ทีมยุโรป (Team Europe) ผนึกกำลังกับประเทศไทยและพันธมิตรระหว่างประเทศเสริมสร้างศักยภาพในการรับมืออุทกภัยให้พื้นที่รอบกรุงเทพมหานคร
สหภาพยุโรป (EU) ฝรั่งเศส และเยอรมัน ร่วมกันยืนยันความมุ่งมั่นอีกครั้งในฐานะทีมยุโรป ที่จะสนับสนุนแผนแม่บทการบริหารจัดการความเสี่ยงอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาของประเทศไทย มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและศักยภาพในการป้องกันน้ำท่วมให้แก่พื้นที่รอบกรุงเทพมหานคร
ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเกษตรกรรมที่สำคัญของประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่รายล้อมกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้พื้นที่โดยรอบกรุงเทพมหานครเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัย ในปี 2554 มหาอุทกภัยทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 41.4 พันล้านยูโร (หรือราว 1.55 ล้านล้านบาท) อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายล้านคน ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดโดยรอบ ได้ชี้ให้เห็นอีกครั้งว่าลุ่มน้ำแห่งนี้มีความเปราะบางต่อภัยน้ำท่วมมากเพียงใด
แผนแม่บทนี้คือกรอบการดำเนินงานระยะ 20 ปีของของรัฐบาลไทยในการรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันออก โดยจะมีการปรับปรุงคูคลองและทางระบายน้ำ การยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้ทันสมัยผ่านระบบพยากรณ์เชิงดิจิทัลและระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและฟื้นตัวของของชุมชนเพื่อการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ
ทีมยุโรปร่วมระดมทุนและองค์ความรู้จากยุโรปเพื่อสนับสนุนแผนงานนี้ โดยสหภาพยุโรปจะร่วมสนับสนุนเงินทุนให้เปล่าภายใต้กลยุทธ์ Global Gateway ในขณะที่กลุ่มสำนักงานเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (AFD) พร้อมที่จะสนับสนุนแนวทางแก้ไขการจัดการอุทกภัยในรูปแบบแบบดิจิทัล ระบบพยากรณ์น้ำท่วม ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ส่วนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน รวมถึงการเตือนภัยล่วงหน้าในระดับท้องถิ่น เพื่อให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานส่งผลเชิงบวกต่อครัวเรือนและชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยตรง
ทีมยุโรปได้แถลงถึงการสนับสนุนนี้ในระหว่างการประชุมระดับสูงที่จัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับสหภาพยุโรป, AFD Group, GIZ, ธนาคารพัฒนาเอเชีย, ธนาคารโลก, ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย และกองทุนโอเปกเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
"ทั้งนี้สหภาพยุโรปโดยผ่านโครงการ Global Gateway และ ทีมยุโรปพร้อมที่จะนำเงินทุน ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีจากยุโรป มาสนับสนุนประเทศไทยในการเสริมสร้างศักยภาพ การบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัย และสร้างความพร้อมในการรับมือในระยะยาว” ซิเคลากล่าว
เอเลโอนอร์ การัวต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการประจำกระทรวงการต่างประเทศ ผู้รับผิดชอบด้านประชาคมฝรั่งเศส ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างประเทศ และชาวฝรั่งเศสในต่างแดน ได้แสดงความห่วงใยต่อผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งนำเสนอการดำเนินงานของกลุ่ม G7ในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นและการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเงินทุน ภาคธุรกิจ และความเชี่ยวชาญจากยุโรป และยังได้กล่าวชื่นชมการทำงานของทีมงานกรมชลประทานที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง
ในการประชุมระดับสูง อิงกริด-กาเบรียลลา โฮเฟน กรรมการผู้จัดการ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ได้กล่าวสุนทรพจน์หัวข้อ “ชุมชนและความพร้อมรับมือภัยพิบัติ” โดยเน้นว่าอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่าชุมชนเป็นด่านหน้าที่ต้องรับมือกับสถานการณ์เมื่อระดับน้ำสูงขึ้น พร้อมย้ำว่าระบบเตือนภัยล่วงหน้าต้องแจ้งข้อมูลไปยังทุกครัวเรือนอย่างทันท่วงทีและประชาชนสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
ทั้งนี้ GIZ ในฐานะส่วนหนึ่งของทีมยุโรป ร่วมกับ AFD และสหภาพยุโรป กำลังเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนชุมชนต่างๆ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันออก ขณะเดียวกัน คริสตอฟ เลอคูร์ติเยร์ ผู้อำนวยการใหญ่ของAFD ได้นำเสนอในหัวข้อ บทบาทของทีมยุโรปในการลงมือปฏิบัติ





