วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน 2569

Login
Login

เปิดไทม์ไลน์ 4 ระยะ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' เตือนไทยรับมือวิกฤติ ค่อยๆ สะสมความรุนแรง

สัญญาณเตือน "ซูเปอร์เอลนีโญ" กำลังชัดเจนขึ้น และประเทศไทย อาจเหลือเวลาไม่มากในการเตรียมรับมือ ก่อนสถานการณ์จะไต่ระดับจากฝนทิ้งช่วง สู่ภัยแล้ง อากาศร้อนจัด และวิกฤติขาดแคลนน้ำที่อาจยืดเยื้อไปจนถึงกลางปีหน้า “ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล และรองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดไทม์ไลน์ 4 ระยะ ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญของวิกฤติ พร้อมเตือนว่าหากไม่เร่งบริหารจัดการน้ำตั้งแต่วันนี้ วิกฤติจะค่อยๆ สะสมความรุนแรง ก่อนระเบิดผลกระทบทั้งด้านน้ำ การเกษตร สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ

กางไทม์ไลน์ 4 ขั้นตอนจากจุดเริ่มต้นสู่จุดสูงสุด

“ผศ.ดร.ธรณ์” แบ่งสถานการณ์เอลนีโญในประเทศไทยเป็นระยะต่าง ๆ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 (มิถุนายน - กรกฎาคม): เป็นช่วงเริ่มต้นของปรากฏการณ์ ฝนฟ้าอากาศยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่อาจมีความแปรปรวนและรู้สึกร้อนขึ้นบ้างในบางช่วง
  • ระยะที่ 2 (สิงหาคม - ตุลาคม): ความรุนแรงจะขยับขึ้นสู่ระดับที่ 2 โดยจะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนขึ้นจากการที่ฝนเริ่มทิ้งช่วง และมีปริมาณน้อยกว่าปกติ ในขณะที่อุณหภูมิน้ำทะเลในแถบทะเลจีนใต้ที่สูงขึ้น อาจส่งผลให้เกิดพายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรงหรือเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ
  • ระยะที่ 3 (พฤศจิกายน - มกราคม): เข้าสู่ช่วง “ซูเปอร์เอลนีโญ” อย่างเต็มตัว ซึ่งถือเป็นช่วงที่ปรากฏการณ์นี้พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ส่งผลให้ฤดูหนาวของประเทศไทยมีอุณหภูมิร้อนกว่าปกติ และปริมาณฝนจะน้อยลงอย่างมากจนเกิดความแห้งแล้ง
  • ระยะที่ 4 (กุมภาพันธ์ - มิถุนายน): แม้ความรุนแรงของเอลนีโญจะเริ่มลดลง แต่ผลกระทบสะสมจะรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะปัญหาวิกฤติขาดแคลนน้ำเนื่องจากปริมาณน้ำสำรองที่เก็บกักไว้มีน้อย

คำเตือนวิกฤติความร้อน และผลกระทบทางทะเล

“ดร.ธรณ์” กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงระยะที่ 4 (กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม) ประเทศไทยจะเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด เราอาจพบอุณหภูมิความรู้สึกพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียสได้ นอกจากนี้ ความแห้งแล้งที่ผิดปกติจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในช่วงเดือนเมษายน

“ในด้านระบบนิเวศทางทะเล ระยะที่ 4 จะเป็นช่วงที่ทะเลได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากตรงกับฤดูร้อนของไทย ทำให้น้ำทะเลร้อนจัดจนเสี่ยงต่อการเกิดปะการังฟอกขาว หญ้าทะเลเสื่อมโทรม และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง และการประมง”

ข้อเสนอแนะ และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญในครั้งนี้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อหลายภาคส่วน ดังนี้
ภาคประชาชน: ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัด และรักษาสุขภาพ รวมถึงการสำรองน้ำไว้อุปโภคบริโภค

  • ภาคเกษตรกรรมและธุรกิจ: ภาวะฝนทิ้งช่วง และน้ำน้อยจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะเกษตรกร และผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่ต้องเผชิญกับน้ำทะเลร้อนจัด
  • ภาครัฐ: จำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่อง จากต้นทุนน้ำในช่วงปลายปีอาจมีไม่เพียงพอต่อการใช้ในช่วงหน้าแล้งปีถัดไป

“ตอนนี้เรายังอยู่ในระยะแรกที่พอจะหาน้ำได้ จึงควรรีบเก็บกักน้ำสำรองไว้เป็นต้นทุน เพราะเมื่อเข้าสู่ระยะที่ 2 และ 3 ปริมาณน้ำจะลดน้อยลง และจะไปวิกฤติหนักในช่วงระยะที่ 4”

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์