“สะพานคอว์ลีย์ส” (Cawleys Bridge) เป็นางข้ามสัตว์ป่าแห่งแรกของออสเตรเลียที่สร้างขึ้นโดยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่ เพื่อคืนเส้นทางสัญจรตามธรรมชาติให้แก่สัตว์ป่า โครงการนี้ตั้งอยู่เหนือ ถนนมอเตอร์เวย์ เอ็ม 1 พรินเซส ทางตอนใต้ของนครซิดนีย์ โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง “อุทยานแห่งชาติฮีธโคต” ทางทิศตะวันตก เข้ากับ “พื้นที่อนุรักษ์แห่งรัฐการาวาร์รา” และ “อุทยานแห่งชาติรอยัล” ทางทิศตะวันออก
ในแต่ละวัน ถนนมอเตอร์เวย์สายนี้มีรถวิ่งผ่านกว่า 40,000 คันต่อวัน และเป็นสิ่งกีดขวางไม่ให้สัตว์สามารถข้ามผ่านไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีสัตว์ป่าขนาดใหญ่ เช่น โคอาลา และ วอมแบต ต้องสังเวยชีวิตจากการพยายามข้ามถนนสายนี้มากกว่า 200 ตัว ซึ่งยังไม่นับรวมสัตว์ขนาดเล็กที่ไม่ถูกบันทึกไว้อีกจำนวนมาก
ถนนสายนี้ จึงทำให้ประชากรสัตว์ป่าเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และจะทำให้ขาดความหลากหลายทางพันธุกรรมและพื้นที่หาอาหารที่เหมาะสม
เพื่อแก้ปัญหานี้ หน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมขนส่งของรัฐนิวเซาท์เวลส์ (TfNSW) กรมสิ่งแวดล้อม และอุทยานแห่งชาติ จึงร่วมกันสร้างทางข้ามสัตว์ป่า โดยปรับปรุงจากสะพานปูนเดิมที่ใช้สำหรับรถซ่อมบำรุงและสาธารณูปโภค ที่มีพื้นที่บนสะพานกว้าง 7.5 เมตร ทำให้ไม่ต้องสร้างสะพานใหม่ทั้งหมด ซึ่งใช้งบประมาณสนับสนุนจาก ยุทธศาสตร์โคอาลาแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW Koala Strategy) รวมกว่า 875,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (เกือบ 20.5 ล้านบาท)
เครดิตภาพ: Anthony Warry
สะพานแห่งนี้ ถูกออกแบบและคิดค้นอย่างละเอียด เพื่อให้สัตว์ทุกประเภทสามารถใช้งานได้ ตั้งแต่สัตว์ที่อาศัยบนยอดไม้ไปจนถึงสัตว์เลื้อยคลานบนพื้นดิน สำหรับสัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้องและอาศัยบนต้นไม้ เช่น ชูการ์ไกลเดอร์ และ ริงเทลพอสซัม จะมีระบบทางข้ามแบบเชือกและเสาไม้สูงที่ช่วยให้พวกมันข้ามถนนไปได้โดยไม่ต้องลงสัมผัสพื้น
ในส่วนของพื้นสะพาน นักนิเวศวิทยาได้ปูพื้นด้วยดินหนา วางท่อนไม้ และปลูกพืชพรรณพื้นเมืองเพื่อเลียนแบบสภาพป่าธรรมชาติ เส้นทางนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ โคอาลา วอมแบต อิคิดนา หรือ ตัวกินมดหนาม รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานและแมลง สามารถเดินผ่านได้สะดวก อีกทั้งยังติดตั้งรั้วกั้นเป็นแนวยาว เพื่อช่วยนำทางสัตว์ให้เดินเข้าสู่สะพานอย่างปลอดภัยและป้องกันไม่ให้หลุดเข้าไปในมอเตอร์เวย์
สะพานแห่งนี้ ช่วยให้ “คางคกมงกุฎแดง” (Red-crowned toadlets) สัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่า 3 เซนติเมตร และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งพบได้เฉพาะในแอ่งซิดนีย์ สามารถเดินข้ามฟากได้อย่างปลอดภัย และเพิ่มโอกาสที่จะขยายแหล่งพันธุกรรมโดยการหาคู่ครองอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการอยู่รอดของสายพันธุ์
ไคลี แมดเดน เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสิ่งแวดล้อมและมรดก กล่าวว่า “นี่คือหนึ่งในโครงการที่น่าตื่นเต้นและคุ้มค่าที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมา” เธอยังเน้นย้ำว่า “การสร้างเครือข่ายถิ่นที่อยู่โคอาลาที่เชื่อมต่อกันเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับอนาคตของประชากรโคอาลาทางใต้ของซิดนีย์ และการเชื่อมต่ออุทยานแห่งชาติฮีธโคตไปยังรอยัลผ่านมอเตอร์เวย์ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม”
