วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม 2569

Login
Login

จับตา 'อนุทิน' เยือนจีน ประชาสังคมจี้ หารือแก้วิกฤติสารหนูแม่น้ำ 6 สาย จากเหมืองเมียนมา

ขณะที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสานความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับจีน ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามพรมแดนกลับกลายเป็นอีกวาระเร่งด่วนที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังผลตรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายสำคัญของภาคเหนือพบการปนเปื้อนของสารหนูและโลหะหนักในระดับเกินมาตรฐานหลายจุด ซึ่งเชื่อมโยงกับการทำเหมืองแร่หายาก (Rare Earth) และเหมืองทองคำบริเวณต้นน้ำในเมียนมา

ท่ามกลางข้อกังวลต่อผลกระทบด้านสุขภาพ ระบบนิเวศ และความมั่นคงทางน้ำของประชาชน ภาคประชาสังคมจึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยใช้โอกาสที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคมนี้ ผลักดันประเด็นการแก้ไขมลพิษข้ามพรมแดนขึ้นเป็นวาระสำคัญในการเจรจาระดับผู้นำ เพื่อหาทางออกที่เป็นรูปธรรม

การเยือนครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของนายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยมีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง และนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ เป็นก้าวย่างสำคัญที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

วิกฤติสารพิษในแม่น้ำ 6 สาย

"เพียรพร ดีเทศน์" กรรมการบริหารมูลนิธิแม่น้ำและสิทธิ ระบุว่า แม่น้ำสายสำคัญของไทย 6 สาย ได้แก่ แม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน และกระบุรี กำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการทำเหมืองแร่หายาก และเหมืองทองคำบริเวณต้นน้ำในฝั่งเมียนมาซึ่งปราศจากมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแร่หายากซึ่งเป็นแร่ยุทธศาสตร์ที่จีนครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งของโลก เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และกังหันลมผลิตไฟฟ้า

จากการติดตามภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ภูเขาและลุ่มน้ำเพื่อทำเหมืองแร่อย่างแพร่หลายในรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น กองกำลังว้า (UWSA) และกองทัพเมียนมา เหมืองเหล่านี้มักเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนที่เข้าไปลงทุน จัดหาเทคโนโลยี และเครื่องจักร โดยอาศัยสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมาเป็นช่องทางตักตวงผลประโยชน์โดยไม่มีการควบคุมมลพิษ หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือเหมืองแม่โจ๊ก บริเวณต้นแม่น้ำสาย ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากชายแดนไทยด้านอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

ข้อมูลวิทยาศาสตร์ชี้ชัด การปนเปื้อน

"เพียรพร" ระบุด้วยว่า ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษจากการตรวจคุณภาพน้ำรวม 20 ครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ยืนยันถึงสภาวะอันตราย โดยพบว่า แม่น้ำสาย มีการปนเปื้อนของสารหนูเกินค่ามาตรฐานทุกครั้งที่ทำการตรวจวัด โดยค่าสูงสุดที่พบคือ 0.055 มก./ล. ซึ่งน้ำจากแม่น้ำสายนี้เป็นแหล่งผลิตน้ำประปาและแหล่งชลประทานหลักสำหรับพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 110,000 ไร่ในจังหวัดเชียงราย

นอกจากนี้ ผลการตรวจตะกอนดินในแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำยังพบการปนเปื้อนของสารหนูสูงถึง 296 มก./กก. ซึ่งเป็นระดับที่อันตรายต่อสัตว์หน้าดินมากกว่าปกติเกือบ 10 เท่า สารพิษเหล่านี้ได้เริ่มแทรกซึมเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและร่างกายมนุษย์แล้ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงประเทศกัมพูชาและเวียดนามในฐานะประเทศท้ายน้ำ

จับตา 'อนุทิน' เยือนจีน ประชาสังคมจี้ หารือแก้วิกฤติสารหนูแม่น้ำ 6 สาย จากเหมืองเมียนมา

ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยและบทบาทของจีน แม้ทางการเมียนมาจะระบุว่าการทำเหมืองแร่หายากส่วนใหญ่เป็น "เหมืองเถื่อน" ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติเหมืองแร่เหล่านี้มีมากกว่า 2,000 แห่งกระจายอยู่ตามพรมแดน ภาคประชาสังคมจึงเสนอให้รัฐบาลไทยเรียกร้องให้จีนเข้ามามีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้รับซื้อหลักและเจ้าของเทคโนโลยีการแปรรูปแร่เพียงรายเดียวที่มีขีดความสามารถสูง

"ดิฉันอยากให้จีนเข้ามากำกับดูแลสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทางการจีนเป็นผู้รับซื้อแร่หายากในพื้นที่เหล่านี้เกือบทั้งหมด การทำเหมืองแร่จึงควรมีมาตรฐานเหมือนกับในประเทศจีน"  "เพียรพร เน้นย้ำถึงความคาดหวัง

นอกจากนี้ ยังย้ำว่าประเทศไทยต้องการมาตรการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมทันที มากกว่าเพียงคำยืนยันทางการทูตว่าไม่มีนักธุรกิจจีนเกี่ยวข้อง ในขณะที่ประชาชนไทยกำลังรับสารพิษเข้าร่างกายทุกวัน 

การเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า รัฐบาลไทยจะสามารถผลักดันวาระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนให้เป็นประเด็นยุทธศาสตร์เทียบเท่ากับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมืองได้หรือไม่

 

ที่มา: เพียรพร ดีเทศน์