วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ไกด์ทัวร์แอนตาร์กติกา’ แห่ลาออก รู้สึกผิด ไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายธรรมชาติ

แอนตาร์กติกา” ทวีปที่อยู่ห่างไกลและบริสุทธิ์ที่สุด กำลังถูกรุกรานจาก “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว” ที่เติบโตอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ธรรมชาติจะรับไหว จากสถิติพบว่าใน ฤดูกาลท่องเที่ยว 2025-2026 ทวีปแห่งนี้มีจำนวนผู้มาเยือนสูงถึง 120,000 คน และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 450,000 คนภายในทศวรรษหน้า ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งต่อการรักษาความเปราะบางของระบบนิเวศขั้วโลก

ผลกระทบจากการท่องเที่ยวของมนุษย์ เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะต่อสัตว์ท้องถิ่นอย่าง นกเพนกวิน ที่ต้องเผชิญกับการรบกวนอย่างหนัก อดีตมัคคุเทศก์เล่าว่า นักท่องเที่ยวหลายร้อยคนมักเดินผ่านอาณานิคมของพวกมันอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน จนทำให้ฝูงเพนกวินมีเวลาพักผ่อนเพียงไม่กี่ชั่วโมงในช่วงกลางคืนเท่านั้น

ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวในทวีปแอนตาร์กติกาจะต้องเดินทางโดย “เรือสำราญ” ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมากที่สุดเมื่อเทียบกับการท่องเที่ยวประเภทอื่น ยิ่งสร้างความย้อนแย้งอย่างรุนแรง เพราะเป้าหมายของการมาเยือนที่แห่งนี้คือการชมความงามของธรรมชาติ แต่วิธีเดินทางของพวกเขากลับทำลายแอนตาร์กติกาเสียเอง

ไกด์แห่ลาออก

สำหรับบรรดามัคคุเทศก์ ที่ครั้งหนึ่งเคยภูมิใจในอาชีพของตนเอง กลับเริ่มมองว่าการเป็นไกด์นำเที่ยวกลายเป็นส่วนหนึ่งของ “ละครฉากหนึ่ง” ในการสร้างความตระหนักรู้เรื่องภาวะโลกร้อน โดยไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาจริงจัง พวกเขาเริ่มรู้สึกผิดเมื่อต้องทำหน้าที่บรรยายเรื่องภาวะโลกร้อนให้นักท่องเที่ยวฟัง ในขณะที่ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่สร้างความเสียหายนั้น

หนึ่งในอดีตไกด์กล่าวว่า พวกเขาต้องเห็นภาพธารน้ำแข็งถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา ซึ่งเป็นสัญญาณของวิกฤตธรรมชาติที่น่าเศร้าจนอยากจะร้องไห้ แต่ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือกลับส่งเสียงเชียร์ด้วยความตื่นเต้นเพราะเห็นเป็นเพียงภาพการแสดงที่งดงาม โดยไม่ได้ตระหนักถึงหายนะที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง

ในปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในแอนตาร์กติกา อดีตไกด์เล่าว่าเขาต้องเดินขึ้นธารน้ำแข็งโดยสวมเพียงเสื้อยืด และขับเรือโดยไม่ต้องสวมถุงมือ ซึ่งความร้อนที่ผิดปกตินี้คือหลักฐานที่กระแทกหน้าว่าผลกระทบจากภาวะโลกร้อนนั้นรุนแรงเพียงใด

ความรู้สึกผิดนี้เอง ทำให้ไกด์อย่างน้อย 25 คนตัดสินใจลาออก พวกเขาไม่สามารถยอมรับการกระทำของตนเองที่ต้องร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ขัดต่อมโนธรรมและความเชื่อเรื่องการอนุรักษ์อย่างรุนแรง ตามการศึกษาของซเดนกา โซโคลิคโควา นักวิจัยหลังปริญญาเอกจากศูนย์การศึกษาอาร์กติก มหาวิทยาลัยโกรนิงเกน

หนึ่งในอดีตไกด์กล่าวถึงสาเหตุที่ลาออกว่า “ผมต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าได้เลือกยืนอยู่ข้างความถูกต้องเพื่ออนาคตของคนรุ่นหลัง ถ้าผมกำลังตาย ผมจะบอกกับลูก ๆ ว่า ‘พ่อได้พยายามทำบางอย่างแล้ว’”

หลังจากการลาออก ไกด์หลายคนระบุว่า พวกเขารู้สึกดีขึ้นอย่างมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ ความรู้สึกอึดอัดจากการต้องทำงานที่ค้านกับความถูกต้องหายไป โดยมีคนหนึ่งกล่าวว่าหลังจากลาออก เขาสามารถกลับมาหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

‘จีน’ ออกกฎหมายป้องกันทัวร์แอนตาร์กติกา

จีน” ถือเป็นตลาดการท่องเที่ยวแอนตาร์กติกาที่เติบโตเร็วที่สุดและใหญ่เป็นอันดับสองของโลก แต่ในตอนนี้รัฐบาลได้เสนอร่างกฎหมายว่าด้วยกิจกรรมและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในแอนตาร์กติกา (Antarctic Activities and Environmental Protection Law) เพื่อจัดระเบียบกิจกรรมทั้งหมด โดยกฎหมายใหม่นี้ จะกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานทางทะเลของรัฐบาล พร้อมนำเสนอแผนกิจกรรมโดยละเอียด มีการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีแผนรับมือเหตุฉุกเฉินและหลักประกันทางการเงินที่มั่นคง

มาตรการลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนนั้นรุนแรงมาก โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านหยวน (ประมาณ 500,000-5 ล้านบาท) นอกจากนี้ ผู้ที่ทำผิดกฎหมายอาจถูกสั่งให้หยุดกิจกรรมทันทีและขับออกจากพื้นที่ รวมถึงอาจถูกสั่งห้ามขอใบอนุญาตกิจกรรมในแอนตาร์กติกาเป็นเวลานานถึง 10 ปี

หู เจียวเจียว ผู้อำนวยการของ Polar Hub องค์กรคุ้มครองธารน้ำแข็ง ให้ความเห็นว่าความกดดันจากน้ำมือมนุษย์ควบคู่ไปกับภาวะโลกร้อนกำลังสร้างภาระหนักให้กับแอนตาร์กติกา เธอเชื่อว่ากฎหมายนี้จะเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยชี้นำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเดินไปสู่ความยั่งยืน และสอดคล้องกับความรับผิดชอบของจีนในระดับโลก

นอกจากมาตรการของรัฐ ยังมีการรณรงค์เรื่องระเบียบปฏิบัติที่เคร่งครัด เช่น การรักษาระยะห่างจากสัตว์ป่าอย่างน้อย 5 เมตร และการทำความสะอาดเครื่องแต่งกายเพื่อป้องกันสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะรักษาสมดุลระหว่างความต้องการท่องเที่ยวกับความอยู่รอดของธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม การปกป้องแอนตาร์กติกาได้ดีที่สุด คือ การไม่ไปรุกราน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไก เพราะแอนตาร์กติกาควรค่าแก่การดูแลรักษาในฐานะดินแดนอันบริสุทธิ์ มากกว่าจะเป็นเพียงฉากหลังในภาพถ่ายจากการท่องเที่ยวที่กำลังทำลายตัวมันเอง.


ที่มา: Global TimesIndependentThe ConversationZME Science