วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

เจาะปม 'ห้วยตะเข้' น้ำดำจากอะไร 7 วันรู้ผล คพ. ยืนยันน้ำประปา จ.สระบุรี ปลอดภัย

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2569) ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงสรุปความคืบหน้าการลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาน้ำในห้วยตะเข้ จังหวัดสระบุรี มีสีดำและกลิ่นเหม็นผิดปกติ ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ประชาชนในวงกว้าง โดยระบุว่าจากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและอากาศตลอด 3 วันที่ผ่านมา พบดัชนีชี้วัดการปนเปื้อนสารเคมีในบางจุด พร้อมยืนยันระบบน้ำประปาในปัจจุบันยังไม่ได้รับผลกระทบ

การตรวจสอบในครั้งนี้เกิดขึ้นตามข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวงฯ โดยเจ้าหน้าที่ คพ. ได้เริ่มลงพื้นที่ตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา เพื่อสำรวจพื้นที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำบริเวณคลองเกดและคลองวังน้ำเขียว (โซน A) ไปจนถึงบริเวณโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สระบุรี (โซน B) และคลองเพรียวที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำป่าสัก (โซน C)

พบดัชนีชี้วัดสารเคมีสูงในโซนอุตสาหกรรม

ดร. สุรินทร์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทางกายภาพพบว่าน้ำมีสีดำและมีกลิ่นเหม็นรุนแรงในลักษณะกากสารเคมี ไม่ใช่กลิ่นของสารอินทรีย์ตามธรรมชาติ จากผลการตรวจวัดค่าความนำไฟฟ้า (EC: Electrical Conductivity) ในโซน A ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม พบค่าสูงระหว่าง 700 ถึงกว่า 2,000 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ซึ่งสูงกว่าน้ำปกติที่มีค่าประมาณ 200-500 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร บ่งชี้ว่ามีการปนเปื้อนสารละลายจากภาคอุตสาหกรรม

(น้ำบริสุทธิ์จะนำไฟฟ้าได้ไม่ดีนัก แต่เมื่อมีสารละลายปนอยู่ในน้ำมากขึ้น น้ำจะนำไฟฟ้าได้ดีขึ้น ทำให้ค่า EC สูงขึ้น)

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้นำตัวอย่างน้ำมาทดสอบด้วยวิธี Headspace เพื่อหาการระเหยของสารประกอบอินทรีย์ (TVOCs) ซึ่งผลเบื้องต้นปรากฏว่า พบสารระเหยในลำน้ำทั้งโซน A และ B แต่ยังต้องรอผลวิเคราะห์เชิงลึกจากห้องปฏิบัติการอีก 7 วัน เพื่อระบุชนิดและปริมาณของสารที่แน่ชัด

เจาะปม 'ห้วยตะเข้' น้ำดำจากอะไร 7 วันรู้ผล คพ. ยืนยันน้ำประปา จ.สระบุรี ปลอดภัย

ยืนยันน้ำประปายังปลอดภัย

สำหรับข้อกังวลเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค อธิบดีกรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าประชาชนสามารถคลายความกังวลได้ในเบื้องต้น เนื่องจากมีการปิดประตูน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างคลองเพรียวและแม่น้ำป่าสักไว้แล้ว ทำให้น้ำที่ใช้ผลิตประปาในปัจจุบันมาจากแม่น้ำป่าสักโดยตรง ซึ่งมีค่า EC อยู่ในเกณฑ์ปกติที่ 400-500 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร และจากการสุ่มตรวจน้ำที่จุดสูบน้ำไม่พบสารอินทรีย์ระเหยง่าย

เดินหน้าตรวจสอบ 9 โรงงานกลุ่มเสี่ยง

เมื่อวานนี้ (29 พฤษภาคม) ทีมเจ้าหน้าที่ คพ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบโรงงานในพื้นที่โซน A ทั้งหมด 9 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงงานประเภท 105 (รับกำจัดของเสีย) และประเภท 106 (รีไซเคิล) รวมถึงสถานประกอบการอื่น ๆ โดยได้รับความร่วมมือในการเก็บตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจสอบเปรียบเทียบลายพิมพ์นิ้วมือของสารเคมี กับที่พบในลำน้ำ

"เราจะดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและด่วนที่สุด โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวนำ หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น กรมควบคุมมลพิษจะยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนเพื่อให้มั่นใจว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน" ดร. สุรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้กระทำความผิด จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งการดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และดำเนินการเรียกค่าเสียหาย ตามมาตรา 96 และ 97 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

เจาะปม 'ห้วยตะเข้' น้ำดำจากอะไร 7 วันรู้ผล คพ. ยืนยันน้ำประปา จ.สระบุรี ปลอดภัย

ทั้งนี้ คพ. ได้เตรียมประสานงานกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนและ GISTDA เพื่อขอภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง หากผลการตรวจวัดทางเคมีปกติไม่สามารถสรุปที่มาของมลพิษได้อย่างชัดเจน เพื่อหาหลักฐานการลักลอบปล่อยน้ำเสียเพิ่มเติมต่อไป

เจาะปม 'ห้วยตะเข้' น้ำดำจากอะไร 7 วันรู้ผล คพ. ยืนยันน้ำประปา จ.สระบุรี ปลอดภัย