วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2569

Login
Login

ส่องโมเดล ‘จัดการขยะอาหาร’ ของ ‘เกาหลีใต้’ รีไซเคิลได้เกือบ 100% ด้วยถังขยะอัจฉริยะ

“เกาหลีใต้” ปฏิรูประบบจัดการขยะอาหาร สามารถรีไซเคิลเกือบ 100% ในปัจจุบัน ด้วยนวัตกรรมถังขยะ RFID ระบบจ่ายตามปริมาณขยะ และมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวด จนกลายเป็นแบบอย่างระดับโลก

KEY POINTS

  • เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการรีไซเคิลขยะอาหารได้สูงถึง 96.8% ในปี 2023 ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายที่เข้มงวดและต่อเนื่องของรัฐบาล
  • นวัตกรรมหลักคือ "ถังขยะอัจฉริยะ RFID" ที่ชั่งน้ำหนักขยะและคิดค่าธรรมเนียมตามจริง ทำให้ประชาชนปรับพฤติกรรมและลดปริมาณขยะลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ขยะอาหารที่รวบรวมได้จะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า เช่น อาหารสัตว์ ปุ๋ยหมัก และพลังงานก๊าซชีวภาพ
  • รัฐบาลยังคงเดินหน้าสร้างแรงจูงใจเพิ่มเติม เช่น "ระบบคะแนนลดขยะอาหาร" เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนลดขยะอย่างต่อเนื่อง

“เกาหลีใต้” กลายเป็นประเทศที่มีระบบจัดการ “ขยะอาหาร” ที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยในปี 2023 เกาหลีใต้สามารถนำขยะอาหารจำนวน 4.81 ล้านตันกลับมารีไซเคิลได้สูงถึง 96.8% หรือเกือบ 97% ซึ่งเติบโตอย่างมหาศาลจากระดับเพียง 2.6% ในปี 1996 ตามข้อมูลจากกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมของเกาหลีใต้

ช่วงทศวรรษ 1990 เกาหลีใต้เผชิญกับภาวะเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้พื้นที่ฝังกลบขยะหลักของประเทศเริ่มเต็มความจุ ปัญหาขยะอาหารที่ถูกฝังกลบร่วมกับขยะทั่วไป ก่อให้เกิดการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งปลดปล่อย “ก๊าซมีเทน” ก๊าซเรือนกระจกที่สามารถดักจับความร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 80 เท่าในช่วง 20 ปี มิหนำซ้ำ ยังเกิด “น้ำชะขยะ” ของเหลวเน่าเสียจากขยะอาหารที่ซึมลงสู่ชั้นดินและปนเปื้อนแหล่งน้ำใต้ดินอย่างรุนแรง

ในปี 1995 รัฐบาลเกาหลีใต้ได้เริ่มแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ด้วยการประกาศใช้ “ระบบทิ้งขยะแบบจ่ายตามจริง”​ เป็นครั้งแรกทั่วประเทศ มาตรการนี้บังคับให้ประชาชนต้องซื้อ ถุงขยะพลาสติกอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ซึ่งคำนวณราคาบวกค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะไว้แล้ว โดยสามารถลดปริมาณขยะรวมลงได้ถึง 25% ในทศวรรษต่อมา แต่การแยกขยะรีไซเคิลออก กลับทำให้ขยะอาหารเปียกที่เหลืออยู่ในถุงขยะทั่วไปส่งกลิ่นเหม็นรบกวนอย่างหนัก

ดังนั้น รัฐบาลได้ประกาศให้การแยกขยะอาหารเป็นมาตรการบังคับอย่างเป็นทางการในปี 1997 ต่อมาในปี 2005 เกาหลีใต้ได้ยกระดับกฎหมาย ด้วยการสั่งห้ามนำขยะอาหารไปฝังกลบโดยตรงอย่างเด็ดขาดทั่วประเท

ถัดมาในปี 2013 รัฐบาลยังได้ห้ามนำน้ำชะขยะทิ้งลงสู่มหาสมุทร บีบบังคับให้เทศบาลทุกแห่งต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อแปรรูปขยะอาหารบนบกทั้งหมด โดยใช้ถุงขยะสีเหลืองแบบชำระเงินล่วงหน้า แต่ด้วยถุงขนาดใหญ่นี้ ทำให้ใช้เวลานานกว่าจะเต็ม จึงทำให้เก็บรักษาได้ยาก อีกทั้งส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งในฤดูร้อน

