วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถอดแนวคิดเทศกาลดนตรีคาร์บอนเป็นศูนย์ Melody of Life 17 ปลุกพลังรักษ์โลก

Melody of Life 17 ภายใต้แนวคิด “MUSIC FOR TOMORROW” มุ่งสู่เทศกาลดนตรีคาร์บอนเป็นศูนย์ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ พร้อมลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมผ่านการจัดการก๊าซเรือนกระจกและขยะ ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยวัสดุรีไซเคิล และเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านแคมเปญปลูกต้นไม้

KEY POINTS

  • เทศกาล Melody of Life 17 ภายใต้แนวคิด “MUSIC FOR TOMORROW” มุ่งสู่เทศกาลดนตรีคาร์บอนเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Event) ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
  • ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมผ่านการประเมินก๊าซเรือนกระจกและจัดการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ
  • ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยวัสดุรีไซเคิลสำหรับเวทีและเฟอร์นิเจอร์ จัดแสดงศิลปะจากขยะ และรณรงค์ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว

ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งสภาวะอากาศแปรปรวน ความเสี่ยงภัยน้ำท่วมขังในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ตลอดจนปัญหาการมลพิษทางสารเคมี ได้กลายเป็นโจทย์วิกฤติที่บังคับให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ “เซ็นทรัล ทำ” โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล จึงสนับสนุนงานเทศกาลดนตรีประจำปี Chang Music Connection Presents Melody of Life 17 ภายใต้แนวคิด “MUSIC FOR TOMORROW” เทศกาลดนตรีรักษ์โลก ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มุ่งเป้าขับเคลื่อนงานดนตรีใจกลางเมืองให้เป็นเทศกาลคาร์บอนเป็นศูนย์ ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และการลดผลกระทบทางนิเวศวิทยาผ่านพลังของเสียงเพลงและการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่

ใช้ดนตรี–ศิลปะ ปลุกพลังรักษ์โลก

"พิชัย จิราธิวัฒน์" กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สไปร์ซซี่ ดิสก์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังการผลักดันประเด็นความยั่งยืนว่า เกิดจากการสังเกตผลกระทบเชิงระบบและความสูญเสียในชีวิตจริง โดยเฉพาะปัญหาสารเคมีตกค้างในภาคเกษตรกรรมและแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไทยต้องเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง นอกจากนี้ การลงพื้นที่ป่าในภาคเหนือยังทำให้เห็นภาพภูเขาที่ถูกตัดไม้จนป่าหัวโล้น ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากและเกิดน้ำท่วมทันทีเมื่อฝนตก

การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่สามารถใช้วิธีการบังคับได้ แต่ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนทัศนคติของบุคคล โดยเลือกใช้สื่อที่เข้าถึงง่ายอย่าง ดนตรี ศิลปะ และกีฬา เข้ามาเป็นตัวกลางในการจุดประกายให้เยาวชนและสังคมตระหนักถึงปัญหาและร่วมลงมือแก้ไขด้วยความสมัครใจ

ถอดแนวคิดเทศกาลดนตรีคาร์บอนเป็นศูนย์ Melody of Life 17 ปลุกพลังรักษ์โลก

“สื่อดนตรีและศิลปะสามารถสามารถเปลี่ยนจิตใจของเด็กและผู้คนได้ เราอยากให้เริ่มจากตัวเองก่อน โดยไม่บังคับ แต่จุดประกายให้คนที่ยังไม่เคยทำได้เริ่มทำ และสนับสนุนคนที่ทำอยู่แล้วให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ”

จากเทศกาลดนตรี สู่ความยั่งยืน

“พิชัย” อธิบายว่า เทศกาลดนตรี Melody of Life ดำเนินการจัดงานต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี นับเป็นครั้งที่ 17 เนื่องจากมีบางปีที่ต้องเว้นห่างจากสถานการณ์บ้านเมืองและอุทกภัย โดยเริ่มต้นจากการเป็นเวทีคอนเสิร์ตที่เปิดโอกาสให้ศิลปินจากทุกค่ายเพลงเข้าร่วมแสดงฟรี ก่อนจะยกระดับทิศทางของงานอย่างชัดเจนเพื่อเน้นย้ำเรื่องความยั่งยืนและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับปีนี้ได้วางโครงสร้างกิจกรรมครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ ความยั่งยืน, ดนตรี, ไลฟ์สไตล์ และการประกวดสร้างสรรค์

“เราอยากให้ทุกครั้งที่ทุกคนมาร่วมงาน ไม่ได้มีเพียงความสุขจากเสียงเพลงเท่านั้น แต่ยังได้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย แนวคิด Carbon Neutral เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่เราต้องการผลักดัน โดยเริ่มจากสิ่งที่ทุกคนสามารถร่วมกันทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้ทรัพยากร การคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง หรือการสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านโครงการ Plant Together เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกคน”

