วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม 2569

Login
Login

เตือนไทยจับตา 'เอลนีโญพลัส 1' ปี 2570 เสี่ยงร้อนแล้ง-ฝนหนัก สภาพอากาศสุดขั้ว

ประเทศไทยกำลังเผชิญสัญญาณความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น เมื่อไทยมีแนวโน้มก้าวเข้าสู่ภาวะ “Super El Niño” ในช่วงปลายปี 2569 และอาจนำไปสู่สภาพอากาศสุดขั้วในปี 2570 ทั้ง “ร้อนแล้ง” และ “ฝนหนัก” สลับขั้วภายในปีเดียว นักวิชาการเตือนทุกภาคส่วนเร่งยกระดับการเฝ้าระวังและเตรียมรับมือ โดยเฉพาะภาคเกษตรและพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ

วิเคราะห์สถิติจากเอลนีโญ 4 รอบย้อนหลัง

ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค เมื่อวันที่ 6 และ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในที่ประชุม "รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์" ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้รับเชิญให้บรรยายสรุปสถานการณ์และการคาดการณ์สภาพอากาศเพื่อวางแนวทางรับมือความเสี่ยงในอนาคต

"รศ.ดร.เสรี" เปิดเผยข้อมูลการวิเคราะห์สภาพอากาศโดยใช้ฐานข้อมูลจากปรากฏการณ์เอลนีโญในอดีต ใช้ข้อมูลสภาพอากาศในช่วงปีที่เกิดปรากฏการณ์ เอลนีโญครั้งสำคัญ 4 ครั้ง ได้แก่ ปี 2525-2526, 2540-2541, 2558-2559 และ 2566-2567 มาเป็นเกณฑ์ในการเฝ้าติดตามความแปรปรวน

จากสถิติพบว่าแม้ในช่วงกลางปี (มิถุนายน-สิงหาคม) จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในบางพื้นที่ เช่น ภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน แต่สถานการณ์หลังจากนั้นจะมีแนวโน้มที่ปริมาณฝนจะน้อยกว่าค่าปกติอย่างชัดเจน

ปี 2569 การก้าวเข้าสู่ "Super El Niño"

สำหรับการคาดการณ์ในปี 2569 "รศ.ดร.เสรี" ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในโหมดเอลนีโญกำลังแรง และกำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมด "ซูเปอร์เอลนีโญ" ในช่วงปลายปี โดยตั้งแต่วันที่กันยายนถึงพฤศจิกายน ปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่าปกติในหลายภูมิภาค ยกเว้นพื้นที่ภาคใต้ที่อาจเผชิญกับฝนตกหนักได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน

ข้อมูลที่น่ากังวลที่สุดคือการคาดการณ์ปี 2570 เอลนีโญพลัส 1 (El Niño +1) ซึ่งจะเผชิญกับสภาพอากาศแบบสุดขั้ว 2 สภาวะในปีเดียว ดังนี้

  • ช่วงต้นปีถึงกลางปี 2570: จะเกิดสภาวะ "ร้อนแล้งสุดขั้ว"
  • ช่วงกลางปีถึงปลายปี 2570: จะพลิกกลับเป็นสภาวะ "ฝนตกหนักสุดขั้ว"

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและข้อเสนอแนะ

จากบทเรียนในครึ่งปีแรกของปี 2567 ภัยร้อนแล้งได้สร้างความเสียหายเฉพาะภาคเกษตรกรรมไปแล้วกว่า 40,000 ล้านบาท การเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ "รศ.ดร.เสรี" ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานท้องถิ่นและผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเร่งเตรียมรับมือ

"ทุกภาคส่วนควรติดตาม และอัพเดทสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะในสถานการณ์ที่สภาพอากาศไม่ปกติ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราจำเป็นต้องติดตามรายละเอียดในเชิงพื้นที่อย่างใกล้ชิดต่อไป"