วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569

Login
Login

พบ ‘สุสานวาฬ’ อายุ 5.3 ล้านปี กลางมหาสมุทรอินเดีย เก่าแก่ที่สุดที่เคยเจอมา

ทีมนักวิจัยนานาชาติเปิดเผย การค้นพบ “สุสานวาฬ” ที่เก่าแก่ที่สุด มีขนาดใหญ่ที่สุด และลึกมากที่สุด บริเวณทางตะวันออกเฉียงใต้ ของมหาสมุทรอินเดีย ในเขตแตกหักไดอะแมนตินา (Diamantina Fracture Zone) ซึ่งแนวสันเขาและร่องลึกใต้ทะเลที่ทอดยาวในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ อยู่ห่างจากชายฝั่งออสเตรเลียไปทางตะวันตกประมาณ 1,600 กิโลเมตร

การสำรวจครั้งนี้ ดำเนินการโดยเรือวิจัยทัน สั่ว อี ฮ่าว ของจีน ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จากอิตาลีและนิวซีแลนด์ โดยใช้ยานดำน้ำลึกชื่อว่า เฟินโต้วเจ่อ ซึ่งสามารถดำดิ่งลงไปได้ถึงระดับความลึกที่เรียกว่า “เขตฮาดัล” ที่เป็นความลึกระดับ 6,000-11,000 เมตร เพื่อศึกษาระบบนิเวศและธรณีวิทยาในส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร

สุสานวาฬ แห่งนี้มีพื้นที่กว่า 1,200 กิโลเมตร และตั้งอยู่ที่ความลึกสูงสุดถึง 7,002 เมตร ซึ่งเกือบจะเป็นจุดที่ลึกที่สุดของเขตแตกไดอะแมนตินา จากการดำน้ำกว่า 32 ครั้ง พบจุดที่เป็นฟอสซิลวาฬถึง 485 แห่ง รวมถึงซากวาฬที่เพิ่งตายและกำลังเน่าเปื่อยอยู่อีก 5 แห่ง 

พบ ‘สุสานวาฬ’ อายุ 5.3 ล้านปี กลางมหาสมุทรอินเดีย เก่าแก่ที่สุดที่เคยเจอมา ฟอสซิลโบราณที่พบภายในสุสานวาฬ

เครดิตภาพ: Global TREnD, IDSSE

สำหรับซากวาฬที่ตกลงสู่ก้นทะเลเหล่านี้ มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า “ปรากฏการณ์การร่วงหล่นของวาฬ” (Whale Falls) เมื่อซากวาฬจมลงสู่พื้นมหาสมุทรมันจะกลายเป็น “โอเอซิสแห่งชีวิต” แหล่งพลังงานมหาศาลให้กับระบบนิเวศโดยรอบ โดยกระบวนการย่อยสลายของซากวาฬมีความซับซ้อน สามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะหลัก 

เริ่มจากระยะแรกที่สัตว์กินซากขนาดใหญ่เข้ามากัดกินเนื้อเยื่ออ่อน ก่อนจะเข้าสู่ระยะที่สอง ซึ่งสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเริ่มเข้ามายึดครองกระดูกและตะกอน จากนั้นจะเข้าสู่ “ระยะซัลโฟฟิลิก” (sulfophilic phase) ที่แบคทีเรียย่อยสลายไขมันในกระดูก จนเกิดกำมะถันซึ่งเป็นอาหารของสัตว์เฉพาะทาง และระยะสุดท้ายที่กระดูกที่เหลือกลายเป็น “แนวปะการัง” ให้สิ่งมีชีวิตประเภทเกาะติดได้อาศัย 

ปรากฏการณ์การร่วงหล่นของวาฬจึงถือเป็น “จุดรวมความหลากหลายทางชีวภาพ” ที่สำคัญอย่างยิ่งในทะเลลึก รวมถึงเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์พิเศษ เช่น ดาวเปราะ (Brittle stars) หนอนกินกระดูก (Bone-eating worms) ครัสเตเชียน (Crustaceans) และมอลลัสก์ (Molluscs)  ซึ่งมีหลายชนิดที่อาจเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่โลกไม่เคยรู้จักมาก่อน 