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว รัฐบาลได้เริ่มทดลองใช้นวัตกรรมถังขยะอัจฉริยะนำร่องในปี 2010 ที่เรียกว่า “ถังขยะอัจฉริยะระบุตัวตนด้วยคลื่นวิทยุ” หรือ RFID (Radio-Frequency Identification Bins) ที่สามารถชั่งน้ำหนักและบันทึกข้อมูลขยะได้แม่นยำระดับกรัม ภายในปี 2025 ประเทศเกาหลีใต้มีการติดตั้งถังขยะ RFID มากถึง 151,934 เครื่อง ครอบคลุมอพาร์ตเมนต์กว่า 8.61 ล้านครัวเรือน ในเขตเทศบาล 186 แห่งทั่วประเทศ เฉพาะในกรุงโซล มีการติดตั้งถังขยะ RFID จำนวน 27,289 เครื่อง ซึ่งให้บริการครอบคลุมผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์ถึง 81.6%

ส่องโมเดล ‘จัดการขยะอาหาร’ ของ ‘เกาหลีใต้’ รีไซเคิลได้เกือบ 100% ด้วยถังขยะอัจฉริยะ ถังขยะ RFID

กระบวนการทิ้งขยะผ่านถัง RFID สามารถทำได้ง่าย สะดวกสบาย และตรวจสอบได้ โดยผู้ใช้งาน เพียงแค่แตะบัตรประจำตัว ฝาถังจะเปิดออก นำขยะลงไปทิ้ง และจอดิจิทัลจะแสดงน้ำหนักขยะทันที ค่าธรรมเนียมซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3 บาทต่อกิโลกรัมในกรุงโซล โดยค่าขยะนี้จะถูกคำนวณและคิดรวมกับใบแจ้งหนี้ค่าส่วนกลางรายเดือนของอพาร์ตเมนต์โดยอัตโนมัติ

เมื่อประชาชนรับรู้ขยะอาหารของตนเอง จะทำให้พวกเขาเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยมิน กึม-นัน ผู้อยู่อาศัยในกรุงโซลให้ความเห็นว่า “คุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใส่ใจ เพราะคุณมองเห็นได้ทันทีว่าคุณกำลังทิ้งอะไรไป” เธอได้อธิบายถึงเทคนิคในครัวเรือนเพิ่มเติมว่า “ถ้าคุณไม่บีบน้ำขยะออก มันจะแพงขึ้น ผู้คนจึงบีบ ระบายน้ำออก และใช้ที่กรอง ทุกคนเรียนรู้เทคนิคของตัวเอง” พร้อมเสริมว่าการทิ้งขยะปริมาณน้อยได้ตลอดเวลาช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นและแมลงรบกวนในบ้าน

การบังคับใช้มาตรการ RFID ส่งผลให้ปริมาณขยะอาหารในกรุงโซลลดลงถึง 23.9% ในช่วงหนึ่งทศวรรษ จาก 3,181 ตันต่อวัน เหลือ 2,419 ตันต่อวัน ผลการศึกษาในอพาร์ตเมนต์ 5 แห่งของกรุงโซลพบว่า ปริมาณขยะอาหารลดลงเฉลี่ยสูงถึง 51% หลังจากประชาชนต้องจ่ายเงินตามน้ำหนักจริง ขณะที่แขวงชีฮึงพบว่าขยะลดลงถึง 41% 

อย่างไรก็ตาม ประชาชนชาวเกาหลีใต้ยังคงสร้างขยะอาหารเฉลี่ย 95 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 79 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ทำให้ภาครัฐต้องเดินหน้าสร้างแรงจูงใจในการลดขยะต่อเนื่อง

ขยะอาหารที่ถูกรวบรวม จะถูกนำส่งไปยังสถานแปรรูปขยะขนาดใหญ่ของแต่ละพื้นที่ เช่น ศูนย์หมุนเวียนทรัพยากรเขตกังดง ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานไว้ใต้ดินทั้งหมดเพื่อป้องกันกลิ่นรบกวน โดยขยะอาหารจะผ่านกระบวนการบด คัดแยกสิ่งแปลกปลอม เช่น เศษโลหะหรือถุงตาข่ายใส่ผักผลไม้ บีบอัดสกัดน้ำ และอบแห้งเพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าอื่น ๆ โดย 42% ของขยะอาหารที่นำกลับมารีไซเคิลถูกเปลี่ยนเป็นอาหารไก่ 33% ถูกทำเป็นปุ๋ยหมัก และ 16% ถูกนำไปผลิตก๊าซชีวภาพ

