background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

กูเกิลเตรียมเปิดโหมด AI Search สู้กับ ChatGPT Search ด้านแอปเปิลยืนยันไม่ร่วมวงแข่ง

กูเกิลเตรียมเปิดโหมด AI Search สู้กับ ChatGPT Search ด้านแอปเปิลยืนยันไม่ร่วมวงแข่ง

กูเกิลเตรียมเพิ่มฟีเจอร์ AI Mode สู้ศึกสนามเสิร์ชเอนจิน หลังจากที่ OpenAI เปิดให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถใช้ ChatGPT Search ได้ฟรี โดยก่อนหน้าจำกัดเฉพาะผู้ใช้แบบพรีเมียมเท่านั้น ขณะแอปเปิลยืนยันไม่ร่วมวงแข่ง ชี้ ลงทุนสูง-ขัดนโยบายความเป็นส่วนตัว

กูเกิลเตรียมเพิ่ม “โหมดเอไอ” (AI Mode) ให้กับ “กูเกิลเสิร์ช” (Google Search) โดยจะแสดงเป็นแท็บทางเลือกใหม่บนแถบเมนูด้านบนของหน้าผลการค้นหา อยู่ร่วมกับตัวเลือกอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วอย่าง ทั้งหมด รูปภาพ วิดีโอ และช้อปปิ้ง 

เมื่อผู้ใช้เลือกโหมดเอไอระบบจะแสดงหน้าต่างสนทนาคล้ายกับ Gemini AI โดยจะแสดงลิงก์ไปยังแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมคำตอบในรูปแบบบทสนทนา และมีช่องค้นหาสำหรับถามคำถามเพิ่มเติมได้ ซึ่งการใช้งานจะคล้ายคลึงกับ “แชตจีพีที เสิร์ช” (ChatGPT Search)

ทั้งนี้ ยังมีการค้นพบหลักฐานการพัฒนาโหมดเอไอในแอปกูเกิลเสิร์ชเวอร์ชันเบต้าบนแอนดรอยส์แล้ว โดยเว็บไซต์ 9to5Google และ Android Authority ได้ตรวจสอบพบส่วนติดต่อผู้ใช้ของโหมดดังกล่าว แม้จะยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับคู่แข่งอย่าง ChatGPT Search ได้ทำความร่วมมือกับสำนักข่าวและแหล่งข้อมูลชั้นนำหลายแห่ง เช่น Associated Press, Reuters, Financial Times และอีกหลายราย เพื่อให้ข้อมูลที่ทันสมัย โดยเฉพาะในด้านสภาพอากาศ ราคาหุ้น ผลการแข่งขันกีฬา และข่าวสารต่างๆ

ขณะที่แอปเปิล (Apple) ซึ่งได้รับเงินจากกูเกิลถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 จากข้อตกลงให้กูเกิลเป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นบนเบราว์เซอร์ Safari เอ็ดดี้ คิว (Eddy Cue) รองประธานอาวุโสส่วนธุรกิจ Services ว่า แอปเปิลไม่มีแผนพัฒนาเครื่องมือค้นหาของตัวเอง เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล บุคลากรจำนวนมาก และใช้เวลาพัฒนาหลายปี

นอกจากนี้ แอปเปิลยังระบุว่า ธุรกิจระบบค้นหามีรายได้หลักจากโฆษณาแบบเจาะจง ซึ่งไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัท อีกทั้งยังขัดกับแนวทางการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยปัจจุบันบริษัทมีเพียงระบบค้นหาเฉพาะกลุ่มเล็กๆ เช่น ใน App Store เท่านั้น

แอปเปิลได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมในการพิจารณาคดีต่อต้านการผูกขาดของกูเกิล โดยระบุว่าไม่สามารถปล่อยให้กูเกิลเป็นผู้ปกป้องข้อตกลงแบ่งรายได้แต่เพียงผู้เดียว แม้ว่าบริษัทจะยืนยันว่าไม่มีแผนพัฒนาเครื่องมือค้นหาของตัวเองก็ตาม

การพัฒนาโหมดเอไอของกูเกิลครั้งนี้ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องมือค้นหา หลังจากที่เคยประสบปัญหาในการเปิดตัว Bard และระบบ AI Overview ที่ผ่านมา โดยบริษัทจำเป็นต้องระมัดระวังในการพัฒนาเทคโนโลยีเอไอ เนื่องจากมีผู้ใช้งานจำนวนมากที่คาดหวังความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของข้อมูล

อ้างอิง: The vergeReuters และ The information