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ฟอสซิลบางชิ้นมีอายุเก่าแก่ถึง 5.3 ล้านปี ซึ่งย้อนกลับไปถึงยุคไพลโอซีน โดยหนึ่งในฟอสซิลที่สำคัญคือ กะโหลกของ “เทอโรซีตัส ไดอะแมนตินี” (Pterocetus diamantinae) ชนิดของวาฬจะงอยสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่เพิ่งได้รับการค้นพบและตั้งชื่อขึ้นใหม่ นอกจากนี้ยังพบฟอสซิลของวาฬมิงก์แอนตาร์กติก (Antarctic minke whale) ที่มีความยาวถึง 5 เมตร ซึ่งถือเป็นซากวาฬที่ใหญ่ที่สุดในการค้นพบครั้งนี้

พบ ‘สุสานวาฬ’ อายุ 5.3 ล้านปี กลางมหาสมุทรอินเดีย เก่าแก่ที่สุดที่เคยเจอมา

ฟอสซิลโบราณที่พบภายในสุสานวาฬ

เครดิตภาพ: Global TREnD, IDSSE

เผิง เซียวตง รองผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทะเลลึก (IDSSE) และเป็นหัวหน้าทีมวิจัย กล่าวถึงการค้นพบครั้งนี้ว่า “การค้นพบสุสานในระดับนี้เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง ทั้งขนาดการกระจายตัว ความลึก และช่วงอายุของซากที่พบนั้นไกลเกินกว่าที่เราจินตนาการไว้มาก”

ทางด้าน ดร.จีโอวานนี เบียนุชชี จากมหาวิทยาลัยปิซา ผู้ร่วมวิจัยให้ความเห็นว่า "การค้นพบนี้แสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมที่รุนแรงและยังไม่ได้รับการสำรวจเหล่านี้ เป็นบ้านของสปีชีส์และระบบนิเวศที่วิทยาศาสตร์ยังไม่รู้จัก และชี้ให้เห็นว่าชีวิตสามารถปรับตัวและวิวัฒนาการได้ แม้ในสภาวะสุดขั้วที่ปราศจากแสงสว่างและมีความกดอากาศสูงมาก”

จอน คอปลีย์ ศาสตราจารย์ด้านการสำรวจมหาสมุทรจากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน ตั้งข้อสังเกตว่า สุสานวาฬแห่งนี้มีความหนาแน่นของซากสูงถึงเกือบ 800 โครงกระดูกต่อตารางกิโลเมตร จึงสันนิษฐานว่าพื้นที่นี้อาจเป็นเส้นทางอพยพของวาฬบาลีน และเป็นแหล่งล่าหมึกของวาฬจะงอย ที่ต้องดำน้ำลึกจนอาจถึงขีดจำกัดทางร่างกายและเกิดอันตรายจนเสียชีวิตได้

ในท้ายที่สุดซ่ง สี่คุน นักวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล ระบุว่าการค้นพบนี้ช่วยให้เราติดตามวิวัฒนาการของสัตว์จำพวกวาฬผ่านกาลเวลาทางธรณีวิทยาได้ดีขึ้น และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ว่า “การจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองทางทะเลในระบบนิเวศร่องลึกก้นสมุทรควรได้รับการพิจารณาในอนาคต เพื่อปกป้องมรดกทางวิวัฒนาการที่มีเอกลักษณ์ของโลกเรา”

 

ที่มา: ABCBBCThe ConversationThe Guardian

พบ ‘สุสานวาฬ’ อายุ 5.3 ล้านปี กลางมหาสมุทรอินเดีย เก่าแก่ที่สุดที่เคยเจอมา

ฟอสซิลโบราณที่พบภายในสุสานวาฬ

เครดิตภาพ: Global TREnD, IDSSE