จะเต็มคาราเบลอีกไหม? ทำนายราคา “iPhone 15” ปีหน้าจะแพงอีกหรือเปล่า?

จะเต็มคาราเบลอีกไหม? ทำนายราคา “iPhone 15” ปีหน้าจะแพงอีกหรือเปล่า?

คาดการณ์ที่ไม่ใช่แค่การคาดเดา แต่เราใช้แนวโน้มการเงินโลกมาจับ เพื่อทำนายว่าปีหน้า 2566 การมาของ “iPhone 15” จะติดสอยห้อยราคาเวอร์วังแบบครั้งที่ “iPhone 14” แพงจนคนบ่นหรือเปล่า

ทั้งที่ iPhone เป็นสมาร์ทโฟนที่ราคาแพงมาแต่ไหนแต่ไร แต่ iPhone 14 ทั้งซีรีส์ ก็ได้ยกระดับเพดานราคาขึ้นไปใหม่ จะใครต่อใครก็บอกว่าแพงมาก แล้วในปี 2566 ที่รุ่นใหม่อย่าง iPhone 15 จะออก คงมีคนไม่น้อยที่แอบหวั่นใจกับราคาว่าจะเต็มคาราเบลอีกหรือไม่

KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที จับมือกับโต๊ะข่าวการเงิน กรุงเทพธุรกิจ วิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะกำหนดตัวเลข ราคา iPhone 15 ว่าจะแพงขึ้น ถูกลง หรือทรงตัว จนได้ความน่าจะเป็น ให้ปีหน้าสาวกไอโฟนเตรียมตัวและเตรียมตังค์เอาไว้ให้ดี

ค่าเงินบาทอ่อน เท่ากับ iPhone แพง

ปีนี้ (2565) เป็นช่วงที่ค่าเงินบาทไทยอ่อนตัวพอดี ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ามาก ในช่วงที่ iPhone 14 วางจำหน่าย อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 38 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเป็นอีกครั้งประวัติการณ์ของเงินบาทที่อ่อนยวบยาบ

และนั่นคือเหตุผลหลักที่ทำให้เมื่อ iPhone 14 ตั้งราคาขายในไทย จึงดูแพงกว่าปกติมาก ทั้งที่ในหลายประเทศที่ไม่ได้ประสบปัญหาค่าเงินอ่อนก็ยังจำหน่ายในราคาใกล้เคียงซีรีส์ก่อน

ปีหน้าออกได้สองทาง

สำหรับปีหน้า (2566) นักวิเคราะห์ด้านการเงินยังค่อนข้างเสียงแตกว่าอาจเป็นได้สองทาง ทั้งมีโอกาสที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น หรือไม่ก็จะแกว่งตัวอยู่ในระดับเดียวกับปัจจุบันนี้หรืออ่อนลงเล็กน้อยคือราวๆ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก็ยังถือว่าแข็งค่าขึ้นกว่าตอนที่ไอโฟน 14 เปิดตัว คิดเป็น 7 เปอร์เซ็นต์

หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น จะอยู่ที่ราวๆ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ผลมาจาก ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED อาจจะไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยแรงแล้ว เนื่องจากดอกเบี้ยโลกได้ผ่านจุดสูงสุดมาแล้วในปีที่ผ่านมา

อธิบายง่ายๆ คือเมื่อ FED เร่งขึ้นดอกเบี้ย คนก็รีบมาฝากเงิน ปริมาณเงินดอลลาร์เมื่อลดลง เมื่อความต้องการเงินดอลลาร์มากขึ้นจึงทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น ตรงกันข้ามกับเงินบาทที่อ่อนค่า

เมื่อเลยจุดพีคมาแล้ว ปีหน้าเงินบาทจึงมีโอกาสที่จะไม่อ่อนเท่าปีนี้แล้ว และเป็นไปได้ว่าจะแข็งค่าขึ้นด้วยนั่นเอง

เปิดประเทศเต็มระบบ เท่ากับเงินบาทแข็งค่า

อีกปัจจัยหนุนให้ทิศทางของค่าเงินบาทจะดีขึ้น คือปีหน้าคาดการณ์กันว่าจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวมากขึ้น มีความต้องการใช้เงินบาทเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับปัจจุบัน

พอสองปัจจัยทั้งดอกเบี้ยโลกลดลงกับ Demand เงินบาทเพิ่มขึ้น จึงส่งผลต่อราคาของสินค้าที่อ้างอิงราคาจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอย่าง iPhone และบรรดาสินค้าของ Apple ทั้งค่ายด้วย

iPhone 15 ราคา (น่าจะ) ถูกลง!

ถ้าประเมินจากปัจจัยต่างๆ เงินบาทน่าจะแข็งค่าขึ้นในปีหน้า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 ซึ่ง iPhone 14 เปิดตัว ส่วนต่างตรงนั้นคิดเป็นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ คือช่วงที่ไอโฟน 14 เปิดตัว เงินดอลลาร์อยู่ที่ 38 บาท และถ้าปีหน้าเป็นไปตามคาดว่าเงินดอลลาร์จะอยู่ที่ 34 บาท ก็เท่ากับลดลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์

แปลว่าราคา "iPhone 15" ควรจะต้องถูกลง 10 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับ Apple เองด้วยว่าจะปรับขึ้นราคาด้วยหรือไม่

ถ้าหากย้อนไปช่วงที่ iPhone 13 เปิดตัว หรือย้อนไปก่อน iPhone 14 เปิดตัวหนึ่งปี ค่าเงินช่วงนั้นดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 33-34 บาท แปลว่าราคาไอโฟน 15 ก็อาจจะกลับไปใกล้เคียงไอโฟน 13 ทว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกเล็กน้อย เช่น ค่าการตลาดของผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณมือถือที่ต้องตั้งราคาสูงหน่อยเพื่อให้ไปทำโปรโมชั่นต่อนั่นเอง