ขณะที่ ศูนย์ชีวพลังงานแทจอน ทางตอนกลางของเกาหลีใต้ ทำหน้าที่แปรรูปทั้งขยะอาหารก้อนและน้ำชะขยะผ่านระบบย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจน โดยสามารถหมุนเวียนขยะที่รับมา 70-75% ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของครัวเรือนราว 6,000 ครัวเรือนต่อวัน ปัจจุบันเกาหลีใต้มีโรงงานแปรรูปพลังงานลักษณะนี้มากกว่า 340 แห่งทั่วประเทศ โดยรัฐบาลตั้งเป้าลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลคิดเป็นมูลค่ากว่า 5,558 ล้านบาทภายในปี 2026

ถึงกระนั้น การบริหารจัดการระบบขยะอาหารยังคงสร้างภาระงบประมาณสูงถึง 14,499 ล้านบาท อีกทั้งยังมีต้นทุนจัดเก็บและแปรรูปขยะอาหารสูงถึง 13 ล้านดอลลาร์ ในปี 2024 เมื่อรวมมูลค่าความสูญเสียทางสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ต้นทุนสุทธิสูงถึงเกือบ 24,165 ล้านล้านบาทต่อปี ยิ่งไปกว่านั้น ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากขยะอาหารยังคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8-10% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศเกาหลีใต้

ในเดือนธันวาคม 2025 กรุงโซลจึงได้เปิดตัวนโยบาย “ระบบคะแนนลดขยะอาหาร” ผ่าน ระบบ Eco Mileage System โดยครัวเรือนที่ใช้ถังขยะ RFID และสามารถลดขยะอาหารลงได้ระหว่าง 10-30% ขึ้นไปเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จะได้รับคะแนนสะสมสูงสุด 5,000 คะแนน (มูลค่าประมาณ 120 บาท) สำหรับใช้ชำระค่าน้ำ ค่าแก๊ส ค่าส่วนกลาง หรือแลกเป็นบัตรกำนัลท้องถิ่นได้ นอกจากนี้ ยังเปลี่ยนฉลากวันหมดอายุจาก “ควรบริโภคก่อน” เป็น “วันหมดอายุจริง” ในปี 2023 เพื่อลดการทิ้งอาหารที่ยังรับประทานได้

ควอน มิน หัวหน้า สำนักภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกรุงโซล กล่าวว่า “การลดขยะอาหารเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน และเห็นผลมากที่สุดสำหรับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและลดต้นทุนการจัดการขยะของประชาชน”

ขณะที่ จู มุนซล นักวิจัยอาวุโสจาก สถาบันสิ่งแวดล้อมเกาหลี กล่าวว่า “เกาหลีใต้มีความก้าวหน้าอย่างมากในการรีไซเคิลขยะอาหาร แต่ขณะนี้เรากำลังอยู่ที่จุดเปลี่ยนผ่าน ซึ่งเทคโนโลยีและนโยบายใหม่ ๆ จะช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้านี้ไปได้ไกลยิ่งขึ้น”

การจัดการขยะของเกาหลีใต้ กลายเป็นโมเดลให้แก่หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกนำไปปรับใช้ เช่น นครนิวยอร์กออกกฎหมายบังคับแยกขยะอาหารในเดือนตุลาคม 2024 ครอบคลุม 3.4 ล้านครัวเรือน และติดตั้งถังหมักอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 400 จุด ทั้งนี้นิวยอร์กยังเจอกับปัญหาหนูเกลื่อนเมือง และประชาชนยังไม่ให้ความสำคัญ ทำให้รีไซเคิลขยะอาหารได้เพียงประมาณ 9% ของปริมาณขยะอาหารครัวเรือนทั้งหมด 1.5 ล้านตันต่อปี


ที่มา: BBC, The Guardian, The Earthbound, The Korea Herald, The Straits Times