิร์กยังไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนี้อย่างอิสระ

การเปิดตัว MiMo เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่อาลีบาบาเปิดตัวโมเดลหลัก Qwen-3 เวอร์ชันล่าสุดของตน สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นระหว่างบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีนในการพัฒนาโมเดลเอไอ 

โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลจีนแสดงการสนับสนุนอย่างชัดเจน เช่น การที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางไปเยี่ยมศูนย์บ่มเพาะและเร่งการเติบโตของบริษัทเอไอ ซึ่งได้รับการรายงานอย่างกว้างขวางผ่านสื่อรัฐ  ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีเอไอในจีน รวมถึงเสียวหมี่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 5% ในตลาดหุ้นฮ่องกง

แม้เสียวหมี่จะยอมรับว่าเข้าสู่วงการนี้ช้ากว่าคู่แข่ง โดยระบุใน WeChat ว่า แม้ปี 2568 อาจดูเหมือนเป็นช่วงเวลาที่สายเกินไป แต่เชื่อว่าเป้าหมายของการสร้าง AGI (ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปที่มีระดับสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์) เป็นเรื่องระยะยาวที่ยังไม่สายเกินไปจะเริ่มต้น

การเปิดตัวโมเดล MiMo นี้ยังถือเป็นผลิตภัณฑ์เอไอ “ตัวจริง ตัวแรก” จากทีมพัฒนาโมเดลเอไอของเสียวหมี่ แม้ก่อนหน้านี้ผู้บริหารจะพูดถึงการลงทุนด้านเอไอหลายครั้ง แต่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ชัดเจนออกมาเลยจนถึงตอนนี้

ในปี 2567 บริษัทเพิ่งประกาศลงทุนกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งถือเป็นโครงการสตาร์ตอัปสุดท้ายของ เหลย จุน มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งเสียวหมี่ ที่ตั้งใจทุ่มแรงทั้งหมดให้กับธุรกิจนี้ แต่ความฝันนั้นก็สะดุดลงบางส่วน เพราะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกับรถยนต์รุ่นเรือธงของบริษัท จนทำให้ต้องเลื่อนการเปิดตัวรถ SUV รุ่นแรกออกไป ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทตกลงไปราว 15% ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เสียวหมี่ได้ออกมาชี้แจงผ่านโพสต์บน Weibo ภายหลังการเผยแพร่รายงานของบลูมเบิร์กว่า กำหนดการเปิดตัวรถยนต์รุ่น YU7 ยังคงเป็นไปตามแผนเดิมในเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม 2568

อ้างอิง: Bloomberg และ Investing