วันเสาร์ ที่ 5 กันยายน 2569

Login
Login

‘Whimsy-maxxing’ เทรนด์ติดกลิตเตอร์วิบวับ สร้างความสุขในแต่ละวัน แต่สร้างปัญหา ‘ขยะพลาสติก’ 

“Whimsy-maxxing” เทรนด์ใหม่ ติดกลิตเตอร์วิบวับสไตล์ Y2K แม้จะส่งผลดีต่อสุขภาพจิต แต่กลับซ่อนปัญหาขยะพลาสติกสะสมในสิ่งแวดล้อมเกินกว่าระบบรีไซเคิลจะรับไหว

KEY POINTS

  • Whimsy-maxxing คือเทรนด์การตกแต่งร่างกายและของใช้ด้วยกลิตเตอร์ สติกเกอร์ หรือคริสตัลสไตล์ Y2K เพื่อสร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน
  • วัสดุตกแต่งส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายหรือรีไซเคิลได้ เช่น สติกเกอร์ไวนิล (PVC) ลูกปัดเรซิน และเพชรเทียม
  • เทรนด์นี้ก่อให้เกิดปัญหาขยะพลาสติกและไมโครพลาสติกจำนวนมหาศาล เนื่องจากเป็นแฟชั่นที่มาไวไปไว ทำให้ผู้คนทิ้งของตกแต่งที่ยังใช้งานได้เพื่อตามกระแสใหม่ๆ
  • พฤติกรรมการบริโภคตามเทรนด์นี้ขัดแย้งกับเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่แม้จะตระหนักถึงความยั่งยืน แต่ก็เป็นผู้ขับเคลื่อนกระแสนี้เช่นกัน

ในตอนนี้ ชาวโซเชียลต่างพากันตามเทรนด์ที่เรียกว่า “Whimsy-maxxing” (วิมซี-แมกซิง) ซึ่งเป็นการติดกลิตเตอร์ คริสตัล พลอยเทียม สติ๊กเกอร์วิบวับสีสันสดใส สไตล์ “Y2K” เพิ่มความน่ารักให้แก่เรือนร่างและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เติมแต่งความขี้เล่น จินตนาการ และความสุขเล็ก ๆ เข้ามาในกิจวัตรประจำวันอันแสนธรรมดา โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงโอกาสพิเศษใด ๆ สามารถทำให้ทุกวันมีความสุขได้เลย

เทรนด์ฮิตนี้ เริ่มต้นมาจาก “ไคลี่ เจนเนอร์” ที่ตกแต่งเค้กและแก้วน้ำ ในปาร์ตี้วันเกิดของเธอด้วยกลิตเตอร์และคริสตัลน่ารัก ๆ จนทำให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์และวัยรุ่นต่างแห่ทำตามจนกลายเป็นไวรัลทั่วโลก

‘Whimsy-maxxing’ เทรนด์ติดกลิตเตอร์วิบวับ สร้างความสุขในแต่ละวัน แต่สร้างปัญหา ‘ขยะพลาสติก’ 
ไคลี่ เจนเนอร์ ผู้เริ่มเทรนด์ Whimsy-maxxing

จากแก้วน้ำและเค้กของไคลี่ ลามไปสู่การซื้อของตกแต่งมาติดให้กับข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำที่ติดสติกเกอร์จนเต็มพื้นที่ กำไลข้อมือที่ประดับประดาด้วยลูกปัดดินเหนียวสีพาสเทล ไปจนถึงเคสโทรศัพท์มือถือ แก้วเก็บความเย็น กิ๊บติดผม แล็ปท็อป หรือแม้กระทั่งขนมและเบเกอรี่ต่าง ๆ ก็ถูกนำมาตกแต่งด้วยพลอยเทียม

คริสตา วอล์กเกอร์ ผู้อำนวยการคลินิกของ The Ohana Luxury Addiction Treatment Center ระบุว่า Whimsy-maxxing เป็นแนวคิดในการเพิ่มหรือไล่ตามความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แปลกใหม่ในชีวิตประจำวัน เช่น การโรยอบเชยในกาแฟยามเช้า หรือการแขวนไฟประดับในห้องนั่งเล่น สิ่งนี้อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย และไม่ใช่การรักษาโดยตรง แต่มันช่วยเตือนใจว่าเราไม่จำเป็นต้องรอโอกาสพิเศษเพื่อจะมีความสุข ช่วยสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีขึ้นได้จริง