ถอดแนวคิดเทศกาลดนตรีคาร์บอนเป็นศูนย์ Melody of Life 17 ปลุกพลังรักษ์โลก

กลไกประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์

การดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน Carbon Neutral Event กำหนดให้มีการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากทุกกิจกรรมภายในงานทั้งหมด ทั้งการใช้พลังงานไฟฟ้า ขยะ และการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน เพื่อนำมาชดเชยคาร์บอนให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเท่ากับศูนย์

จากการประเมินผลในปีที่ผ่านมาพบว่า ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมของงานอยู่ที่ประมาณ 3,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยปัจจัยหลักที่ปล่อยคาร์บอนสูงสุดคือการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 60% จากจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 200,000 คน จากจำนวนผู้สัญจรผ่านศูนย์การค้าทั้งหมดราว 500,000 คน

ถอดแนวคิดเทศกาลดนตรีคาร์บอนเป็นศูนย์ Melody of Life 17 ปลุกพลังรักษ์โลก

  • ในมิติการจัดการขยะ สถิติการจัดงานในปีที่ผ่านมาสามารถรวบรวมและคัดแยกขยะได้รวม 2,081.07 กิโลกรัม (ประมาณ 2.1 ตัน) แบ่งออกเป็น
  • ขยะทั่วไปที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้: 1,424.68 กิโลกรัม (68.5%) ถูกส่งไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ
  • เศษอาหาร (Organic Waste): 458.7 กิโลกรัม (22%) ซึ่งขยะอาหารระบุว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าขยะปกติถึง 20 เท่าหากปล่อยให้เน่าเสียโดยไม่จัดการหมักทำปุ๋ย
  • ขวดพลาสติก PET: 134.1 กิโลกรัม (6.4%)
  • ขยะรีไซเคิลประเภทอื่น: 63.59 กิโลกรัม (3.1%)

สำหรับการจัดงานครั้งที่ 17 คาดการณ์ปริมาณขยะในระดับใกล้เคียงกันที่ประมาณ 2.1 ตัน โดยจัดตั้งจุดคัดแยกขยะอย่างชัดเจน 4 จุดทั่วบริเวณงาน พร้อมผู้เชี่ยวชาญและอาสาสมัครคอยให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าร่วมงาน ก่อนนำขยะทั้งหมดไปชั่งน้ำหนักและเข้าสู่กระบวนการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างถูกต้อง

ถอดแนวคิดเทศกาลดนตรีคาร์บอนเป็นศูนย์ Melody of Life 17 ปลุกพลังรักษ์โลก

เศรษฐกิจหมุนเวียน และการสร้างส่วนร่วมของเยาวชน

เทศกาล Melody of Life 17 ได้ประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ในการออกแบบโครงสร้างงาน โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ในการนำกระดาษรีไซเคิลและวัสดุพลาสติกหมุนเวียนมาผลิตเป็นโครงสร้างเวที บูธกิจกรรม โต๊ะ และเก้าอี้กระดาษที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงงานศิลปะเชิงสัญลักษณ์ ได้แก่

  • Giant Guitar of Waste: ประติมากรรมกีตาร์ยักษ์ที่สร้างจากขวดพลาสติก PET รีไซเคิล เพื่อสื่อสารข้อมูลว่า ขวด PET จำนวน 20–25 ขวด เทียบเท่าพลาสติก 1 กิโลกรัม สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 1.04 กิโลกรัม CO2 ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่ 1 ต้น
  • Harmony Forest: ผลงานจัดแสดงที่นำภาชนะพลาสติกประเภท PP ใช้แล้วมาแปรรูปเป็นโครงสร้างประติมากรรมต้นไม้หมุนเวียน
  • การแปรรูปขยะพลาสติกสู่นวัตกรรม: การนำขยะพลาสติกไปอัปไซเคิลเป็นอิฐบล็อกปูพื้นร่วมกับโป๊ยเซียน รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมผสมพลาสติกรีไซเคิลกับไบโอชา เพื่อสร้างถนนดูดซับคาร์บอน

ถอดแนวคิดเทศกาลดนตรีคาร์บอนเป็นศูนย์ Melody of Life 17 ปลุกพลังรักษ์โลก

ควบคู่กันนี้ โครงการ "เซ็นทรัล ทำ" ได้สนับสนุนแคมเปญ "Plant Together ชวนปลูก เพิ่มพื้นที่สีเขียวไปด้วยกัน" เปิดรับบริจาคต้นละ 50 บาท ผ่าน เพื่อนำรายได้ไปสมทบทุนจัดซื้อกล้าไม้ปลูกร่วมกับกรุงเทพมหานคร ในการสร้างแนวต้านฝุ่น PM2.5 และเพิ่มพื้นที่ดูดซับคาร์บอนในเมือง พร้อมเปิดเวทีแข่งขันสำหรับนักเรียนและนักศึกษา เพื่อดึงพลังคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน

“พิชัย” กล่าวในตอนท้ายว่า แนวทางสำคัญของการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการทำงานเพียงลำพังขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชน ตามแนวคิด "ทำด้วยกัน"