หัวเว่ย” เผย การใช้ชีวิตแบบคาร์บอนต่ำจะเป็นที่นิยม ตลาดโทรเวชกรรม (telemedicine) ทั่วโลกจะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า และภาคอุตสาหกรรมจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แรงงานทุกๆ 10,000 คน จะทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ 390 ตัว
“หัวเว่ย” ผนึกพันธมิตรร่วมอุตสาหกรรม จัดงานประชุมโลกอัจฉริยะแห่งอนาคตปี 2573 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม หัวเว่ย โกลบอล อนาลิสต์ ซัมมิต 2022
"กาเว่น ไก้" ประธานฝ่ายกลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ของหัวเว่ย กล่าวสุนทรพจน์หัวข้อ ‘สร้างเครือข่ายบรอดแบนด์สามมิติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมเครือข่ายการสื่อสารอัจฉริยะแห่งโลกอนาคต’ ชี้แจงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคุณลักษณะ 6 ประการของเครือข่ายสื่อสารแห่งโลกอนาคต ขณะที่ ย้ำยุทธศาสตร์ลดโลกร้อนผ่าน 6 เทรนด์สำคัญ
จับตาเครือข่ายบรอดแบนด์3มิติ
"เราไม่หยุดคิดค้นเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น โดยขับเคลื่อนนวัตกรรมและการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสาร เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการเชื่อมต่อระหว่างผู้คนนับหมื่นล้านคนที่นำไปสู่ความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งต่างๆ หลายแสนล้านสิ่ง"
หัวเว่ย เชื่อว่าเครือข่ายการสื่อสารในปี 2573 จะมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่
-เครือข่ายบรอดแบนด์สามมิติ
-การสื่อสารและเทคโนโลยี
-การตรวจจับที่ผสานกันกลมกลืน
-ประสบการณ์ใช้งานที่กำหนดได้เองการรองรับปัญญาประดิษฐ์เป็นพื้นฐาน
-ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
-การก่อสร้างและการดำเนินงานที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ “เจียง เทา” รองประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ของหัวเว่ย กล่าวสุนทรพจน์หัวข้อ ‘สร้างการประมวลผลอัจฉริยะแบบบูรณาการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม’ ระบุว่าภายในปี 2573 อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ จะมีคุณลักษณะเฉพาะทั้งด้านการพัฒนาทางกายภาพ กระบวนการรับรู้อัจฉริยะ การประมวลผลที่หลากหลาย ความปลอดภัย การทำงานร่วมกันในหลายมิติ และการประมวลผลแบบบูรณาการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เขา กล่าวเสริมว่า “โลกดิจิทัลและโลกกายภาพจะเชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ และเทคโนโลยีการประมวลผลจะมีศักยภาพในการจำลอง ทำซ้ำ และยกระดับโลกกายภาพไปอีกขั้น”
เปิดพันธกิจลดโลกร้อน
ขณะที่ เควิน จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีของหัวเว่ย เปิดเผยรายงานการพัฒนาสีเขียวแห่งปี 2573 ภายในงานนี้ ระบุว่า เป็นเหมือนแผนแม่บทสู่การพัฒนาภายในอุตสาหกรรมไอซีที รวมไปถึงแนวทางเพื่อช่วยในการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย
โดยจะมุ่งเน้นให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (digitalization) และการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร รวมถึงแนวทางในการนำเทคโนโลยีไอซีทีสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปใช้ในอุตสาหกรรมสำคัญต่างๆ ภายในปี 2573 โดยในรายงานได้กล่าวถึง 6 เทรนด์ในอนาคต ดังนี้
1.พลังงานหมุนเวียนจะเป็นที่แพร่หลาย ปี 2573 ไฟฟ้ามากกว่า 50% จะมาจากพลังงานหมุนเวียน สัดส่วนการใช้ไฟฟ้าของผู้บริโภคทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับการบริโภคพลังงานประเภทอื่น ขณะเดียวกัน คาดว่าระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกจะสามารถรองรับการกักเก็บได้เพิ่มขึ้น 20 เท่า
2.ภาคอุตสาหกรรมจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แรงงานทุกๆ 10,000 คน จะทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ 390 ตัว
3.การขนส่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์ ทั่วโลกจะมีการใช้งานรถยนต์พลังงานใหม่กว่า 145 ล้านคัน และสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าอีกกว่า 100 ล้านสถานี 4.อาคารสิ่งก่อสร้างในอนาคตจะปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ (net-zero carbon) ได้สำเร็จ 5.ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลสีเขียวจะกลายเป็นข้อกำหนดพื้นฐาน ในปี 2573 ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลจะมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานมากกว่าปัจจุบันถึง 100 เท่า
6.การใช้ชีวิตแบบคาร์บอนต่ำจะเป็นที่นิยม ตลาดโทรเวชกรรม (telemedicine) ทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า การศึกษาแบบออนไลน์ในประเทศจีนจะโตขึ้น 23 เท่า และยอดผู้ใช้บริการทัวร์เสมือนจริงจะมีมากถึง 1 พันล้านคน
รายงานฉบับนี้ยังแนะนำ 3 แนวทางในการขับเคลื่อนนวัตกรรมไอซีทีในอนาคตเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงานของระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า และการผลักดันให้อุตสาหกรรมมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เควิน อธิบายว่า การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (digitalization) และการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) เป็นกระบวนการที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเทคโนโลยีไอซีทีเป็นกุญแจสำคัญในกระบวนการนี้
"ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมไอซีที หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ สามารถประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ดียิ่งขึ้น นี่คือแนวทางของเราในการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับสังคม”