‘Whimsy-maxxing’ เทรนด์ติดกลิตเตอร์วิบวับ สร้างความสุขในแต่ละวัน แต่สร้างปัญหา ‘ขยะพลาสติก’ 
ไคลี่ เจนเนอร์ ผู้เริ่มเทรนด์ Whimsy-maxxing

ขณะที่ ลอเรน ฟิลลิปส์ รองประธานของ Better Homes กล่าวในรายการ 3rd Hour of TODAY ว่า การแต่งบ้านแบบ Whimsy-maxxing ช่วยเติมเต็มความสนุกให้กับชีวิตโดยตรง เธอเน้นย้ำว่ากระแสนี้สามารถนำมาปรับใช้ได้จริง ผ่านการตกแต่งสิ่งของจำเป็นพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ด้วยสีสันหรือรูปทรงที่แปลกตา ช่วยให้ผู้ใช้งานเกิดรอยยิ้มได้ในทุก ๆ ครั้งที่หยิบสิ่งของเหล่านั้นขึ้นมาใช้งาน

Whimsy-maxxing มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า “Bedazzle” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับติดคริสตัลและหมุดลงบนเสื้อผ้า โดยข้อมูลจาก Google Trends พบว่าการค้นหาคำว่า “bedazzle” พุ่งสูงที่สุดในรอบทศวรรษในช่วงต้นปี 2026 แสดงให้เห็นว่ากระแสดังกล่าวได้แผ่ขยายจากเสื้อผ้าไปสู่วิถีชีวิตด้านอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว

‘Whimsy-maxxing’ เทรนด์ติดกลิตเตอร์วิบวับ สร้างความสุขในแต่ละวัน แต่สร้างปัญหา ‘ขยะพลาสติก’ 

แฟชั่น Whimsy-maxxing 

สำหรับแวดวงแฟชั่น Whimsy-maxxing เป็นการปฏิเสธความเรียบง่าย หันมาโอบรับความร่าเริง ความสนุกสนานแบบล้นเหลือ และการแต่งตัวที่ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปแต่งตัวในวัยเด็กอีกครั้ง โดยหยิบยกกลิ่นอายยุค Y2K กลับมาใช้ในการแต่งกายและการเลือกใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เน้นติดกลิตเตอร์วิบวับ จับคู่กับแว่นกันแดดทรงชีลด์และกระเป๋า Hermès Kelly โดยผู้นำเทรนด์การแต่งตัวแบบนี้ได้แก่ ดูอา ลิปา, ไคลี เจนเนอร์ และซารา ลาร์สสัน

ขณะที่ เทรนด์เมคอัพของ Whimsy-maxxing ก็คือขั้วตรงข้ามของการแต่งหน้าแบบ Clean-girl makeup ที่เน้นความเรียบง่าย ดูสะอาดตา และเผยผิวที่เป็นธรรมชาติ ดอนนี เดวี่ หัวหน้าช่างแต่งหน้าของซีรีส์ Euphoria และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Half Magic Beauty อธิบายว่า “เมื่อความเรียบง่ายได้รับความนิยมจนอิ่มตัวแล้ว มันก็เป็นธรรมดาที่เทรนด์จะเหวี่ยงกลับมาหาความแวววาว ระยิบระยับ และชิมเมอร์อีกครั้ง การแต่งหน้าในสไตล์นี้จึงเน้นการผสมผสานประกายแสงผ่านแนว More is more เพื่อแสดงออกถึงความมีชีวิตชีวาอย่างไร้ข้อจำกัด”

‘Whimsy-maxxing’ เทรนด์ติดกลิตเตอร์วิบวับ สร้างความสุขในแต่ละวัน แต่สร้างปัญหา ‘ขยะพลาสติก’ 