เครดิตภาพ: Anthony Warry
ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นความฝันที่เป็นจริงของ บ็อบ ครอมบี อดีตเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยานและนักนิเวศวิทยาวัยเกษียณ ผู้เสนอไอเดียการใช้สะพานนี้เป็นทางข้ามสัตว์ป่ามาตั้งแต่ปี 1974 ในสมัยนั้นแนวคิดเรื่องการเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่ายังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก ครอมบีเล่าว่า เมื่อเขาเห็นแผนที่และสะพานนี้ในอดีต เขารู้ทันทีว่ามันเหมาะสมสำหรับการใช้เป็นทางข้ามของสัตว์ป่า และเฝ้ารอคอยให้มันเกิดขึ้นจริงมาเกือบครึ่งศตวรรษ
“การปรับปรุงสะพานให้เป็นมิตรกับสัตว์ป่า เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมและจำเป็นอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของอุทยานแห่งชาติ” ครอมบียังกล่าวเสริมอีกว่า “สัตว์ป่าคือตัวตนของอุทยาน อุทยานไม่ใช่แค่ที่ดินที่มีต้นไม้ตั้งอยู่ แต่มันคือสิ่งมีชีวิต การที่ออสเตรเลียและโลกเริ่มหันมาลงมือทำบางอย่างเพื่อสัตว์ป่ามากขึ้น ทำให้ผมมีความสุขมาก”
นอกจากความปลอดภัยของสัตว์แล้ว โครงการนี้ยังมีผลดีต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดย แมทธิว เบิร์นส์ ผู้อำนวยการจากหน่วยงานคมนาคมแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบุว่า “โครงสร้างพื้นฐานนี้จะช่วยทั้งความปลอดภัยของสัตว์และผู้ขับขี่ เพราะช่วยป้องกันอุบัติเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ทางได้โดยตรง”
นับตั้งแต่เปิดใช้สะพานนี้มา พบว่าสัตว์ป่ากว่า 67 สายพันธุ์มาใช้ทางข้ามสัตว์ป่าทั่วรัฐมากกว่า 25,000 ครั้ง ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าโครงสร้างเหล่านี้ส่งผลเชิงบวกอย่างมหาศาล
นอกจากนี้ สะพานคอว์ลีย์สยังช่วยให้สัตว์ป่ารับมือต่อภัยพิบัติได้ดีขึ้น โดยเฉพาะไฟป่าที่รุนแรงขึ้นจากสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หากเกิดไฟป่าในฝั่งใดฝั่งหนึ่ง สัตว์จะสามารถอพยพหนีไฟไปยังพื้นที่ปลอดภัยอีกฝั่งได้
ปัจจุบัน มีการติดตั้งกล้องตรวจจับการเคลื่อนไหว โดรนอินฟราเรด และเครื่องบันทึกเสียงเพื่อติดตามการใช้งานสะพานอย่างใกล้ชิด แม้ว่าสัตว์อาจต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เส้นทางใหม่นี้ แต่ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการออกแบบทางข้ามสัตว์ป่าในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามผลต่ออีกหลายปี เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของสะพานแห่งนี้
ขณะที่ ถนนในปัจจุบันถูกออกแบบโดยคำนึงถึงสัตว์ และ TfNSW กำลังทดลองใช้เทคโนโลยีเพื่อลดอุบัติเหตุรถชนสัตว์ รวมถึงการใช้เอไอ ในการตรวจจับสัตว์และแจ้งเตือนผู้ขับขี่แบบเรียลไทม์ผ่าน “ป้ายอัจฉริยะ”
สะพานแห่งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะของการอนุรักษ์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวร่วมกันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์และธรรมชาติ เพื่อให้ทั้งคนและสัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ที่มา: ABC, Happy Eco News, Mongabay, The Cool Down, The Illawarra Flame
เครดิตภาพ: Anthony Warry



