พื้นที่รอยต่อของประเทศชิลี อาร์เจนตินา และโบลิเวียถูกขนานนามว่า “ภูมิภาคสามเหลี่ยมลิเทียม” เนื่องจากเป็นที่ตั้งของแหล่งสำรองลิเทียมมากกว่า 50% ของโลก หลายประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะ “จีน” จึงเข้ามาสกัดแร่นี้เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน แต่การสกัดแร่หายากนี้ต้องใช้น้ำมหาศาล จนทำให้ภูมิภาคนี้เผชิญหน้ากับปัญหาขาดแคลนน้ำ
“ลิเทียม” ถูกขนานนามว่า “ทองคำขาว” เนื่องจากเป็นธาตุสำหรับการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยกระบวนการสกัดแร่ขึ้นมาใช้กำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทำให้วิกฤติการขาดแคลนน้ำที่ทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่แห้งแล้ง
ตามรายงาน “บทบาทของจีนในภาคอุตสาหกรรมลิเทียมในลาตินอเมริกา และแคริบเบียน” จากกลุ่มคณะทำงานด้านการเงิน และการลงทุน สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อมของจีน (CICDHA) พบว่า มีโครงการเกี่ยวกับลิเทียมของจีนอย่างน้อย 28 โครงการใน 5 ประเทศ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นที่พึ่งพาแหล่งน้ำใต้ดิน
การผูกขาดของจีน
จีนดำเนินนโยบายส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเข้มข้น เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า และสร้างความมั่นคงทางพลังงานของตนเอง ส่งผลให้ความต้องการลิเทียมพุ่งสูงขึ้นถึง 250% ในช่วงปี 2021-2023 ปัจจุบันจีนควบคุมการสกัดลิเทียมทั่วโลกอยู่ถึง 65% และเป็นผู้นำในการผลิตแบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ลาตินอเมริกากลายเป็นแหล่งวัตถุดิบหลักที่จีนไม่สามารถมองข้ามได้
ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างลาตินอเมริกา และจีนเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล โดยมูลค่าการส่งออกจากภูมิภาคนี้ไปยังจีนเพิ่มขึ้นกว่า 46 เท่าระหว่างปี 2005-2024 แต่น่าเสียดายที่เกือบ 80% ของการส่งออกเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงวัตถุดิบพื้นฐาน ในปี 2024 ลาตินอเมริกาส่งออกลิเทียมคาร์บอเนตมูลค่ากว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง 80% ของทั้งหมดส่งไปยังจีน
สำหรับชิลี ซึ่งเป็นผู้ผลิตลิเทียมรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ลิเทียมที่สกัดได้มากกว่า 70% ถูกส่งไปยังประเทศจีน รูปแบบการลงทุนของจีนเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงของอุปทานลิเทียมคาร์บอเนตเพื่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของตน มากกว่าการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมในท้องถิ่น เช่น การผลิตแบตเตอรี่
ลูซิโอ คูเอนกา ผู้อำนวยการหอสังเกตการณ์ความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมแห่งลาตินอเมริกา (OLCA) แสดงความกังวลว่า “เราอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของห่วงโซ่มูลค่า ซึ่งก็คือ การสกัดเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่มากกว่านี้” เขามองว่าลาตินอเมริกาจำเป็นต้องหลุดพ้นจากวงจรการแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม
มาร์โก กันดาริลลาส นักวิจัยอาวุโสจาก LAS ระบุว่าลิเทียมได้กลายเป็น “แร่ธาตุยุทธศาสตร์แห่งศตวรรษที่ 21” แม้ลาตินอเมริกาจะเป็นแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุขนาดใหญ่ แต่กลับไม่มีอำนาจต่อรองกับจีน เป็นได้แค่ผู้จัดหาทรัพยากรในขั้นตอนการสกัดเท่านั้น
การพึ่งพาจีนอย่างหนัก ทำให้ลาตินอเมริกาแทบไม่สามารถเปลี่ยนสถานะทางเศรษฐกิจได้เลย แม้แต่ผู้นำที่ต่อต้านจีนอย่างฆาบิเอร์ มิเลย์ ประธานาธิบดีของอาร์เจนตินา ก็ยังต้องยอมรับในภายหลังว่าจีนเป็นพันธมิตรทางการค้าที่สำคัญ
วิกฤติน้ำ และระบบนิเวศล่มสลาย
กระบวนการสกัดลิเทียมจากน้ำเกลือใต้ดินในที่ราบสูงแอนดีสต้องใช้น้ำในปริมาณมหาศาล ซึ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ ที่แห้งแล้งอยู่แล้ว ในพื้นที่ซาลาร์ เดอ อาตากามาของชิลี เจอกับดินทรุดปีละ 1-2 เซนติเมตรต่อปี เนื่องจากการสูบน้ำเกลืออย่างต่อเนื่อง ในขณะที่โบลิเวีย อัตราการระเหยของน้ำในเขตอนุรักษ์เอดูอาร์โด อะบารัวสูงกว่าปริมาณน้ำฝนรายปีอย่างมาก
ดร.คริสตินา โดราดอร์ Cristina นักจุลชีววิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศในพื้นที่ราบเกลือ เตือนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว โดยเธอกล่าวว่า “จากการระเหยของน้ำที่เพิ่มขึ้นในบ่อลิเทียม เรากำลังเห็นพืชพรรณที่ลดลง ประชากรนกฟลามิงโกที่ลดน้อยลง และสูญเสียแหล่งทำรัง รวมถึงความเสียหายต่อโครงสร้างจุลินทรีย์ในพื้นที่ชุ่มน้ำ”
ความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสามเหลี่ยมลิเทียมเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงบราซิล โดยการทำเหมืองลิเทียมในแหล่งหินแข็งได้แย่งน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชนมาใช้ในการสกัดแทน เช่นเดียวกับในเม็กซิโก ที่โครงการลิเทียมในทะเลทรายโซโนราก็แย่งชิงน้ำจากสัตว์ในท้องถิ่นจนแทบไม่เหลือน้ำอยู่แล้ว
รายงานจากการวิเคราะห์โครงการของจีน 10 โครงการพบว่า 8 โครงการมีความเสี่ยงต่อการใช้น้ำเกินขนาด ซึ่งสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมรุนแรงจนไม่อาจย้อนกลับได้ และหลายโครงการยังขาดการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์
ความเสื่อมโทรมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์ ภูมิภาค อันโตฟาแกสต้าของชิลี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตลิเทียม และทองแดง มีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสูงที่สุดในประเทศ เนื่องจากมีการปนเปื้อนของสารหนูในอากาศ และดิน
หลุยส์ คูเอนกา จาก OLCA ชี้ให้เห็นว่า ชิลีที่ทำเหมืองลิเทียมมานานกว่า 50 ปีกำลังกลายเป็น “พื้นที่เสียสละ” ให้คนทั้งโลก และยังตอกย้ำความเหลื่อมล้ำ เขาเน้นย้ำว่าการประเมินโครงการเหล่านี้ไม่ควรดูแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ต้องรวมมิติทางสิ่งแวดล้อม และสังคมด้วย
ละเลยปัญหาสิ่งแวดล้อม
ชุมชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่ราบเกลือมีความกังวลว่า นโยบายที่เน้นธุรกิจของรัฐบาลจะมองข้ามการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยประธานาธิบดี โฆเซ่ อันโตนิโอ คาสต์ แห่งชิลี ได้ยกเลิกกฤษฎีกาด้านสิ่งแวดล้อมถึง 43 ฉบับในสัปดาห์แรกของการดำรงตำแหน่ง รวมถึงกฤษฎีกาที่สร้างพื้นที่คุ้มครองในพื้นที่ราบเกลือ และทะเลสาบในเทือกเขาแอนดีส
ซินดี้ เคเวโด ประธานสภาแห่งชาติของชาวคอลลา สะท้อนความเจ็บปวดของคนในพื้นที่ว่า “มันไม่ใช่แค่ที่ราบเกลือ แต่มันเป็นที่ตั้งของความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นทางเดินชีวภาพที่สำคัญ และยังมีวิญญาณภูเขาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเราคอยเฝ้ามองอยู่” เธอตั้งคำถามถึงความยุติธรรมของการต้องทำลายแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เพื่อแก้ไขปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของคนในทวีปอื่น
ความตึงเครียดทางสังคมเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการขาดกระบวนการปรึกษาหารืออย่างอิสระ และได้รับแจ้งล่วงหน้า (Free, Prior and Informed Consultation) กับชุมชนพื้นเมืองตามข้อตกลงระหว่างประเทศ สิ่งนี้กลายเป็นเชื้อไฟที่กระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งในสังคมไปทั่วทั้งอาร์เจนตินา โบลิเวีย และชิลี
แม้ว่าทางการจีน จะมีการออกแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมสำหรับการลงทุนในต่างประเทศในช่วงปี 2017-2022 แต่เหล่านักวิจัยระบุว่ามาตรฐานเหล่านี้ยังไม่เป็นที่รู้จัก และมีการบังคับใช้ที่อ่อนแอในทางปฏิบัติ โครงการสกัดลิเทียมในโบลิเวียที่มีการทำข้อตกลงกับบริษัทจีนก็ได้สร้างความขัดแย้งทางสังคม และสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
สถานการณ์ในปัจจุบัน บีบให้ลาตินอเมริกาต้องอยู่ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจระหว่างสหรัฐ และจีน ในขณะที่ชิลีพยายามรักษาสมดุลความสัมพันธ์ จีนยังคงมีอำนาจต่อรองสูงในฐานะผู้ซื้อทองแดงรายใหญ่ที่สุดของประเทศ การใช้ลิเทียมเป็น “เบี้ย” ในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์จึงกลายเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ
รายงานจาก CICDHA ทิ้งคำถามสำคัญไว้ว่า โมเดลการสกัดลิเทียมในปัจจุบันจะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยุติธรรมได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการผลิตซ้ำรูปแบบการตักตวงทรัพยากรแบบเดิมที่สร้างความเหลื่อมล้ำ และทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเพียงแค่เปลี่ยนจากโมเดลการสกัดหนึ่งไปสู่อีกโมเดลหนึ่งที่มีลักษณะเดียวกัน
ที่มา: Bloomberg Linea, Dialogue, El Pias, Intelli News
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