ไอเท็มที่ขาดไม่ได้คือ “กลิตเตอร์ทาตัว” ซึ่งเคยได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปลายยุค 90 ไปจนถึงยุค 2000 โดยช่างแต่งหน้าจะเลือกประดับกลิตเตอร์บนจุดกระทบแสงหลักบนร่างกาย เช่น โหนกแก้ม กระดูกไหปลาร้า และช่วงหัวไหล่ เพื่อดักจับแสงสว่างจากทุกมุมมองเสมือนว่าผิวเปล่งประกายได้เอง รวมถึงงานศิลปะบนผิวหนัง สติกเกอร์ติดผิวประดับคริสตัล และเพชรเทียม ก็เป็นอีกไอเท็มที่นิยมมาใช้ประดับร่างกาย อย่างเช่น เมคอัพและสติกเกอร์รูปผีเสื้อของซารา ลาร์สสัน ที่รังสรรค์โดย ลูคัส สโตว์ นักออกแบบชุดทำการแสดง 

ในตอนนี้ ความสนใจในแฟชั่นยุคเก่าหรือความถวิลหาอดีต กำลังเชื่อมโยงคนต่างรุ่นเข้าด้วยกัน สิ่งที่คนรุ่นหนึ่งเคยรักและมองว่าเป็นความทรงจำในอดีต กลับกลายเป็นสิ่งใหม่ที่น่าตื่นเต้น สำหรับเด็กเจนซี และเจนอัลฟา ซึ่งผลักดันเทรนด์การแต่งผิวด้วยสติกเกอร์และเพชรเทียมกลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในปี 2026

‘Whimsy-maxxing’ เทรนด์ติดกลิตเตอร์วิบวับ สร้างความสุขในแต่ละวัน แต่สร้างปัญหา ‘ขยะพลาสติก’  ซารา ลาร์สสัน กับเมคอัพแนว Whimsy-maxxing
 

ปัญหาขยะจาก Whimsy-maxxing

ภายใต้ความสวยงามเปล่งประกายเหล่านี้ กลับซ่อนปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คาดไม่ถึง เพราะวัสดุตกแต่งแทบทั้งหมดทำจากสารที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งของต่าง ๆ มักถูกเปลี่ยนและทิ้งอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันกระแสใหม่ที่หมุนเวียนเข้ามาทดแทนอยู่เสมอ โดยขยะตกแต่งขนาดจิ๋วเหล่านี้ มักรอดพ้นจากการคัดแยกและไม่ถูกรวมอยู่ในการคำนวณสถิติขยะพลาสติกอย่างเป็นทางการ แต่กลับสะสมในบ่อขยะและแหล่งน้ำในปริมาณมหาศาลไม่ต่างจากขยะชิ้นใหญ่

รายงานจาก Statista ชี้ให้เห็นว่า การผลิตพลาสติกทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 7 เท่าในช่วง 40 ปีที่ผ่านมาจนแตะระดับ 360 ล้านตันต่อปี และมีพลาสติกเพียง 9% เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล ส่วนที่เหลือทั้งหมดจะลงเอยที่หลุมฝังกลบ ถูกเผา หรือรั่วไหลสู่ธรรมชาติ ในท้ายที่สุดพลาสติกเหล่านี้จะย่อยสลายกลายเป็น “ไมโครพลาสติก” ปนเปื้อนในน้ำดื่ม ในอากาศ และพบได้ในปลาที่มนุษย์บริโภคมากกว่าหนึ่งในสามทั่วโลก

สติกเกอร์ตกแต่งส่วนใหญ่มักทำมาจาก “ไวนิล” ซึ่งเป็น “พีวีซี” รูปแบบหนึ่ง มีความคงทนต่อน้ำ แสงแดด และการสัมผัส ด้วยความทนทานนี้เองที่ทำให้มันไม่สามารถรีไซเคิลได้ และหลุดลอดผ่านระบบคัดแยกทั่วไปของเทศบาล เช่นเดียวกับบรรดาจี้ประดับและลูกปัดประดับตกแต่งที่ทำจาก “ดินโพลิเมอร์” หรือ “เรซินสังเคราะห์” ซึ่งยังไม่มีระบบรีไซเคิลในระดับอุตสาหกรรมรองรับ

