คาร์บอนเครดิต ไม่ได้เกิดทันที แต่เริ่มจากการดูแลป่าอย่างเป็นระบบ จนเปลี่ยนคุณค่าธรรมชาติให้กลายเป็นเครดิต
คาร์บอนเครดิต ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เริ่มจากการดูแลและบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการประเมิน ตรวจสอบ ทวนสอบ และรับรองมาตรฐาน T-VER จนเปลี่ยน "คุณค่าจากธรรมชาติ" ให้กลายเป็น "เครดิตสีเขียว" ที่สร้างรายได้ยั่งยืนกลับคืนสู่ชุมชน
ตลาดคาร์บอนเครดิตในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงกลไกทางธุรกิจสำหรับองค์กรเอกชนในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่เปลี่ยน "คุณค่าจากธรรมชาติ" ให้กลายเป็นทุนหมุนเวียนกลับมาดูแลผืนป่าและสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
สำหรับการยกระดับผืนป่าชุมชนเข้าสู่ ตลาดคาร์บอนเครดิต ผ่านโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) มีกระบวนการสำคัญ 5 ขั้นตอน เริ่มต้นจากการคัดเลือกและพัฒนาพื้นที่ป่าชุมชนที่มีศักยภาพ โดยเน้นการวางแผนบริหารจัดการร่วมกับคนในท้องถิ่น จากนั้นจะเข้าสู่การประเมินคำนวณปริมาณการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อเปลี่ยนผลงานการดูแลป่าให้กลายเป็น "คาร์บอนเครดิต" ที่มีมาตรฐานรับรอง
เมื่อได้ คาร์บอนเครดิต แล้ว จะเข้าสู่กระบวนการจับคู่กับองค์กรหรือภาคธุรกิจที่ต้องการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero เกิดการตกลง "ซื้อ-ขาย" ผ่านกลไกตลาดที่ตรวจสอบได้ และในขั้นตอนสุดท้าย รายได้จากการจำหน่ายเครดิตจะถูกส่งตรงกลับคืนสู่ชุมชน เพื่อใช้เป็นทุนในการทำแนวกันไฟป่า ปลูกป่าเพิ่มเติม และฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน โครงการ T-VER แบ่งออกเป็น 2 ระดับหลัก ได้แก่ Standard T-VER สำหรับการซื้อขายภาคสมัครใจภายในประเทศ และ Premium T-VER ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นสูงที่สอดคล้องกับหลักการสากล รองรับการแลกเปลี่ยนระดับนานาชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในอนาคต
ที่มา: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)





