วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘บรรจุภัณฑ์อาหาร-ขวดน้ำ’ ครองแชมป์ขยะพลาสติกชายฝั่งทั่วโลก ติดอันดับ 1 ในเกือบทุกประเทศ

‘บรรจุภัณฑ์อาหาร-ขวดน้ำ’ ครองแชมป์ขยะพลาสติกชายฝั่งทั่วโลก ติดอันดับ 1 ในเกือบทุกประเทศ

งานวิจัยชิ้นใหม่จากมหาวิทยาลัยพลีมัธ ในสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารและเครื่องดื่มเป็นแหล่งขยะที่พบมากที่สุดบนชายฝั่งทั่วโลก การศึกษาครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่รวบรวมข้อมูลจากการสำรวจขยะชายฝั่งมากกว่า 5,300 แห่งทั่วทุกมุมโลก เพื่อระบุประเภทขยะที่สร้างปัญหามากที่สุดในระดับชาติ ภูมิภาค และระดับโลก

ทีมนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษากว่า 355 ฉบับ ครอบคลุมพื้นที่ใน 112 ประเทศใน 7 ทวีป ซึ่งคิดเป็นจำนวนประชากรรวมกันถึง 86% ของโลก พบว่า ขยะที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่มติดอันดับ 1 ใน 3 ของขยะที่พบมากที่สุดใน 93% ของประเทศที่ทำการสำรวจ

รายการขยะที่พบมากที่สุดในอันดับต้น ๆ ได้แก่ ห่อบรรจุภัณฑ์อาหาร พบใน 53% ของประเทศทั้งหมด ตามมาด้วยฝาขวดและขวดพลาสติกซึ่งทั้งคู่พบใน 51% ของประเทศที่สำรวจ นอกจากนี้ยังมีถุงพลาสติกและก้นบุหรี่ที่พบในอันดับรองลงมา โดยพบมากใน 39% และ 38% ของประเทศตามลำดับ

ศ.ริชาร์ด ทอมป์สัน หัวหน้าหน่วยวิจัยขยะทางทะเลระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยพลีมัธ และผู้เขียนอาวุโสของงานวิจัยระบุว่า “ขยะเหล่านี้คือสิ่งของที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน และทำให้เกิดมลพิษจากพลาสติก ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพของมนุษย์

การศึกษายังชี้ให้เห็นว่า ขยะเหล่านี้พบได้ในทุกภูมิภาค แม้แต่ในประเทศที่มีระบบการจัดการขยะก้าวหน้า โดยเฉพาะใน 5 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ได้แก่ อินเดีย จีน สหรัฐ อินโดนีเซีย และปากีสถาน ที่ขยะจากอาหารและเครื่องดื่มยังคงครองอันดับหนึ่งทั้งหมด

ดร.แม็กซ์ เคลลี นักวิจัยหลังปริญญาเอกและผู้เขียนหลักของงานวิจัยกล่าวเสริมว่า งานวิจัยชิ้นนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งสร้างปัญหาขยะอย่างมาก และจำเป็นต้องลดการบริโภคสิ่งของเหล่านี้ เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลกนี้

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบความแตกต่างในบางภูมิภาค เช่น ในเอเชียพบถุงพลาสติกเป็นขยะที่แพร่หลายอย่างสม่ำเสมอ ส่วนในแอนตาร์กติกา ซึ่งมีกฎระเบียบการทิ้งขยะที่เข้มงวด กลับพบห่อบรรจุภัณฑ์อาหารเป็นขยะอันดับ 3 ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นขยะที่ลอยมาจากพื้นที่ห่างไกลผ่านกระแสเงินน้ำในมหาสมุทร

ศ.ซูซาน จอบลิง ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคมแห่งมหาวิทยาลัยบรูเนล ลอนดอน ให้ความเห็นว่าลำพังการจัดการขยะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เธอกล่าวว่า

“แนวทางแก้ไขที่ต้นทาง เช่น การลดการผลิต การใช้ซ้ำ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้น และนโยบายที่เข้มงวดขึ้น เป็นสิ่งจำเป็นหากเราต้องการป้องกันมลพิษพลาสติกตั้งแต่แหล่งกำเนิด”

ผลการศึกษานี้ ออกมาในช่วงเวลาสำคัญของการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกขององค์การสหประชาชาติ โดยผู้เชี่ยวชาญหวังว่าข้อมูลชุดนี้จะช่วยกำหนดทิศทางในการระบุว่าผลิตภัณฑ์ใดเป็น “ปัญหาและไม่จำเป็น” เพื่อให้ทั่วโลกพุ่งเป้าไปที่การจัดการสิ่งที่สำคัญที่สุด

งานวิจัยนี้ ยังเรียกร้องให้บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มแสดงความรับผิดชอบมากขึ้น แม้ว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา บริษัทยักษ์ใหญ่บางแห่ง เช่น Coca-Cola และ Unilever จะมีการปรับลดเป้าหมายด้านความยั่งยืนลง เช่น การลดเป้าหมายการใช้พลาสติกบริสุทธิ์หรือการใช้วัสดุรีไซเคิล

ทางด้าน ศ.ทามารา แกลโลเวย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาเชิงนิเวศจากมหาวิทยาลัยเอ็กซีเตอร์ ซึ่งไม่ได้ร่วมในการวิจัย ให้ความเห็นว่าควรมีการเปลี่ยนมุมมองใหม่ต่อพลาสติก เธอกล่าวว่า “หากเรามองว่ามันคือ พลาสติกที่เสียมูลค่า เราอาจจะเจรจากับผู้กำหนดนโยบายได้ดีขึ้น เพราะเรากำลังทิ้งวัสดุที่มีมูลค่ามหาศาลไปทั่วทุกแห่ง”

นักวิทยาศาสตร์เน้นย้ำว่า การลดการผลิตพลาสติกและส่งเสริมระบบการนำกลับมาใช้ใหม่ คือทางออกที่ยั่งยืน มากกว่าการแบนถุงพลาสติก ที่ในบางประเทศอาจใช้ไม้ได้ผล เพราะขาดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง ข้อมูลจากงานวิจัยนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้แต่ละประเทศสามารถจัดลำดับความสำคัญในการจัดการขยะได้อย่างตรงจุด


ที่มา: Packaging InsightsPhysTech ExploristThe Guardian