ในโลกยุคปัจจุบัน บาดแผลจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในพื้นที่สงครามอย่างตะวันออกกลางอีกต่อไป เพราะภูมิภาค “อาเซียน” พึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากตะวันออกกลางในระดับสูง
ในโลกยุคปัจจุบัน บาดแผลจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในพื้นที่สงครามอย่างตะวันออกกลางอีกต่อไป เพราะภูมิภาค “อาเซียน” พึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากตะวันออกกลางสูงถึงประมาณ 50–60% เมื่อเกิดวิกฤติราคาพลังงานจึงพุ่งสูงเป็นเงาตามตัว
"ฉัตรพล ศรีประทุม" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ หรือว่า EA มองว่าวิกฤติพลังงานโลกที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ไกลตัว เพราะผลกระทบนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่อง "มีไฟใช้หรือไม่" หรือ "น้ำมันแพงเท่าไหร่" แต่มันกำลังลามไปถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
"ในวิกฤติมักมีตัวเร่งเสมอ" คุณฉัตรพลฉายภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของกลุ่ม EA ซึ่งเน้นหนักไปที่ EV เชิงพาณิชย์ ในอดีตการเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV อาจเป็นเรื่องของความตระหนักรู้และเทรนด์รักษ์โลก
แต่เมื่อราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้ทิศทาง มันกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ตัดความลังเลของผู้ประกอบการออกไปทันที ทำให้การตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถ EV ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพื่อควบคุมต้นทุนโลจิสติกส์
ฉันใดก็ฉันนั้น วิกฤติพลังงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสทองและบททดสอบสำคัญของ “รัฐบาลใหม่” ในการเร่งพัฒนาแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) เพื่อปรับสัดส่วนการผลิตไฟฟ้ารองรับความต้องการของภาคธุรกิจและการขนส่งที่พร้อมจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบไฟฟ้าอยู่แล้ว
‘อาเซียน’ วางเป้าพลังงานสะอาด30%
หากกางสถิติการใช้พลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะพบว่าปีที่ผ่านมามีการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดเพียงประมาณ 16% เท่านั้น
ทว่าเป้าหมายร่วมกันภายในปี 2030 ทุกประเทศมุ่งหวังจะผลักดันสัดส่วนนี้ให้แตะ 30% สำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน ถือว่าเดินหน้าไปก่อนด้วยสัดส่วนราวๆ 20% และมีแผนที่จะยกระดับให้ถึง 30% บวกๆ ภายใน 4–5 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ทิศทางนี้จะเกิดขึ้นได้จริงต้องอาศัยกลไกทางกฎหมายและนโยบายที่เปิดกว้าง ไม่ว่าจะเป็นอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว (Green Tariff), การเปิดให้บุคคลที่สามใช้ระบบสายส่ง (Third Party Access) หรือการซื้อขายไฟฟ้าตรง (Direct PPA)
แม้ทุกประเทศในอาเซียนจะมุ่งหน้าไปสู่กรีนเหมือนกัน แต่โครงสร้างพื้นฐาน สภาพภูมิประเทศ และรูปแบบการใช้ไฟที่แตกต่างกัน จะเป็นตัวกำหนดความเร็วในการไปถึงเป้าหมายของแต่ละประเทศ
3 จิ๊กซอว์ปลดล็อกการเปลี่ยนผ่าน ‘นโยบาย เทคโนโลยี และการเงิน’
ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานยุคใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่ต้องร้อยเรียง 3 จิ๊กซอว์สำคัญเข้าด้วยกัน
จิ๊กซอว์ที่ 1 คือ นโยบายรัฐ สิ่งสำคัญที่สุดคือภาครัฐต้องมีทิศทางที่ชัดเจนและบูรณาการร่วมกันทุกกระทรวง ไม่ว่าจะเป็น พลังงาน, อุตสาหกรรม, คมนาคม รวมถึงทำเนียบรัฐบาล เพราะวันนี้พลังงาน โครงข่ายไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการลงทุน เป็นเรื่องที่ผูกโยงเป็นเนื้อเดียวกันหมด จะแยกส่วนคุยไม่ได้อีกต่อไป
จิ๊กซอว์ที่ 2 คือ “เทคโนโลยี” ส่วนนี้มีความกังวลในส่วนนี้น้อยที่สุด เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีอย่างระบบการจัดการไมโครกริด หรือระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน อยู่ในระดับราคาที่คุ้มค่ากับการลงทุน และมีความเสี่ยงต่ำ
จิ๊กซอว์ที่ 3 การเงินสีเขียว (Green Financing) เป็นสิ่งจำเป็นในช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่าน เพื่อช่วยสนับสนุนและประคับประคองผู้ประกอบการให้ปรับตัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยไม่ได้มุ่งหวังให้รัฐอุ้มชูตลอดไป
จุดแข็งของ ’ไทย’ สายส่งแห่งภูมิภาค
แต่หากมองในระดับภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ (Strategic Location) ที่ได้เปรียบอย่างมหาศาล
ไทยเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมพลังงานที่อยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยประเทศที่มีศักยภาพพลังงานสะอาดล้นเหลือและต้นทุนต่ำอย่าง สปป.ลาว และมีประเทศพัฒนาแล้วที่มีความต้องการพลังงานสะอาดสูงแต่ข้อจำกัดด้านพื้นที่เยอะอย่างสิงคโปร์
จุดเด่นที่สุดของไทยคือ "ระบบสายส่ง (Transmission Line) ที่แข็งแรงมาก" ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เอื้อให้เราสามารถเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเข้าไปในระบบได้มากกว่า และเมื่อผสานเข้ากับเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Energy Storage) ที่ปัจจุบันมีราคาจับต้องได้และไม่เพิ่มต้นทุนค่าไฟจนเกินไป ไทยจึงมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการบริหารจัดการและถ่ายโอนพลังงานสะอาดในรีเจียนนี้ได้อย่างมั่นคง
ไทยต้องวิ่งนำ 'อาเซียน' เพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ
ในท้ายที่สุด ฉัตรพลเน้นย้ำว่า เป้าหมาย 30% ของอาเซียนเป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่สำหรับประเทศไทย "เราต้องตั้งธงให้สูงกว่านั้นและไปให้เร็วกว่าเพื่อนบ้าน"
ไทยมีข้อได้เปรียบทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นกลาง โครงสร้างพื้นฐานที่นำอยู่หนึ่งก้าว ค่าครองชีพที่ไม่สูง และความเป็นมิตรของคนไทย
วันนี้พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่เรื่องการลดคาร์บอนเครดิตหรือก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่คำว่า "Energy Security" ได้หลอมรวมกลายเป็น "Business Security" ไปแล้ว
ดังนั้น ถ้ารัฐบาลปักธงชัดเจนและลงมือทำอย่างรวดเร็ว มีไฟสะอาด มั่นคง ราคาเหมาะสม และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ประเทศไทยจะเป็นหมุดหมายที่นักลงทุนต่างชาติไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ แต่ถ้าเราชักช้าปล่อยให้ประเทศอื่นเดินหน้าตัดหน้าไปก่อน เราจะสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกไปอย่างถาวร
"มันคือสิ่งที่เราต้องเดินแน่นอน เพราะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและขนส่งที่สะอาด คือสิ่งแรกที่โลกอนาคตมองหา"