ส่วน “เพชรเทียม” มักทำจากแก้ว อะคริลิก หรือคริสตัลผสมตะกั่ว ที่ติดแน่นกับพื้นผิวด้วยกาวอุตสาหกรรม เช่น กาวไซยาโนอะคริเลต หรือกาวอีพ็อกซี ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้ทนต่อน้ำและความร้อน บรรดาผู้ผลิตกาวเหล่านี้ยอมรับว่า แรงยึดเกาะของกาวมักจะคงอยู่ยาวนานเกินกว่าความสนใจของผู้ใช้งานที่มีต่อสิ่งของชิ้นนั้นเสียด้วยซ้ำ ซึ่งหมายความว่ากระแสความนิยมมักจะมอดลงและเปลี่ยนผ่านไปก่อนที่กาวจะเสื่อมสภาพ

‘Whimsy-maxxing’ เทรนด์ติดกลิตเตอร์วิบวับ สร้างความสุขในแต่ละวัน แต่สร้างปัญหา ‘ขยะพลาสติก’ 

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ความย้อนแย้งระหว่างเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อมกับพฤติกรรมจริงนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เช่นเดียวกับกรณีของกระแสแก้วน้ำ “Stanley” ในช่วงปี 2024 แม้ตัวแก้วน้ำที่ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมจะถูกออกแบบมา เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง แต่อุปกรณ์เสริมรอบตัวแก้ว เช่น ปลอกหลอด ปลอกแก้ว และจี้ประดับตกแต่ง กลับทำจากพลาสติกเกือบทั้งหมด ส่งผลให้อุตสาหกรรมอุปกรณ์ตกแต่งเหล่านี้สร้างขยะจำนวนมหาศาลขึ้นมาใหม่เสียเอง

ข้อมูลการสำรวจอุตสาหกรรมในปี 2025 เผยว่า ผู้ซื้อกลุ่มเจน Z ถึง 69% ระบุว่า ความยั่งยืนเป็นเหตุผลหลักในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ แต่ในทางกลับกัน คนรุ่นเดียวกันนี้เองที่เป็นกลุ่มหลักที่ทำตามเทรนด์ Whimsy-maxxing เปลี่ยนอุปกรณ์ตกแต่ง ทั้งสติกเกอร์ ลูกปัด และเพชรเทียมทุก ๆ สองสามสัปดาห์ เพื่อให้ทันกระแสบนโลกออนไลน์ ส่งผลให้สิ่งของตกแต่งเหล่านี้ อาจกลายเป็นขยะพลาสติกสะสมมากกว่าการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งเสียอีก

อย่างไรก็ตาม การผลิตกลิตเตอร์ก็ก้าวหน้าไปมาก วิกตอเรีย ลู และ กลอเรีย ฟู นักเคมีเครื่องสำอางและผู้ร่วมก่อตั้ง Chemist Confessions ชี้แจงว่า สูตรผสมกลิตเตอร์ในปัจจุบันได้พัฒนาไปจากเดิมมาก จากเดิมที่เคยมีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกขนาดใหญ่แขวนลอยในเจลหรือน้ำมันเหนียวเหนอะหนะ ในปัจจุบันวงการความงามได้ให้ความตระหนักต่อวัสดุที่ใช้ทำกลิตเตอร์มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยต่อดวงตา ผิวหนัง และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาพรวม

แต่ก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่า ขยะและการผลิตพลาสติกยังคงสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง โดยคิดเป็นเกือบ 5% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก และปริมาณขยะพลาสติกมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในปี 2040 หากไม่มีการควบคุม วัสดุหลักที่ใช้ผลิตของตกแต่งจากเทรนด์ Whimsy-maxxing ทั้งไวนิลสติกเกอร์ เรซิน ลูกปัดดินเหนียว และกาวติดเพชรเทียม ล้วนเป็นวัสดุที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ในปัจจุบัน

ไม่ได้หมายความว่า สติกเกอร์แผ่นเดียวหรือคริสตัลถุงเดียวจะสร้างความหายนะต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่ปัญหาเกิดจากวัสดุเหล่านี้กลับถูกนำมาใช้งานระยะสั้น ถูกทิ้ง และเปลี่ยนใหม่ไปเรื่อย ๆ ตามกระแสโซเชียล ทั้งที่ถูกออกแบบมาด้วยโครงสร้างที่ทนทานถาวร นั่นเท่ากับโลกมีขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างไม่จำเป็น


ที่มา: Harpers BazaarGlamourGeo NewsTodayVice