วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน 2569

Login
Login

Sweden–Thailand Forum 2026 เปิดทางความร่วมมือใหม่ สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

Sweden–Thailand Forum 2026 เปิดทางความร่วมมือใหม่ สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

สวีเดนและไทยเดินหน้ายกระดับความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านเวที Sweden–Thailand Sustainable Development Forum 2026 ครั้งที่ 6 โดยเน้นการสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions: NDC) ฉบับปรับปรุงของประเทศไทย ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ความไม่แน่นอนด้านพลังงาน และความจำเป็นในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

การประชุมซึ่งจัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทยและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม ภายใต้หัวข้อ “Achieving the Updated Nationally Determined Contributions through Collaboration” หรือ “บรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดฉบับปรับปรุง (NDC) ผ่านความร่วมมือ” มีผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชนจากทั้งสองประเทศเข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่อนาคตที่มีความยั่งยืนและสอดคล้องกับเป้าหมายของความตกลงปารีส (Paris Agreement)

"มิคาเอล ลินด์วัลล์" อธิบดีกรมกิจการโลก กระทรวงการต่างประเทศสวีเดน กล่าวว่า ความยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และพลังงานหมุนเวียน เป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน และมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับประเด็นความมั่นคงทางพลังงานที่หลายประเทศกำลังเผชิญ

“การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงด้านพลังงานและความสามารถในการรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ด้วย”

ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาในห่วงโซ่อุปทานโลกได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบพลังงานในปัจจุบัน ขณะที่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งอุทกภัย ไฟป่า ภัยแล้ง และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการรับมืออย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนผ่านสีเขียวไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ผ่านการสร้างงาน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ

การประชุมในปีนี้นับเป็นครั้งแรกหลังจากไทยและสวีเดนยกระดับความสัมพันธ์สู่ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย–สวีเดน ในปี 2568 ซึ่งกำหนดให้การเปลี่ยนผ่านสีเขียวและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นวาระความร่วมมือสำคัญระหว่างสองประเทศ

"ลินด์วัลล์" กล่าวว่า เวทีนี้เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนกรอบความร่วมมือเชิงนโยบายให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในสาขาพลังงานและป่าไม้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ขอความยินดีกับประเทศไทยต่อการปรับปรุงเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศใน NDC ฉบับล่าสุด รวมถึงเป้าหมายการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 โดยระบุว่าเป็นสัญญาณของภาวะผู้นำและความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเป้าหมายของความตกลงปารีส

ด้านสวีเดนประกาศเป้าหมายบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2045 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซติดลบในระยะต่อไป พร้อมตั้งเป้าให้ระบบไฟฟ้าของประเทศมาจากแหล่งพลังงานที่ปราศจากเชื้อเพลิงฟอสซิลภายในปี 2040 โดยอาศัยทั้งพลังงานหมุนเวียนและพลังงานนิวเคลียร์

"ลินด์วัลล์" ยังย้ำถึงบทบาทของนวัตกรรมและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสีเขียว โดยระบุว่าปัจจุบันมีบริษัทสวีเดนมากกว่า 120 แห่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทย หลายแห่งทำงานในด้านพลังงานหมุนเวียน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีสีเขียว ซึ่งมีส่วนสนับสนุนการลงทุน การสร้างงาน และการพัฒนาองค์ความรู้ในประเทศ

ภายในงาน "ดร.พิรุณ สายสิทธิพานิช" อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับทิศทางนโยบายสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยและการดำเนินงานตามพันธกรณี NDC

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “บทบาทของภาคเอกชนในการสนับสนุน NDC ฉบับยกระดับของประเทศไทย” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน นักวิจัย และองค์กรพัฒนาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของนวัตกรรม การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศในการสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของไทย

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญภายในงานคือพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่าง IKEA Thailand และ Midsummer Siam ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นระหว่างภาคธุรกิจไทยและสวีเดนในการผลักดันแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับการหารือช่วงบ่าย มุ่งเน้นสองประเด็นหลัก ได้แก่ ความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงความร่วมมือด้านป่าไม้ เศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียน และอุตสาหกรรมไม้ที่ยั่งยืน โดยผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวทางการเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอน การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการประยุกต์ใช้แนวทางแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่

เวที Sweden–Thailand Sustainable Development Forum จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม และสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ผลัดเปลี่ยนกันรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในแต่ละปี และได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายใต้กรอบความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย–สวีเดน ซึ่งมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือระยะยาวด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวของทั้งสองประเทศ