มูลค่าใช้จ่าย ‘คลาวด์’ ทั่วโลกพุ่ง ‘ไทย’โหมลงทุนแตะ 4 หมื่นล.

มูลค่าใช้จ่าย ‘คลาวด์’ ทั่วโลกพุ่ง ‘ไทย’โหมลงทุนแตะ 4 หมื่นล.

บริการคลาวด์ คือ ขุมพลังสำคัญขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลในปัจจุบัน หากจะพูดว่า คลาวด์ คือ อนาคตของโครงสร้างพื้นฐาน และกุญแจสู่ความสำเร็จในโลกธุรกิจที่ไร้พรมแดนก็คงไม่ผิดนัก

“เทคโนโลยีคลาวด์” เข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจโลกมากขึ้น กระบวนการทางธุรกิจเกือบทั้งหมดบนโลกใบนี้กำลังวิ่งอยู่คลาวด์ ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะ อเมซอน รายงานการเติบโตของรายได้ในส่วนธุรกิจคลาวด์กันอย่างคึกคัก หากจะพูดว่า คลาวด์ คือ อนาคตของโครงสร้างพื้นฐาน และกุญแจสู่ความสำเร็จในโลกธุรกิจที่ไร้พรมแดน ก็คงไม่ผิดนัก

‘การ์ทเนอร์’ คาดการณ์มูลค่าใช้จ่ายบริการคลาวด์สาธารณะของผู้ใช้ปลายทางปี 2565 พุ่งสูงเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์ เติบโต 20% เพิ่มจากปี 2564 มูลค่า 4.1 แสนล้านดอลลาร์ และคาดว่าปี 2566 มูลค่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 6 แสนล้านดอลลาร์ 

สำหรับข้อมูลในตลาดไทยนั้น การ์ทเนอร์ คาดว่า มูลค่าการใช้จ่ายบริการคลาวด์สาธารณะปีนี้จะเติบโตเพิ่มขึ้น 36.6% เปรียบเทียบจากปีก่อน คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท

ขุมพลังขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัล

‘ซิด นาณ’ รองประธานฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า บริการคลาวด์ คือ ขุมพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลในปัจจุบัน โดยผู้บริหารไอทีสามารถจัดหาบริการคลาวด์ที่มีอยู่มากมายในตลาดได้ตามต้องการ และพวกเขา กำลังพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ เพื่อใช้ขับเคลื่อนธุรกิจที่ต้องการ มีความเฉพาะเจาะจง และนำผลลัพธ์ทางเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้ในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้กับองค์กรของพวกเขา

การ์ทเนอร์ คาดว่า มูลค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ปลายทางบริการ อินฟราสตรัคเจอร์ แอส อะ เซอร์วิส (IaaS) จะเติบโตสูงสุดปีนี้ที่ 30.6% รองลงมา คือบริการ เดสก์ท็อป แอส อะ เซอร์วิส (DaaS) ที่ 26.6% และตามมาด้วยบริการ แพลตฟอร์ม แอส อะ เซอร์วิส (PaaS) ที่ 26.1% 

ทั้งนี้ การทำงานแบบไฮบริดกำลังกระตุ้นให้องค์กรต่างๆ เปลี่ยนแนวทางการใช้โซลูชันประมวลผลไคลเอ็นต์แบบเดิม เช่น เดสก์ท็อปและอุปกรณ์อื่นๆ ในสำนักงาน ไปสู่บริการ DaaS ทำให้มูลค่าการใช้จ่ายบริการคลาวด์ในกลุ่มนี้เพิ่มสูงถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2565 สอดคล้องกับความต้องการใช้ความสามารถต่าง ๆ ของคลาวด์เนทีฟ โดยบัญชีผู้ใช้ปลายทางสำหรับบริการ PaaS เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 109.6 พันล้านดอลลาร์

เอไอ แมชีนเลิร์นนิ่ง บทบาทสำคัญ 

“ความสามารถของคลาวด์เนทีฟ เช่น การจำลองระบบคอมพิวเตอร์แบบเสมือน และเอไอ แมชชีนเลิร์นนิ่ง มีคุณสมบัติที่สมบูรณ์กว่าการประมวลผล แบบการใช้คอมพิวเตอร์แบบธรรมดา ซึ่งมีราคาแพงกว่าและเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายขององค์กร” นาณ กล่าวเสริม

ขณะที่ ซอฟต์แวร์ แอส อะ เซอร์วิส (SaaS) ยังเป็นตลาดบริการคลาวด์สาธารณะที่ใหญ่ที่สุด คาดว่าปีนี้มีมูลค่าสูงถึง 176.6 พันล้านดอลลาร์ โดยการ์ทเนอร์ คาดว่า มูลค่าใช้จ่ายบริการคลาวด์ในกลุ่มนี้จะเติบโตคงที่ เนื่องจากองค์กรต่าง ๆ เข้าถึงบริการ SaaS หลากหลายอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น เข้าถึงผ่านคลาวด์มาร์เก็ตเพลส และยังแยกย่อยออกไปบริการอื่นๆ อีก รวมถึงแอปพลิเคชันอิสระ ไปจนถึง ส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อรองรับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ (DevOps) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทคโนโลยีเกิดใหม่ต่างๆ ในระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง เช่น ไฮเปอร์สเกล เอดจ์ คอมพิวติ้ง และ ซิเคียว แอคเซส เซอร์วิส เอดจ์ (SASE) สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ตลาดเทคโนโลยีอื่นๆ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ในหมวดใหม่ๆ และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้ผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ

“คลาวด์สาธารณะ” ส่วนสำคัญ

“ผลของประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้นของบริการคลาวด์หลักๆ (Core Cloud Services) ทำให้องค์กรหันมาให้ความสำคัญกับความสามารถที่หลากหลายของระบบคลาวด์เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้ธุรกิจ และการดำเนินงานภายในองค์กรได้โดยตรง ซึ่งบริการคลาวด์สาธารณะกลายเป็นส่วนสำคัญ ที่บังคับผู้ให้บริการนำมาใช้เพื่อรับมือกับความท้าทายทางสังคมและการเมือง เช่น ความยั่งยืนและอำนาจอธิปไตยของข้อมูล”

รองประธานฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ ทิ้งท้ายว่า  ผู้นำไอทีที่ให้ความสำคัญกับคลาวด์ และเข้าใจว่าคลาวด์เป็นเทคโนโลยีที่มอบโอกาสมากกว่าเป็นจุดจบขององค์กร จะประสบความสำเร็จในเส้นทางการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัลตามที่วางแผนไว้ เช่นเดียวกับองค์กรที่นำคลาวด์มาผสานรวมเข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ ในเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน และทำให้เทคโนโลยีเกิดใหม่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น