ปัญหาน้ำในพื้นที่ “ห้วยตะเข้” จังหวัดสระบุรี กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังประชาชนในหลายตำบลร้องเรียนว่าน้ำในคลองมีสีดำขุ่นและส่งกลิ่นเหม็น กระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระบุว่าได้ยกระดับการเฝ้าระวังและตรวจสอบพื้นที่ พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามอย่างใกล้ชิด และดำเนินคดีหากพบการกระทำผิด
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายชินนาวช์ รวีอัครศักดิ์ นายอำเภอเมืองสระบุรี มีหนังสือด่วนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้แก่ เทศบาลตำบลกุดนกเปล้า องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาไหล และองค์การบริหารส่วนตำบลปากข้าวสาร ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่อาศัยบริเวณริมคลองห้วยตะเข้ คลองหนองน้ำเขียว และคลองห้วยเกตุ ว่าน้ำในคลองมีสภาพขุ่นดำและมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง
หนังสือดังกล่าวระบุว่า ปัญหาน้ำเสียส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างมาก และถือเป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2560 โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน และรายงานผลให้อำเภอทราบภายใน 7 วัน
ปักหมุดห้วยตะเข้ ตรวจเข้มคุณภาพน้ำ
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษยกระดับการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่ห้วยตะเข้ ตำบลปากข้าวสาร อำเภอเมืองสระบุรี
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สคพ.7 สระบุรี) ได้ติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่มาตั้งแต่ช่วงวันที่ 4–7 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีฝนสะสมมากกว่า 27 มิลลิเมตร โดยพบว่าน้ำบริเวณคลองเกด ซึ่งไหลไปรวมกับน้ำจากหนองน้ำเขียวก่อนลงฝายลุงคำ มีสีผิดปกติ จึงเก็บตัวอย่างน้ำจากจุดเฝ้าระวัง 5 จุด เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์
ต่อมาในช่วงวันที่ 18–24 พฤษภาคม 2569 หลังมีฝนสะสมราว 30 มิลลิเมตร เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามอีกครั้ง และพบความผิดปกติของสีน้ำในคลองเกด คลองหนองน้ำเขียว และห้วยตะเข้ จึงเก็บตัวอย่างน้ำเพิ่มเติมรวม 8 จุด เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการแก้ไขปัญหาร่วมกับจังหวัดสระบุรี
“ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อลำน้ำ การใช้น้ำ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน” อธิบดีกรมควบคุมมลพิษกล่าว
กำหนดห้วยตะเข้ “จุดเฝ้าระวัง”
กรมควบคุมมลพิษระบุเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งให้กองตรวจมลพิษ กองกฎหมาย และ สคพ.7 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งทำความเข้าใจกับประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี หากตรวจพบการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ คพ.เตรียมกำหนดให้พื้นที่ห้วยตะเข้เป็น “จุดเฝ้าระวัง” ด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างเครือข่ายติดตามสถานการณ์และเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
ความกังวลในหมู่ประชาชน
ขณะเดียวกัน ปัญหาดังกล่าวได้สร้างความกังวลในหมู่ประชาชนและชาวโซเชียลจำนวนมาก โดยมีการแสดงความคิดเห็นสะท้อนความไม่พอใจต่อการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้า และตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาน้ำดำในพื้นที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี
บางส่วนระบุว่า “ปีที่แล้วก็เก็บตัวอย่างน้ำแบบนี้” และ “ปัญหาแบบนี้เกิดทุกปี แต่ยังแก้ที่ต้นเหตุไม่ได้” ขณะที่อีกหลายความเห็นแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านสุขภาพและความปลอดภัยของน้ำที่อาจไหลลงสู่แม่น้ำป่าสักใกล้จุดสูบน้ำประปา
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ หน่วยงานรัฐยังไม่ได้สรุปสาเหตุของน้ำสีดำและกลิ่นเหม็นในพื้นที่อย่างเป็นทางการ โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพน้ำจากตัวอย่างที่เก็บได้ในหลายจุดของลำน้ำ

